ตอนที่5 เอาของมาแลก
จูบแรกที่ไม่เคยถูกผู้ใดครอบครองแต่ไยเวลานี้กลับถูกบุรุษแปลกหน้าที่อ้างตัวว่าเป็นองค์รัชทายาทขโมยไปอย่างซึ้งๆ หน้าเช่นนี้
ช่างกล้าดีเกินไปแล้ว!
มู่เหมียนที่กลับมาตั้งสติได้สละรสจูบนั้นผลักเขาออกห่างแล้วรีบลุกขึ้นถอยปรี่หลังชนฝาด้วยความตกใจทันทีก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนตื่นตระหนกอย่างหนักกับสีหน้าแดงก่ำหัวใจเต้นสั่นระรัว
“ท่านคิดจะทำอะไร!”
“หึหึ ตามข้อตกลงอย่างไรละ ข้าบอกท่านไปแล้วไม่ใช่หรือ”
“ท่านอย่ามากล่าวเท็จไปหน่อยเลย มากล่าวอ้างตนว่าเป็นองค์รัชทายาทเช่นนี้ไม่กลัวถูกตัดหัวเอารึ! แล้วไหนจะมากระทำกับข้าเช่นนี้อีก กะ...เกินไปแล้ว”
“ท่านไม่เชื่อในสิ่งที่ข้ากล่าวจริงๆ หรือ”
“ไม่เชื่อ! องค์รัชทายาทนะหรือจะมาเดินเที่ยวในตลาดเช่นนี้มิหนำซ้ำยังจะมาจุ…”
“หืม อะไรหรือกล่าวมาสิ”
สายตาและสีหน้าเจ้าเล่ห์ของเขาเลิกคิ้วจ้องมองพลางกำลังยิ้มมุมปากเมื่อเห็นมู่เหมียนชะงักคำกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อครู่
ยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเป็นหลายเท่าจนต้องหลบหลีกสายตาคู่นั้นที่กำลังจ้องดูราวกำลังจะกลืนกินตนเข้าไปทั้งตัวจึงรีบกล่าวเปลี่ยนเรื่องในทันที
เขาได้ขโมยจุมพิตบริสุทธิ์ไปเสียแล้ว
“ชะ…ช่างเถิดระ…เรื่องเมื่อครู่ข้าจะไม่ถือสาเอาความถือว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้ว ข้าขอตัวก่อน”
ทันทีที่กล่าวจบมู่เหมียนรีบลุกแล้วทำท่าจะก้าวเดินจากไป แต่เป็นอีกครั้งที่ความไวเป็นของปีศาจจอมเจ้าเล่ห์อย่างเขา
จางเจียวหั่วช่างว่องไวมุ่งเข้ามาประกบตัวของมู่เหมียนเอาไว้พร้อมกับเอามือพาดกั้นไม่ให้มีทางหนีอย่างรวดเร็วจนตนนั้นถูกเขาต้อนจนมุมหลังชนฝ่าอีกครั้ง
เขาโน้มตัวเข้าใกล้จนใบหน้าแทบจะแนบเป็นเนื้อเดียวกันยิ่งทำให้มู่เหมียนทำตัวไม่ถูกจนตัวเกร็งเหงื่อไหลซึมออกมาด้วยความอุณหภูมิที่ร้อนผ่าวต้องพาหน้าหลบหลีกหนีจากด้วยความเขินอายรู้สึกร่างกายวูบวาบไปทั้งตัวเพราะลมหายใจแผ่วเบาของเขากำลังรดต้นคอของตนอยู่มาอย่างไม่ทางหลบหลีกหนีได้เลย
การกระทำของจางเจียวหั่วเหล่านี้กำลังจะฆ่ามู่เหมียนทางอ้อมเพราะหัวใจเต้นแรงราวกำลังจะหลุดออกจากหน้าอกออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว
ไม่เคยมีผู้ใดที่รุกกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรงหนักเป็นถึงขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต มิหนำซ้ำเขานั้นเป็นบุรุษเช่นเดียวกันกับตน ไฉนเลยกระทำการหว่านเสน่ห์รุกเร้าเฉกเช่นสตรี
“ท่านอยากจะหนีจากข้าไปขนาดนั้นเลยหรือ”
“ปะ…ปล่อยข้าเถิด!” เสียงสั่นเครือแผ่วเบาแฝงความเขินอายปนหวาดกลัวกล่าวห้ามเขา
“ไม่…จนกว่าท่านจะเชื่อในตัวข้าก่อน”
น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูมู่เหมียนอย่างนุ่มนวลชวนหลงใหล
จางเจียวหั่วผู้นี้นิสัยผิดกับหน้าตาราวฟ้ากับเหวภายนอก บุคลิกสงบเสงี่ยมสุภาพสง่างามแลดูเพียบพร้อม แล้วเหตุใดในเวลานี้ในยามที่อยู่กับสองต่อสองถึงได้มีนิสัยก้าวร้าวราวสัตว์ป่าที่เจอเนื้อชิ้นงามพร้อมที่จะสงบเหยื่อด้วยสายตาคมคู่นั้นเสียได้ ช่างผิดกับตอนแรกที่เจอกันไปโดยสิ้นเชิง
“เป็นใคร ก็ไม่เชื่อว่าองค์รัชทายาทจะมาอยู่ในที่เช่นนี้กัน แล้วอีกอย่างหนึ่งข้าบอกท่านไปแล้วว่าข้ามิใช่สตรีข้าเป็นบุรุษเช่นท่าน ท่านอย่าได้กระทำเช่นนี้เลยปล่อยข้าเถิด”
“จำเป็นด้วยหรือที่ต้องปฏิบัติเช่นนี้เพียงแค่กับสตรีเท่านั้น…”
น้ำเสียงแข็งของจางเจียวหั่วทำให้มู่เหมียนที่กำลังผลักไสเขาออกจากตัวถึงกับชะงักในทันทีกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะหันกลับมาเผชิญกับสายตาคมกริบนั้นด้วยความอึ้งอย่างเหลือเชื่อเป็นอย่างมากจนต้องกล่าวถามซ้ำเขาออกไปอีกครั้ง
หูฟาดไปแน่ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขากล่าวเช่นนั้นจริงๆ...
