บท
ตั้งค่า

บทที่ 6

บทที่ 6

“ท่านแม่ ใจเย็นลงเถิดเจ้าค่ะ…” เสียงอ่อนหวานดังขึ้นแผ่วเบาแต่กลับชัดเจนในความเงียบที่ตึงเครียดพานหรงหรงก้าวเข้าไปประชิดตัวมารดา ช้า ๆ ท่าทางอ่อนโยนเรียบร้อยงดงามราวกับภาพที่ถูกวาดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

นางยกมือประคองแขนมารดาเอาไว้ปลายนิ้วเรียวบางแตะลงอย่างแผ่วเบา เหมือนพยายามปลอบประโลม

“อย่างไรเสีย…” นางเอ่ยต่อน้ำเสียงยังคงอ่อนโยนไม่เร่งร้อนไม่สะท้อนความวุ่นวายใดในใจ “ข้าวสารก็กลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว”

คำพูดนั้นเบาแต่หนัก พอจะตอกย้ำความจริงที่ไม่มีทางย้อนกลับ ฮูหยินพานนิ่งน้ำตายังคงคลอแต่ไม่อาจเอ่ยแย้งเพราะนางก็รู้ดี ว่ามันสายเกินไปแล้ว

“องค์ชายก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไรสักคำ” พานหรงหรงกล่าวต่อสายตานิ่งสงบเหมือนกำลังพิจารณาสถานการณ์ด้วยเหตุผล

“เรื่องนี้…”

นางหยุดเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“ถือว่าเป็นเรื่องดีของตระกูลพานมิใช่หรือเจ้าคะ”

คำว่าดีเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาแต่กลับทำให้พานเชียนรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกรีดผ่านหัวใจ

ดี…อย่างนั้นหรือ

ดีสำหรับผู้ใด

“พานเชียนได้แต่งกับองค์ชาย” นางเอ่ยชื่อของน้องสาวอย่างเรียบง่ายเหมือนมันเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้น

“ส่วนข้า…”พานหรงหรงก้มสายตาลงเล็กน้อย ท่าทางอ่อนน้อมแต่แฝงด้วยบางสิ่งที่ยากจะจับต้อง “ก็ยังมีโอกาสได้แต่งกับตระกูลดี ๆ เพื่อกูลหนุนท่านพ่อ”

คำพูดนั้นฟังดูมีเหตุผลงดงามและเหมาะสมเหมือนบุตรสาวที่ดีของตระกูล

“ลองคิดในแง่นี้…” นางเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินพานแววตาอ่อนโยน “ดีหรือไม่เจ้าคะ”

ฮูหยินพานนิ่งงันคำพูดเหล่านั้นเรียบเรียงมาอย่างดีไม่มีช่องว่างให้โต้แย้งไม่มีที่ให้ปฏิเสธ

“หากพานเชียนไม่ได้แต่งกับองค์ชาย…”พานหรงหรงเอ่ยต่อน้ำเสียงยังคงสงบ “จะมีคุณชายสกุลใหญ่อยากแต่งนางเป็นฮูหยินเอกหรือไม่ท่านแม่ย่อมรู้ดี เป็นท่านแม่มิใช่หรือที่นั่งกังวลว่าไม่มีคุณชายตระกูลใดมาสู่ขอนางเป็นฮูหยิน…มีเพียงตำแหน่งอนุที่เสนอมา”

คำถามนั้นไม่ต้องการคำตอบเพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว พานเชียนนิ่งนิ้วมือกำแน่นอยู่ในแขนเสื้อแต่ใบหน้ากลับไร้การเปลี่ยนแปลงเหมือนสิ่งที่ได้ยินไม่เกี่ยวข้องกับนาง

“แม้นางจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรสาวของท่านแม่…” พานหรงหรงเอ่ยช้า ๆ “แต่ก็มีคนมากมายที่รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของนาง”

คำพูดนั้นแผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับมีดที่ค่อย ๆ กรีดลงอย่างตั้งใจ ไม่มีเลือดไหลแต่ความเจ็บลึกจนยากจะมองเห็น

ฮูหยินพานสะอื้นเบา ๆ สายตามองไปยังพานเชียนเต็มไปด้วยความสับสน ความผิดหวังและความเจ็บปวด

“หรงหรง…” นางเอ่ยเสียงแหบพร่า “เจ้ามิโกรธน้องเลยหรือ…ลูก”

คำถามนั้นเหมือนจะปลอบใจแต่ก็เหมือนจะย้ำแผลพานหรงหรงยิ้ม ยิ้มบาง ๆ อ่อนโยน สมกับเป็นบุตรสาวที่เพียบพร้อม

