บทที่ 5
บทที่ 5
เสียงฝีเท้าหนักแน่นหยุดลงกลางโถงบรรยากาศในเรือนหลักของจวนราชครูตึงเครียดเหมือนอากาศถูกกดทับ
“เจ้ามันงูพิษ เลี้ยงไม่เชื่อง!”
ฝ่ามือของฮูหยินพานยกขึ้นสูงตั้งใจจะฟาดลงบนใบหน้านวลนั้น แต่สุดท้ายกลับหยุดอยู่กลางอากาศ นิ้วมือสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะใจอ่อน แต่เพราะฐานะ สตรีตรงหน้า ไม่ใช่เด็กที่นางจะลงโทษได้อีกต่อไป
นางคือพระชายาเอกขององค์ชายจินหลง
พานเชียนยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งใบหน้าซีดขาวแต่ไม่ได้หลบไม่ได้ถอยเพียงยืนรับสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ท่านแม่…” เสียงของนางสั่น เบา ราวกับแค่เปล่งออกมาก็ต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด
“อย่ามาเรียกข้าว่าแม่!” คำพูดนั้นฟาดลงมาแรงยิ่งกว่าฝ่ามือที่ไม่ได้ลง พานเชียนชะงักริมฝีปากเม้มแน่น
“เพราะอะไร…พานเชียน” เสียงของฮูหยินพานแผ่วลง แต่กลับหนักอึ้ง “เจ้าถึงได้ทำเช่นนี้”
คำถามนั้นไม่มีคำตอบหรือบางทีต่อให้มีก็ไม่มีใครอยากฟัง
“เจ้ากล้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทนพี่สาวของเจ้าได้อย่างไร!” เสียงของนางเริ่มสั่น ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บทั้งไม่เข้าใจ “ข้าเลี้ยงเจ้ามาผิดหรืออย่างไร…”
ประโยคนั้นเบาลงเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะถามอีกฝ่าย
พานเชียนเงียบเหมือนทุกครั้งนางเพียงยืนอยู่ตรงนั้น สายตายกขึ้นช้า ๆ มองไปยังพี่สาว แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอน ราวกับกำลังขอ ขอเพียงความเมตตาเล็กน้อย ขอให้อีกฝ่ายเอ่ยความจริงออกมา เพียงคำเดียว ก็เพียงพอแล้ว
แต่คำคำนั้นกลับไม่เคยถูกเอ่ยออกมาเลย
“ข้าเลี้ยงเจ้ามาราวกับบุตรสาวแท้ ๆ” น้ำเสียงของฮูหยินพานเริ่มแตก ความทรงจำไหลย้อนกลับมาเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม
“ในตอนที่มารดาของเจ้า…” นางหยุดกลืนน้ำลายลงคอเหมือนคำพูดต่อไปหนักเกินจะเอ่ย “เลือกที่จะทิ้งเจ้าไว้ที่จวนแห่งนี้”
พานเชียนกำมือแน่นเล็บจิกลงในฝ่ามือแต่ไม่รู้สึกเจ็บหรืออาจจะเจ็บจนชาไปแล้ว
“แลกกับหนังสือซื้อขายตัว” คำพูดนั้นตกลงมาชัดและเย็น “เป็นข้า…” เสียงของฮูหยินพานสั่น “ที่ยื่นมือออกไปรับเจ้าเอาไว้” น้ำตาเริ่มเอ่อไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว “เป็นข้า…ที่กลั่นเลือดในอกให้เจ้าดูดดื่ม!” เสียงนั้นขาดเหมือนหัวใจที่ถูกฉีกออกน้ำตาหยดลงพื้นทีละหยดเหมือนหยดเลือด
พานเชียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยดวงตาสั่นไหวแต่ยังคงไม่เอ่ยอะไร ฮูหยินพานยกมือขึ้นปิดหน้าร่างกายสั่น
ภาพในอดีตย้อนกลับมาอย่างชัดเจนในวันที่นางท้องแก่ใกล้คลอด ร่างกายอ่อนล้า แต่กลับต้องฝืนยิ้ม เพราะสามี เพราะหน้าที่ เพราะสิ่งที่สตรีในตำแหน่งของนาง ไม่อาจหลีกเลี่ยง นางเห็นสายตาของสามี ที่เต็มไปด้วยความต้องการ จึงเลือก
เลือกให้สาวใช้หน้าตาสะสวยคนหนึ่งเข้าไปอุ่นเตียงแทนเพียงเพื่อให้เรื่องทุกอย่างผ่านไป โดยไม่เคยคิดเลยว่า ผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้
สาวใช้ผู้นั้นตั้งครรภ์และเมื่อคลอดเด็กออกมา นางกลับเลือกที่จะแลกเด็กคนนั้น กับอิสรภาพของตนเอง
ทิ้งลูกแท้ ๆ เพื่อหนีจากชีวิตบ่าวไปเผชิญโชคชะตาข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ยอมดีกว่าอยู่ต่อในฐานะที่ต้องเรียกลูกของตนเองว่า คุณหนูและเรียกตัวเองว่าบ่าว
ฮูหยินพานหัวเราะเบา ๆ เสียงแหบเหมือนคนใกล้จะพังทลาย
“ข้าเลี้ยงเจ้ามา…พร้อมกับหรงหรง” ชื่อของบุตรสาวแท้ ๆเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว
“อายุห่างกันไม่กี่เดือนข้าให้เจ้าดื่มนมจากอกของข้าเหมือนกับหรงหรงทุกอย่าง”
ทุกอย่าง ไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง อย่างน้อย นางก็เชื่อเช่นนั้น
“แต่ผู้ใดจะคิด…” น้ำเสียงของนางเย็นลงช้า ๆ เหมือนความรักกำลังถูกแทนที่ “ว่าพอเติบใหญ่เจ้าจะคิดชิงวาสนาของผู้เป็นพี่” สายตาฮูหยินพานเต็มไปด้วยความผิดหวัง เหตุใดนางจึงไม่เคยมองเห็นความทะเยอทะยานของพานเชียน หรือเพราะความรักความเอ็นดูที่นางมีต่อลูกเลี้ยงมากเกินจึงมืดบอดจนมองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
คำพูดนั้นตกลงมาหนักหน่วงเหมือนปิดประตูทุกบานไม่เหลือที่ให้แก้ตัว พานเชียน นิ่งจนเหมือนหายใจไม่ออกคำว่าชิงวาสนายังคงก้องอยู่ในหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางอยากพูด อยากบอก อยากอธิบายทุกอย่าง แต่คำพูดเหล่านั้นกลับติดอยู่ที่ลำคอไม่อาจหลุดออกมา เหมือนที่เคยเป็นมาเสมอ
สุดท้ายนางก็ได้แต่ก้มหน้าต่ำลงไปอีกเหมือนยอมรับ ทั้งที่ในใจมันไม่ใช่เช่นนั้นเลย
