บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

บทที่ 4

ยามเช้ามาเยือนช้ากว่าปกติเหมือนแม้แต่แสงอาทิตย์ก็ยังลังเลจะสาดเข้ามาในเรือนแห่งนี้

เสียงฝีเท้าดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่ถึงยามสาย


ข้ารับใช้เดินเข้าออก เร็วกว่าทุกวันพานเชียนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ชุดเจ้าสาวยังที่ถูกถอดกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องแต่สีแดงสดของอาภรณ์นั้นกลับดูหม่นลงอย่างประหลาด

“พระชายา…ควรเสด็จออกมาได้แล้วเพคะ”

เสียงเรียกนั้นทำให้นางชะงักคำเรียกที่ไม่เคยเป็นของนางกลับถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนจะย้ำให้จำว่า ต่อให้ไม่อยากรับ มันก็ยังเป็นของนางอยู่ดี

ลานหน้าตำหนักแน่นขนัด

สายตานับสิบจับจ้องมาที่นาง


ไม่มีสายตาใดเป็นมิตร และไม่มีสายตาใดแปลกใจ เหมือนทุกคนรู้อยู่ก่อนแล้วว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติ

“เปิดม่าน”

เสียงหนึ่งดังขึ้นม่านเกี้ยวอีกคันที่ตั้งอยู่หน้าตำหนักถูกเปิดออก สตรีในชุดแดงอีกคนก้าวลงมา ช้า…และมั่นคง

เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นเบา ๆ


ก่อนจะขยายเป็นกระแส สองเจ้าสาวหนึ่งตำแหน่ง และไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายผิด

“นี่มันเรื่องอะไรกัน”

เสียงของราชครูพานดังขึ้น


กดทุกอย่างให้เงียบลง เขารีบมาทันทีที่คนของตำหนักองค์ชายจินหลงไปแจ้งว่ามีเกี้ยวแดงของเจ้าสาวอีกคันปรากฏขึ้นที่ตำหนักองค์ชาย

หรงหรงก้าวออกมา สายตาแดงเล็กน้อย

“ลูก…มาช้าเจ้าค่ะ” คำพูดเรียบง่ายแต่ทำให้ทุกสายตาหันไปอีกทาง “เมื่อคืนเกิดเรื่องไม่คาดคิดน้องรอง…เข้าใจผิด” นางหยุดเล็กน้อย เหมือนลังเลจะพูดต่อ “และขึ้นเกี้ยวมาแทนลูก”

คำว่าเข้าใจผิดลอยอยู่กลางอากาศ เบา


แต่หนักพอจะบดทับใครบางคน

พานเชียนเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว นางอยากพูดอยากอธิบาย อยากบอกว่า มันไม่ใช่แบบนั้น แต่เสียงของนาง เหมือนถูกกลืนหายไปตั้งแต่เมื่อคืน

“เข้าใจผิด?”

เสียงของจินหลงดังขึ้น ไม่ดังแต่ทุกคนเงียบลงทันที เขามองไปที่พานเชียน สายตาไม่เปลี่ยน


เหมือนเมื่อคืน

“เจ้าจะอธิบายเช่นนั้นหรือ”

เขาถามคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ พานเชียนกำชายเสื้อแน่น ริมฝีปากขยับแต่ไม่มีเสียง

“พอเถิด” เขาตัดบทเรียบง่ายและเด็ดขาด “ในเมื่อพิธีเสร็จสิ้นแล้วใครที่อยู่ในเรือนหอกับข้าเมื่อคืน”เขาหยุดเล็กน้อย เหมือนให้ทุกคนจำให้ชัด “ก็ย่อมเป็นพระชายาของข้า”

ลมหายใจของใครหลายคนสะดุดรวมถึงของพานเชียน หรงหรงนิ่งไปชั่วครู่ เหมือนไม่คาดคิด ว่าคำตัดสินจะง่ายดายเช่นนี้ ง่าย…จนไม่มีใครต้องรับผิด

“ยินดีด้วยนะ…น้องรอง”

เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยมาถึงข้างหูไม่มีใครได้ยินนอกจากนางคนเดียว

“ในที่สุด เจ้าก็ได้สิ่งที่อยากได้แล้ว”

พานเชียนไม่ตอบเพราะนางเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ได้มาไม่ใช่ความปรารถนา แต่คือกรงที่ไม่มีประตูจินหลงหันหลัง

“เตรียมตัวให้พร้อม” เขาเอ่ยโดยไม่มองนาง “ตั้งแต่นี้ไป อย่าทำให้ข้าขายหน้าอีก”

คำพูดนั้นไม่ใช่คำขู่แต่ก็ไม่ใช่คำเตือนมันคือข้อเท็จจริงที่ไม่มีทางเลือกให้ปฏิเสธ ในเมื่อเลือกที่จะแย่งชิงวาสนาของคุณหนูใหญ่สกุลพานผู้เพียบพร้อมไปด้วยกิริยาและชาติกำเนิด นางก็ต้องทำตัวให้เหมาะสมกับสิ่งที่แย่งมาได้

และตั้งแต่วินาทีนั้นพานเชียนก็เข้าใจว่าชีวิตของนาง ไม่ได้พังลงในคืนแต่งงาน แต่มันเพิ่งเริ่มพังในตอนเช้านี้เอง

“เอาล่ะ”

เสียงขององค์ชายจินหลงเอ่ยขึ้นเรียบเฉย


แต่กลับทำให้บรรยากาศทั้งหมดนิ่งงัน

“ตามธรรมเนียมแล้ว สตรีที่แต่งออกไป จะต้องกลับจวนเดิมหลังครบสี่วัน” เขาหยุดเล็กน้อยสายตากวาดมองไปยังราชครูพานก่อนจะเอ่ยต่อ

“แต่ดูแล้ว…ราชครูคงมีเรื่องต้องการพูดคุยกับชายาของข้าเป็นการด่วน”

คำว่า ชายาของข้า ถูกเอ่ยออกมา เรียบและเย็นไร้ซึ่งความรู้สึกใด

“เช่นนั้น วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันกลับบ้านก็แล้วกัน” เขาเว้นจังหวะก่อนจะเอ่ยต่อช้า ๆ “เพียงแต่…” สายตานั้นเลื่อนไปทางพานเชียนเพียงครู่เดียวแต่ก็เพียงพอจะทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

“ข้าคงไม่ไปกับนาง”

ประโยคนั้นเรียบง่ายแต่ชัดเจนไม่มีที่ให้ตีความ ไม่มีที่ให้หวัง

“หวังว่าราชครูพาน…คงเข้าใจ” ความเงียบปกคลุมหนักอึ้งไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยแทรกราชครูพานรีบก้าวออกมาค้อมกายลงทันที

“พ่ะย่ะค่ะ”

แม้การที่ลูกเขยไม่ร่วมกลับจวนเดิมของภรรยาจะถือเป็นการหมิ่นเกียรติของฝ่ายหญิงอย่างชัดเจนแต่ราชครูพาน ก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับคำโดยไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel