ตอนที่4 ข้าไม่ถือ
(โรงเตี๊ยม)
มู่เหมียนถูกจางเจียวหั่วพามายังห้องส่วนตัวโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในตลาดพร้อมกับสั่งอาหารราคาแพงมาเต็มโต๊ะและให้ผู้ติดตามเขาเฝ้าอยู่ด้านนอก
บรรยากาศภายในห้องดูไม่เป็นกันเองตนทำได้เพียงนั่งเงียบตัวเกร็งสีหน้าครุ่นคิดคิ้วขมวดแอบเหลือบมองหน้าจางเจียวหั่วผู้นั้นที่นั่งยกจอกชาดื่มอยู่ตรงหน้าอย่างสงบเสงี่ยมราวกับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยความสงสัย
ทำให้มู่เหมียนอดที่สงสัยในตัวตนของเขาไม่ได้ แล้วไหนเลยจะถุงเงินลายปักพิเศษใช้สำหรับคนในราชวังนั้นอีก ด้วยความอยากรู้เป็นอย่างมากจึงได้ตัดสินใจรวบรวมความกล้าที่จะกล่าวถามเขาออกไปตรงๆ ด้วยความจริงจังอย่างไม่ลังเล
“ท่านเป็นใครกันแน่ เหตุใดท่านถึงมีถุงเงินลายปักของคนในราชวังด้วย…”
สิ้นเสียงคำถามจางเจียวหั่วกลับยังคงนั่งดื่มชาอย่างสงบนิ่งท่าทีและสีหน้าคาดเดาได้ยากอยู่เช่นเดิมก่อนจะวางจอกชาในมือลงแล้วจ้องหน้ามู่เหมียนพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ท่านนี่ช่างสังเกตจริงๆ”
“ถึงข้าจะเป็นผู้ความรู้น้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไร้ไหวพริบเสียหน่อย”
“แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าถุงผ้าที่ข้ามอบให้ใบนั้นเป็นของคนในราชวังกันหรือ”
“ลายปักพิเศษที่ไม่เหมือนของบุคคลหรือชนชั้นสูงทั่วไปใช้กัน ถึงจะเป็นชนชั้นสูงที่ร่ำรวยมากเพียงใดก็ยังไม่มีใครใช้เนื้อผ้าที่แพงกว่าไข่มุกล้ำค่าเสียอีก มีเพียงแค่คนในราชวังเท่านั้นที่จะใช้ของราคานับจำนวนไม่ได้เช่นนี้ได้ใครๆ ก็ดูออก…ข้ากล่าวถูกใช่หรือไม่”
“หึหึ สมแล้วที่เป็นท่าน…สายตาข้าเลือกไม่ผิดจริงๆ”
“เลือก? ท่านกล่าวเรื่องอะไรข้าสับสนไปหมดแล้ว ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่ หากท่านไม่บอกความจริงแก่ข้า ข้าจะกลับบัดเดี๋ยวนี้ส่วนเงินของท่านถึงท่านไม่รับคืนข้าจะตั้งเอาไว้ที่นี่”
มู่เหมียนกล่าวจบก็ล้วงหยิบถุงเงินออกมาจากอกเสื้อแล้ววางลงตรงหน้าของเขาก่อนจะลุกขึ้นทำท่าเดินเพื่อที่จะกลับอย่างหงุดหงิด แต่ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงก็ได้เกิดขึ้น
ในระหว่างที่มู่เหมียนกำลังเดินผ่านเขาไปนั้น จู่ๆ มือใหญ่ได้เอื้อมมาคว้าแขนของตนอย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจนเซเสียหลักเอนไปตามแรงเหวี่ยงตัวล้มลงไปนอนอยู่ในหน้าตักของเขา
ถึงกับดวงตาเบิกกว้างมองใบหน้าเขาด้วยความตกใจอึ้งค้างไปอยู่ครู่หนึ่งกับใบหน้าที่แดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่จางเจียวหั่วกลับก้มหน้าลงมาจ้องมองตนด้วยสีหน้าที่พอใจก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเจอแววทะนุถนอม
“ข้าบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าไม่รับเงินคืน…แล้วข้าก็จ้างท่านแล้วด้วย ท่านไม่มีสิทธิ์จะยกการว่าจ้างนี้ได้นอกจากข้าสั่งแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น”
สิ้นเสียงของเขามู่เหมียนที่มัวแต่จ้องมองหน้าจางเจียวหั่วค้างอยู่จึงเรียกตั้งสติกลับมาอย่างเร็วกล่าวขออภัยก่อนจะรีบทำท่าจะลุกออกจากหน้าตักของเขาทันที
“ขะ…ข้าขออภัยด้วย อึก!”
แต่ทว่าทันทีกำลังจะลุกนั้นกลับถูกมือใหญ่ดึงตัวให้กลับไปอยู่ในหน้าตักเช่นเดิมอีกครั้ง มิหนำซ้ำครั้งนี้กลับใช้แขนแข็งแรงกันตัวของมู่เหมียนเอาไว้ไม่ให้ลุกหนีได้จนต้องตกอยู่ภายในอ้อมกอดแผ่นหน้าใหญ่นั้นอย่างขยับตัวไม่ได้
การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้มู่เหมียนอึ้งตกใจจนตัวเกร็งดวงตาเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าที่แดงก่ำขึ้นมากกว่าเดิม แล้วไหนจะหัวใจที่เต้นแรงสั่นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลยนี่อีด
ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน..
“ท่านอยากรู้จริงๆ หรือ...”
“ทะ…ท่านคิดจะทำอะไรปะ…ปล่อยข้าเถิด” เสียงอ่อนตะคอกถามด้วยความตกตะลึง
“ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรหรือทำร้ายท่านเลยนี่ตกใจอะไรกัน ไหนท่านบอกว่าอยากรู้จักตัวตนของข้าไม่ใช่หรือ”
“อะ…เอ่อ กะ…ก็นั่งคุยกันดีๆ ก็ได้”
"แบบนี้แหละดีแล้ว ข้าไม่ถือ...”
“อะ…อะไรนะ!”
มู่เหมียนถึงกับต้องหันไปจ้องหน้าอย่างอึ้ง ไม่รู้เลยว่าเขาคิดจะทำอะไรกินแน่แต่ที่แน่ๆ ในตอนนี้หน้าของตนนั้นแดงก่ำร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลนอยากจะรีบเอาหน้าไปจุ่มลงในโอ่งน้ำจะแย่แล้ว
เมื่อเห็นสายตาคมกริบคู่นั้นแฝงความเจ้าเล่ห์กำลังจ้องมองตนอยู่ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะตะคุบเหยื่อก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกันแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความหวงแหนอย่างเห็นตนเป็นสมบัติส่วนตัว
“ข้าจะบอกท่านก็ได้ว่าข้าคือใคร…แต่หากข้าบอกแล้วท่านจงเป็นของข้าเสียแต่โดยดีเถิด”
“ขะ…ของท่านรึ!”
“ข้าคือ...องค์รัชทายาท”
“อะ…องค์รัชทา…อุ๊บ!”
ไม่ทันสิ้นเสียงที่ตื่นตระหนกตกใจนั้นได้กล่าวจบกลับได้ถูกริมฝีปากที่เรียวบางเฉียบกดทับลงมากลบน้ำเสียงไม่ให้เล็ดลอดแม้แต่นิดเดียวเสียก่อน
"ดวงตากลมตาถูกเบิกกว้างเลนส์ขยายจนเต็ม บรรยากาศภายในห้องนี้ดูร้อนระอุขั้นสุด อุณหภูมิในร่างกายขึ้นสูงกะทันหันด้วยสีหน้าที่แดงก่ำชาราวกับไม่มีความรู้สึกตระหนกขั้นสุดกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เชื่อในตัวเอง
ตอนนี้คือความฝันใช่หรือไม่ ตนได้จูบกับ…องค์รัชทายาทจริงๆ นะหรือ!
ไม่ใช่...คงเป็นความฝันแน่ๆ องค์รัชทายาทหรือจะกล้ามอบจุมพิตที่ใครต่างๆ ต้องการอยากที่จะครอบครองกลับยัดเยียดมอบให้กับตนที่เป็นบุรุษเช่นเดียวกับเขา
จะเพ้อฝันเกินไปแล้ว…