“ทะ…ท่านกล่าวอะไรนะ?”
“ข้ากล่าวไปแล้วไม่ขอกล่าวซ้ำ…แต่หากอยากให้ข้ากล่าวอีกครั้งจะต้องมีของมาแลกเปลี่ยน”
“อะไรนะ? ของแลกเปลี่ยนอะไรข้าไม่มีให้ท่านหรอกนะ”
“ของแลกเปลี่ยนคือ...ท่านมาเป็นของข้าอย่างไรล่ะ”
“ชะ…เช่นนั้นข้าไม่ถามแล้วกะ…ก็ได้”
ใบหน้าที่แดงก่ำร้อนฉ่ากับหัวใจที่สั่นไหวอย่างหนักด้วยคารมคำกล่าวของอีกฝ่ายทำให้มู่เหมียนรีบก้มหน้าหลบหลีกสายตาอย่างไม่กล้าสู้หน้าเขาอีกครั้งราวกับแทบจะมุดหารูหนีออกจากห่วงเสน่ห์นี้ให้เร็วที่สุด
จางเจียวหั่วผู้นี้จะรุกหนักเกินไปแล้ว!
“หึ ก็ได้หากท่านไม่เต็มใจในตอนนี้ข้าก็จะไม่ขืน...แต่ต่อไปนะไม่แน่”
จางเจียวหั่วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่นเบาก่อนจะยอมปล่อยมือถอยตัวห่างให้อิสระแกมู่เหมียนให้มีพื้นที่ได้หายใจหายคอพลางยืนยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ข้าละไม่เข้าใจความคิดของท่านจริงๆ คิดจะอะไรของท่านกันแน่นะ”
“บางสิ่งอย่างไม่จำเป็นต้องไม่มีเหตุผลหรอก...ส่วนเรื่ององค์รัชทายาทนั้นหากท่านไม่เชื่อข้าล่ะก็ ข้าจะขอพิสูจน์ให้ท่านเห็นดีหรือไม่”
“มีแต่ข้อเสนอประหลาดทั้งนั้นข้าละเชื่อท่านเลยจริงๆ หากรู้เช่นนี้ข้าไม่ยอมให้ท่านหลอกมาที่นี่ตั้งแต่แรกเสียดีกว่า”
รอยยิ้มมุมปากถูกเผยออกมาก่อนจะที่เขาจะกล่าวอย่างท่าทางที่ดูมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก
“หึ แล้วท่านก็จะรู้เอง หากท่านไม่เชื่อว่าข้าคือองค์รัชทายาทจริง เช่นนั้นในอีกสามวันในวังหลวงมีงานฉลองคล้ายวันประสูติขององค์รัชทายาท แล้ววันนั้นท่านจะถูกเชิญไปที่นั่น แล้วท่านก็จะเจอข้าอย่างแน่นอน”
“ข้าจะถูกเชิญไปเช่นนั้นรึ! ใครจะมาเชิญคนเช่นข้ากัน นี่ท่านกำลังฝันอยู่ใช่หรือไม่”
“จะฝันหรือไม่ฝันท่านคอยดูเอาเองก็แล้วกัน แล้ววันนั้นท่านก็ต้องมาเป็นของข้า...”
“เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว ข้ากลับล่ะและขอให้ไม่เจอคนประหลาดเช่นท่านอีก”
มู่เหมียนกล่าวจบใช้ความเร็วรีบหนีเผ่นออกจากที่นั่นโดยทันทีเพราะกลัวว่าจางเจียวหั่วจะขวางทางตนเอาไว้อีกเหมือนครั้งก่อนๆ
หลังจากที่ตนหนีออกจากที่นั่นมาได้สักพักเมื่อเห็นไม่มีใครตามมาก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากก่อนจะไปหาที่นั่งพักด้วยความเหนื่อย
ในยามราตรีความมืดคลุมท้องฟ้าเมฆามีเพียงดวงดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง มู่เหมียนที่นั่งยกมือขึ้นมากุมหน้าอกเพราะหัวใจที่ยังคงเต้นสั่นระรัวของตนเอาไว้แน่นพลันนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่จางเจียวหั่วผู้นั้นทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเขาหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้
ตั้งแต่ที่เติบโตมาพบผู้คนมากหน้าหลายตากลับไม่เคยคิดจะเหลียวมองไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือบุรุษราวกับคนไร้หัวใจไร้ความรู้สึก แล้วเหตุใดมาในวันนี้เจอเขาได้เพียงสองวันความรู้สึกประหลาดเหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
มิหนำซ้ำจางเจียวหั่วบุรุษรูปงามนิสัยเจ้าเล่ห์เช่นเขาที่อ้างตัวเป็นองค์รัชทายาทมาขโมยจุมพิตบุรุษด้วยกันเสียอย่างนั้นเกิดขึ้นบ้าอะไรกัน
เขาคงจะเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ!
