ตอนที่2 ค่าจ้าง?
คำกล่าวที่ชวนให้งงปนสงสัยก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาในหัวของมู่เหมียนอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรบุรุษผู้นี้ถึงกล่าวเช่นนั้นจึงได้กล่าวถามซ้ำเขาอีกครั้ง
“ข้าไม่เข้าใจที่ท่านกล่าวหมายความว่าเช่นไร?”
“ไม่มีอะไรข้ากล่าวไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ท่านอย่าได้ใส่ใจ”
บุรุษผู้นี้กล่าวด้วยสีหน้าที่ดูมีความในบางอย่างยอมตัดบทสนทนาไปเสียดื้อๆ ทั้งที่เหมือนจะมีอะไรสักอย่างภายในใจ ตนจึงต้องกล่าวตอบกลับไปตามน้ำ
“อะ…อ๋อ แล้วตกลงท่านมีเรื่องอะไรถึงได้ให้ข้ามาที่นี่หรือ?”
“เอ่อคือข้า…อยากมอบจะรางวัลให้ท่านนะ”
“รางวัล?”
บุรุษผู้นี้ช่างดูมีนิสัยแปลกประหลาดต่างจากหน้าตาและบุคลิกรูปร่างของเขาโดยสิ้นเชิง ลุกลี้ลุกลนแปลกๆ นั่นยิ่งทำให้มู่เหมียนสงสัยและสับสนเข้าไปใหญ่
เขาต้องการจะทำอะไรกันแน่นะ?
“ขะ…ข้าแค่อยากมอบให้รางวัลการแสดงของท่านเมื่อครู่ ข้าเห็นคนเยอะเกินไปเลยไม่อยากจะฝ่าเข้าไปจึงสั่งให้ผูติดตามตามท่านมาที่นี่ หากเป็นการรบกวนเกินไปต้องขออภัยด้วย”
“มะ…ไม่เป็นไร ไม่เป็นการรบกวนข้าเลย”
ทันทีที่สิ้นเสียงหานเจียงผู้ติดตามผู้รู้ใจของเขาไม่รอช้าล้วงหยิบถุงใส่เงินจากในอกเสื้อส่งให้เจ้านายของเขาทันที
“เช่นนั้น...โปรดรับน้ำใจของข้าด้วย”
“ขอบใจท่านมากๆ ข้าเกรงใจแล้ว”
เขายื่นส่งถุงเงินใบให้กับตน แต่รู้สึกว่ามันหนักอึ้งแปลกๆ จงได้เปิดปากถุงดูสิ่งที่อยู่ข้างใน แล้วถึงกับตกใจดวงตาเบิกกว้างรีบเงยมองหน้าบุรุษจางเจียวหั่วผู้นั้นในทันทีเมื่อพบว่าเขาได้มอบเงินจำนวนหลายพันตำลึงให้กับตน
“นี่มัน!…”
“ข้ามอบให้ท่าน”
“เงินจำนวนมากมายเช่นนี้ข้ารับไว้ไม่ไหวมันเยอะเกินไป ท่านเอาคืนไปเสียเถิด”
“ข้าตั้งใจที่จะให้ท่านแล้วไม่ขอรับคืน”
จางเจียวหั่วกล่าวพลางยิ้มมองมู่เหมียนที่กำลังอึ้ง สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเต็มใจที่จะให้จากใจจริง แต่ตนคิดว่านี่มันไม่ถูกต้องตนไม่สามารถรับเงินจำนวนมากมายเช่นนี้ได้ มันมากเกินไปสำหรับน้ำใจหรือรางวัลที่ควรได้รับจึงกล่าวยืนยันที่จะไม่รับเงินของเขาพลางยื่นถุงเงินใบนั้นเพื่อจะคืนกลับไป
“ท่านเอาคืนไปเถิดข้ารับเอาไว้ไม่ได้จริงๆ ตั้งแต่ข้าแสดงการร่ายรำมาไม่เคยได้เงินจำนวนมากมายเช่นนี้มาก่อน มันมากเกินไปสำหรับข้าท่านโปรดรับเงินของท่านคืนไปเสียเถิด”
“ไม่…ข้ากล่าวจะให้ท่านแล้ว ข้าย่อมปฏิเสธที่จะรับคืน”
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่ ข้าไม่รับคืนข้าให้ท่าน”
จางเจียวหั่วก็ยังคงยืนยันคำเดิมปฏิเสธที่จะรับเงินคืนเช่นกัน มู่เหมียนได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวอะไรต่อไม่ได้ เมื่อเห็นแล้วว่าเขาไม่คิดจะรับเงินคืนจริงๆ และเอาแต่ยืนจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งเหล่านี้
บุรุษผู้นี้ช่างพิลึกคน...
ในเมื่อจางเจียวหั่วผู้นั้นไม่ยอมรับเงินคืน ตนจึงเปลี่ยนความคิดต่อรองกับเขาออกไปอย่างจริงจัง
“หากท่านไม่รับเงินคืนจริงๆ ข้าก็จะไม่รับเงินจำนวนมากเช่นนี้ได้เช่นกัน หากข้าไม่ได้สิ่งใดเพื่อแลกมันมา”
จางเจียวหั่วเห็นมู่เหมียนกล่าวอย่างจริงจังชัดเจนเช่นนั้นทำให้เขาอึ้งไปเล็กน้อยพลางคิดในใจว่าร้อยคนพันคนย่อมเห็นเงินดีกว่าศักดิ์ศรี
แต่เหตุใดมู่เหมียนผู้นี้ถึงไม่ยอมรับเงินหากไม่ได้ทำสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนกับเงินของเขา เห็นเช่นนั้นแล้วเขาจึงยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจแล้วกล่าวยื่นข้อเสนอบางอย่างขึ้น
“ก็ได้...เช่นนั้นเงินจำนวนนี้ที่ข้าให้ท่านถือว่าเป็นค่าจ้างเสียแล้วกัน”
“ค่าจ้าง?”
“ท่านกล่าวเองไม่ใช่หรือว่า หากไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินจำนวนนี้ ท่านจะไม่ยอมรับไว้เป็นอันขาด”
“ถูกต้อง ข้าไม่ชอบรับเงินจากผู้ใดโดยไร้เหตุผลและข้าก็ไม่อยากจะติดบุญคุณใคร”
“เช่นนั้นข้าจะจ้างท่านให้มาเป็น…คนคู่ใจของข้า”
มู่เหมียนถึงกับคิ้วขมวดไม่เข้าใจจางเจียวหั่วผู้นี้เลยจริงๆ ตนเพิ่งจะเคยพบเห็นคนที่ยื่นข้อเสนอประหลาดเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้
คิดยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี?
“คนคู่ใจเช่นนั้นรึ?”
“ถูกต้อง”
“ข้าไม่เข้าใจท่านเลยจริงๆ เพิ่งจะพบกันหนแรกท่านก็ยื่นมาข้อเสนอประหลาดให้ข้าเสียแล้ว”
“เพราะข้า…ถูกใจเจ้าอย่างไรล่ะ”
จางเจียวหั่วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลพลางอมยิ้มนัยน์ตาสีดำคมกริบของเขาคู่นั้นกำลังบอกอะไรบางอย่าง ทำให้มู่เหมียนที่ยืนจ้องหน้าคิ้วขมวดนั้นกลับหน้าแดงก่ำใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเสียอย่างนั้น
จางเจียวหั่วบุรุษผู้นี้เพิ่งได้เจอกันครั้งแรกทำให้รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาเสียแล้ว
“เช่นนั้นเอาตามนี้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้ยามซวี (19.00-20.59น.) นับตั้งแต่พรุ่งนี้ข้ากับท่านเรามาเจอกันที่นี่เช่นเดิมตามนี้นะ ข้ามีธุระต้องไปทำต่ออย่าลืมสัญญาของเราเชียวข้าไปล่ะ”
ทันทีที่เขากล่าวจบไม่ทันให้มู่เหมียนได้ถามอะไรต่อเขาก็รีบเดินจากไปพร้อมกับผู้ติดตามของเขา ปล่อยให้ตนยืนอย่างงงงวยอยู่ตรงนั้นเพียงคนเดียวมารู้ตัวอีกทีเขาก็เดินจากไปเสียแล้วจึงรีบวิ่งตามไปพลางตะโกนเรียกเขาให้กลับมา
“อ๊ะ! ดะ…เดี๋ยวสิท่าน กลับมาก่อน!”
แต่เมื่อวิ่งไล่ตามไปสักพักหนึ่งกลับไม่พบเขากับผู้ติดตามเสียแล้ว มู่เหมียนพยายามเดินตามหาในงานอยู่พักใหญ่แต่กลับไม่เจออีกเช่นเคย จึงตัดใจหยุดตามหาก่อนจะยกถุงเงินใบนั้นที่เขามอบให้ขึ้นมามอง
แต่ทว่าเมื่อตนเห็นถุงเงินแล้วรู้สึกเอะใจบางอย่างเพราะถุงเงินใบนั้นเป็นผ้าชั้นดีปักลายพิเศษอย่างประณีตที่ไม่เหมือนกับถุงเงินธรรมดาทั่วไปที่คนเขาใช้กัน แต่มีเพียงคนในราชวงศ์เท่านั้นที่สามารถจะมีถุงเงินเช่นนี้ได้ แล้วไยเขาถึงได้มีถุงผ้าแบบนี้ได้นะ
อะไรกันนะจางเจียวหั่วผู้นี้ดูลึกลับพิลึกไม่เหมือนผู้ใดเสียจริง?