“ไม่เลยเจ้าค่ะ” คำตอบนั้นสั้นแต่หนักแน่นไม่มีรอยลังเลไม่มีความขุ่นเคืองหรืออย่างน้อยก็ไม่มีใครมองเห็นมัน

“พี่น้องกันจะโกรธกันด้วยเรื่องแค่นี้ไปทำไม จริงหรือไม่เชียนเชียน”

ฮูหยินพานน้ำตาไหลอีกครั้งยกมือขึ้นลูบแก้มบุตรสาวอย่างแผ่วเบา

“โถ่ลูก…”เสียงนั้นสั่น “เจ้าช่างแสนดีเหลือเกินทั้ง ๆ ที่น้องทำกับเจ้าขนาดนี้”

คำพูดนั้นเหมือนบทสรุปที่ไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนแปลง พานเชียนยืนอยู่ตรงนั้น

เงียบเหมือนเดิมเหมือนที่เคยเป็นมาสายตาของนางมองไปยังพานหรงหรงช้าๆ ไม่มีคำพูดไม่มีเสียงมีเพียงคำถาม ที่ไม่มีใครได้ยิน และไม่มีใครคิดจะตอบในห้องที่เต็มไปด้วยคำว่าถูกต้องกลับไม่มีที่สำหรับความจริงเลยแม้แต่น้อย

เมื่อส่งฮูหยินพานไปพักผ่อนแล้วสองพี่น้องอยู่กันตามลำพัง

“พี่หญิง…”เสียงของพานเชียนแผ่วเบาแต่ในความแผ่วนั้นกลับสั่นไหว เหมือนคนที่รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อเอ่ยคำที่ไม่เคยกล้าพูด

นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตามองตรงไปยังพานหรงหรง ไม่หลบไม่ถอย

“ทำไมท่าน…ไม่พูดความจริง”

คำถามนั้นตกลงกลางความเงียบไม่มีใครกล้าขยับไม่มีใครกล้าหายใจแรงเพราะรู้ดีว่าคำตอบที่จะตามมา จะไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากได้ยิน

พานหรงหรงนิ่งไปครู่หนึ่งเพียงครู่เดียวก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอ่อนโยนเรียบร้อยเหมือนทุกครั้ง

“ความจริง?” นางเอ่ยทวนน้ำเสียงเบาเหมือนไม่เข้าใจหรืออาจจะเข้าใจดีเกินไป

“ท่านเป็นคนขอร้องให้ข้าปลอมตัวเป็นท่าน…ชั่วคราว” พานเชียนกล่าวต่อเสียงยังคงแผ่วแต่มั่นคงกว่าก่อนหน้าเหมือนอย่างน้อย นางก็ยังอยากยึดสิ่งนี้ไว้ สิ่งเดียวที่เป็นความจริง

พานหรงหรงหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่กลับทำให้บรรยากาศเย็นลง

“แล้วอย่างไร” คำพูดสั้น ๆแต่ตัดทุกอย่างทิ้งเหมือนสิ่งที่พานเชียนพูดมาไม่มีน้ำหนักใด “ตอนนี้เรื่องราวมันบานปลายไปแล้ว”

นางก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ ทุกย่างก้าวมั่นคงไม่มีความลังเล

“ตอนที่เกี้ยวแดงของข้าไปถึง” น้ำเสียงยังคงเรียบ “องค์ชายก็เข้าหอกับเจ้าไปแล้ว”

คำพูดนั้นเหมือนถูกเอ่ยอย่างไม่รู้สึกทั้งที่มันหนักหนาเพียงใดพานเชียนชะงัก ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยแต่ก็ยังคงยืนนิ่ง

“เจ้าเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วนะ…พานเชียน” คำพูดนั้นชัดเจนและไร้ความปรานี “จะให้ข้าทำเช่นไร”

พานหรงหรงเอียงศีรษะเล็กน้อยมองนางเหมือนกำลังพิจารณา

“บุกเข้าไปแย่งตำแหน่งมาจากเจ้าหรือ ให้ข้าทำอย่างเจ้าหรือแย่งความรักของท่านพ่อและท่านแม่ไปจากข้า ทั้ง ๆ ความรักและทรัพย์สมบัติที่ควรเป็นของข้าเพียงคนเดียวข้าก็ต้องแบ่งให้เจ้า แล้วแค่นี้เจ้าแค่สงบปากสงบคำอย่างเช่นที่ผ่านมาคงไม่ยากหรอกใช่ไหมเชียนเชียน ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เจ้าก็ยอมรับแทนข้ามาตลอด แล้วเรื่องนี้เจ้าได้ประโยชน์มิใช่หรือน้องรัก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel