บทที่ 3 ดีมาข้าดีตอบ…ร้ายมาข้าสนองกลับ
ซูหรงในร่างหวงซูเหมยยกมือขึ้นเตรียมพร้อมที่จะลงมือ หากผู้ใดคิดรังแกนางอย่าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเลย หญิงสาวจ้องมองสาวใช้ด้วยใบหน้าดุดันที่พร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อ ส่งเสริมให้บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความน่ากลัว และแปลกประหลาดใจไปตามๆ กัน
ครั้งก่อนคุณหนูซูเหมยเป็นสตรีเรียบร้อย อ่อนแอไม่กล้าปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้มาก่อน แต่เหตุใดครานี้นิสัยนางช่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
สาวใช้หน้าซีดหวั่นวิตก เอามือที่ง้างขึ้นหวังจะตบวางมือลง เพราะสายตาของนางช่างน่ากลัวเสียเหลือเกินเหมือนไม่ใช่สตรีที่ตนจะสามารถข่มเหงได้ดังเช่นแต่ก่อน
เห็นเช่นนั้นหวงซูเหมยยกยิ้มชันมุมปากอย่างพึงพอใจ คนในมิตินี้ดีแต่ปากอย่างนั้นหรือ หึ! นางนึกว่าจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว เพียงเสี้ยวดวงตาที่ยิ้มร้ายหันไปจ้องสบตาสตรีที่เอาแต่กลัวหัวหดหลบสาวใช้อยู่ด้านหลังทันที
“นี่เจ้าจะทำอันใด เหตุใดไม่ไปสั่งสอนนางฮ้า!” หวงฮวาเยี่ยน กอดอกจิปากไม่พอใจอย่างยิ่ง ทั้งที่คนของนางมีมากกว่า แค่สตรีนางเดียวสิ้นเสียสติยังไม่มีปัญญากำจัด หญิงสาวกล่าวขึ้นอย่างตำหนิ “พวกเจ้านี่ไม่ได้เรื่องเลยเสียจริง! ถอยไปข้าจัดการเอง!”
“จะ…เจ้าค่ะคุณหนู” สาวใช้วิ่งไปหลบด้านข้างด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“ฮึ! ข้าก็นึกว่าเจ้าเอาแต่หลบซ่อนอยู่ผู้อื่นเสียแล้ว ฮวาเยี่ยนน้องข้า” หวงซูเหมยเดินเข้าไปประชันหน้าอย่างไม่รีรอให้นางต้องเปลี่ยนใจ นี่เป็นโอกาสอันดีงามเสียด้วยซ้ำที่จะได้สั่งสอนสตรีร้ายกาจเช่นนี้
คิ้วกระบี่งดงามได้รูปยกเฉียงขึ้นจ้องมองสตรีเสียสติตรงหน้า “อย่ามาเรียกข้าว่าน้อง หวงซูเหมยเจ้าก็แค่สตรีชั้นต่ำที่ไม่มีผู้ใดต้องการ ที่ข้าทำกับเจ้าเพียงแค่หวังดีเท่านั้น ดูร่างกายเจ้าสิอ่อนแอเช่นนี้คงอยู่ได้อีกไม่นาน ข้าแค่สนองช่วยเจ้าให้ไปปรโลกไวขึ้นเท่านั้น อย่าทำตัวอวดเก่งไปหน่อยเลย”
“งั้นหรือ? ข้าไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะเป็นสตรีที่จิตใจดีงดงามถึงเพียงนี้ หากข้าไปปรโลกเช่นนั้นข้าก็จะลากเจ้าลงหลุมไปด้วยเช่นเดียวกัน!”
ชั่วพริบตาเดียวร่างทั้งร่างของนางมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหวงฮวาเยี่ยนในระยะใกล้ มืออันที่เคยอ่อนแอจับข้อมือ หวงฮวาเยี่ยนบีบรั้งไว้แน่นด้วยรอยยิ้มอันร้ายกาจที่ส่งไปถึงดวงตาทำให้อีกคนสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
“นะ…นี่เจ้าจะทำอันใดข้ากัน” ฮวาเยี่ยนยื้อดึงข้อแขนกลับมาคืนเต็มแรง แต่กลับไร้ผลเช่นดังเดิม สตรีผู้นี้เดิมทีเคยอ่อนแอใกล้ตายรอมร่อไปเอาเรี่ยวแรงอันมากมายเหล่านี้ที่ไหนกัน
“เพียงเท่านี้เจ้าก็ร้องออกมาแล้วหรือ ช่างอ่อนต่อโลกเสียจริง หึ! ข้ายังเล่นกับเจ้าไม่สนุกเลย” หวงซูเหมยกล่าวเย้ยหยัน ร่นเสียงหัวเราะในลำคอ
สิ้นเสียงของนางลง หวงฮวาเยี่ยนชักสีหน้าอันบูดเบี้ยวเตรียมง้างมือจะตบสตรีตรงหน้าที่กล้าถือดี “นี่เจ้า!....ปะ…เป็นไปไม่ได้”
หญิงสาวสั่นระริกมองมือทั้งสองข้างของตนเองในตอนนี้ถูกหวงซูเหมยจับไว้ทั้งสองไม่สามารถขยับหนีไปที่ใดได้ นี่ตนต้องขายหน้าผู้อื่น และยอมแพ้ให้สตรีเสียสติเช่นนี้หรือ ช่างน่าขายหน้านัก สิ้นความคิดหญิงสาวกรีดร้องเสียงแหลมออกมาช่างน่าปวดหัวจ้องมองนางอย่างไม่พอใจ
ทันใดนั้นหวงซูเหมยปล่อยมือที่จับฮวาเยี่ยนออก นางง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของฮวาเยี่ยนเป็นการสั่งสอนทันทีเผื่อว่าปากที่กรีดร้องน่ารำคาญนั้นหยุดสงบลงเสียที
เพี๊ย!
ใบหน้าขาวเนียนเต็มไปรอยแดง ฮวาเยี่ยนหงายหน้าไปตามแรงก่อนหันกลับมาจ้องมองหวงซูเหมยด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา “กรี๊ด!!...เจ้า…เจ้ากล้าดียังไงถึงมาตบหน้าข้า”
“ทำไมข้าจะตบไม่ได้กัน นี่ครั้งแรกที่เจ้าส่งเสียงอันน่าหนวกหูนั่นออกมา ส่วนนี่ครั้งที่สองที่เจ้ากล้ารังแกข้า!”
เพี๊ย!
หวงซูเหมยตบเข้าไปที่ใบหน้าของสตรีตรงหน้าอีกทีสุดแรงไม่ยั้งมือ จนคนถูกกระทำล้มลงไปกองพับอยู่กับพื้นด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา
นางอยากทำสิ่งนี้มาตั้งนานนัก ช่างสาแก่ใจเสียจริง หึ! ซูหรงในร่างซูเหมยกอดอกยกยิ้มอย่างสาแกใจที่เห็นน้ำตาของสตรีไร้ยางอายหลั่งไหลออกมา
‘นี่น่ะหรือนางร้ายที่ผู้คนต้องเกรงกลัว เช่นนั้นต่อไปนี้ข้าจะเป็นนางร้ายที่พวกเจ้าต้องยอมก้มหัวเสียเอง!”
หวงฮวาเยี่ยนจับพวงแก้มอันชอกช้ำทั้งสองจ้องมองหวงซูเหมยด้วยความโกรธเกลียดเท่าตัว “ขะ…ข้าจะฟ้องท่านแม่ท่านพ่อ คอยดูเถอะหวงซูเหมย เจ้าอย่าดีใจไปหน่อยเลย เจ้าไม่มีวันรอดเงื้อมมือข้าไปได้หรอก ฮือ…ฮือ”
หญิงสาวชี้หน้าด่าทอหวงซูเหมยก่อนลุกพาร่างกายอันบอบช้ำหนีลุกออกไปจากเรือนนางทันทีด้วยอาการที่สั่นเทา และเสียหน้า ที่ไม่สามารถรังแกสตรีเสียสติเช่นนี้ได้ดังเดิมอีกต่อไป
หวงซูเหมยกอดอกมองหวงฮวาเยี่ยน และข้าบ่าวพากันหนีหัวซุกหัวซุนออกไปอย่างรวดเร็ว “ข้าคิดว่าจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว”
"อึก!"
อยู่ๆ ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มหุบลง นางรู้สึกเรี่ยวเเรงที่มีเมื่อครู่หายไป ลงเหลือเพียงความปวดร้าวแผ่ซ่านไปทุกส่วนของร่างกาย ในตอนนี้นางรับรู้ว่าร่างกายของนางในยามนี้แท้จริงแล้วช่างอ่อนแอยิ่งนัก จนไม่อาจรับรั้งให้ทรงตัว
'มะ....หมายความว่าไงกัน'
นางยกมือทั้งสองสั่นเทาระริกขึ้นมาดู ภาพที่เห็นทำให้นางตกใจไม่อยากเชื่อสายตา
ทันใดนั้นเองนางเค้นเสียงไอออกมาจากลำคอ พร้อมร่างกายที่เริ่มทรุดลงไปนั่งอยู่กับพื้น สตรีผู้นี้เนื้อตัวสะบักสะบอม กอปรกับร่างกายอันสูบผอมแทบไม่มีเคร้าโครงของหญิงงาม ตระกูลหวงเลี้ยงดูสตรีผู้นี้เช่นไรกันถึงมีสภาพกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียอีก
“คะ…คุณหนูเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ ฮือ ฮือ” สาวใช้รีบวิ่งเข้ามาพยุงตัวคุณหนูของตนไว้อย่างรวดเร็ว กลัวว่าคุณหนูในยามนี้ร่างกายของนางจะทรุดลงไปกว่าเดิมที่เป็นอยู่
เมื่อไหร่คนพวกนั้นจะเลิกมารังแกคุณหนูของตนเสียที นานแค่ไหน แล้วที่คุณหนูนั้นต้องมาเจอเหตุการณ์ซ้ำๆ เดิมๆ เช่นนี้ ช่างน่าสงสารเสียจริง แต่นึกไม่ถึงเหตุใดวันนี้คุณหนูนั้นถึงนิสัยแปลกไปกัน แทบทำให้ตนต้องร้องไห้ออกมาอย่างดีใจ ที่คุณหนูจะไม่ถูกคนพวกนั้นรังแกอีกเสียแล้ว
“แค่ก…แค่ก…เจ้าคือผู้ใดกันหรือ” หวงซูเหมยหันไปมองเด็กสาวที่น้ำตาคลอเบ้ามายืนพยุงนางไว้ด้วยสายตาแปลกประหลาดใจ หรือว่าจะเป็นสาวใช้ติดตามของสตรีผู้นี้กัน
‘ช่างเถอะเรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง ตอนนี้สภาพร่างกายของนางที่ข้ามาอาศัยอยู่ในร่างนี้แทบดูไม่ได้เลยเสียจริง’
ซูหรงสำลักไอออกมาเป็นครั้งคราว ร่างสตรีที่นางมาอยู่ช่างผอมแห้งเนื้อหนังแทบติดกระดูก นอกจากนั้นยังมอมแมมเปียกโชกไปด้วยน้ำเน่าสกปรกที่เหม็นคละคลุ้ง พวกเขาเหล่านี้ทำนางเกินไปเสียแล้ว
นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ เหตุใดอยู่ๆ นางถึงตื่นขึ้นมาในร่างนี้กัน หนำซ้ำยังเป็นนิยายที่นางเพิ่งอ่านอีก เรื่องทั้งหมดนี่มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วงั้นหรือ แล้วหวงซูเหมยตัวจริงเหล่าไปอยู่ที่ใด
ต่อให้นางถามคำถามร้อยแปดก็ไม่อาจหมดข้อสงสัย และไม่เชื่อว่าที่นางเห็นจะเป็นจริงทั้งหมด หรือนี่เป็นชะตากรรมที่นางพานพบแก้ไขกันหนอ ถึงอย่างไรหากไม่ทำตัวแปลกแยกจากผู้คนในยุคนี้ นางคงต้องปรับเปลี่ยนภาษาวิธีการพูดนี้ใหม่เสียแล้ว เพื่อไม่ผิดสังเกตจนเกินไป
ซูหรงในร่างหวงซูเหมยลุกขึ้นยืนด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิดที่มี ร่างของนางในตอนนี้หนาวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น บาดแผลในใจคอยกัดกินนางไปทีละเล็กช่างเจ็บปวดเหลือเกิน นางไม่เข้าใจสักนิดว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นทนอยู่ในสภาพนี้ได้เช่นไร
“ข้า…ข้าจื้อเฟยเจ้าค่ะ…คุณหนูระวังนะเจ้าคะ”
สาวใช้คอยพยุงรับร่างกายนางลุกขึ้นมาด้วยน้ำตาที่นองหน้า เด็กสาวรู้สึกเสียใจนักที่ไม่มีแม้จะปกป้องผู้เป็นนายได้เลย แถมกลิ่นตัวคุณหนูยังเหม็นไปหมดเสียอีก
หวงซูเหมยพยักเบาๆ นางชักสีหน้าเรียบนิ่งเย็นชาไม่มีแววความอ่อนแอออกมา นางตัดสินใจแล้วว่าต่อไปนี้จะเป็นหวงซูเหมยคนใหม่ ปรับเปลี่ยนทุกอย่างเสียหมด เพื่อหลีกหนีชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้น และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่ควรจะเป็น
‘ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดถึงต้องมาอยู่ในร่างนี้ แต่ข้าสัญญาว่าจะใช้ชีวิตเจ้าให้ดีที่สุด และทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเจ้ากลับคืนมา’
นางแน่วแน่ตั้งปณิธานไว้แล้ว ว่าจะไม่ทำตัวยอมคนเหมือนในนิยายเรื่องเดิมที่นักเขียนตัวดีให้เป็น แต่นางจะเริ่มต้นลิขิตชีวิตนี้ใหม่ด้วยตัวของนางเอง
