
ตัวประกอบใกล้ตายเปลี่ยนชะตาร้ายเป็นนางร้ายยืนหนึ่ง
บทย่อ
ข้าเป็นตัวประกอบเเล้วเช่นไร จะให้ข้าอ่อนแอถูกผู้อื่นรังแกอยู่ฝ่ายเดียวตามฉบับในนิยายที่นักเขียนตัวดีเขียนไว้น่ะหรือ หึ! ไม่มีทางเด็ดขาด!!! นางจะพลิกนิยายใหม่ลุกขึ้นมาต่อสู้ และกำจัดคนที่คิดร้ายกับนางให้หมด นางจะไม่ยอมลงปรโลกคนเดียวทั้งที่คนร้ายใส่ความนางยังลอยนวลอยู่อย่างสงบสุข!!! ทุกอย่างที่ตีพิมพ์บนเเผ่นกระดาษ กำลังจะปรับเปลี่ยนไป นางผู้กุมความลับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ชีวิตใหม่ครั้งนี้นางจะเเก้ไขใหม่ เเละเริ่มใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้หรือไม่!
บทนำ
แสงตะเกียงถูกจุดขึ้นในคุกใต้ดินที่ทั้งมืดและอับชื้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งส่งกลิ่นผสมปนเปชวนน่าสะอิดสะเอียน ปรากฏร่างหนาสูงศักดิ์อาภรณ์สีดำทมิฬปักลายดิ้นกิเลนค่อยๆ เดินลงมาข้างล่างคุก ด้วยสายตาเย็น ยะเยือกชวนน่ากลัว
เสียงกรีดร้องของนักโทษดังออกมาไม่ขาดสาย ณ ตอนนี้ปรากฏร่างหญิงสาวเนื้อตัวสะบักสะบอมไปด้วยรอยแผลฉีกขาดจากตีด้วยไม้ขนาดใหญ่ลงที่หลังด้วยความเจ็บปวด กอปรกับมือทั้งสองข้างของนางถูกโซ่รัดรึงตรึงคล้องแขนไว้อย่างแน่นหนา
“เจ้าจะยอมรับหรือไม่ว่าเป็นคนวางยาพิษแม่นางเฟิงหลาน” สุรเสียงอันส่งพลังเอ่ยถาม
ใบหน้าหยกที่เคยงดงามในยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาน นางค่อยๆ เงยใบหน้าอันสั่นเทาระริก ร่างกายที่อ่อนแรงขึ้นมากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าไม่ได้เป็นคนทำเจ้าค่ะ เหตุใดข้าต้องยอมรับผิดในสิ่งที่ข้านั้นไม่ได้ทำด้วย”
พวงแก้มขาวนวลเนียนเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่อาบชันขนานนาบทั้งสองข้าง นางยังคงยืนยันย้ำคำเดิม ไม่รู้ว่าขนมที่นางทำเอามาให้ไป๋เฟิงหลานจะมียาพิษ หากรู้นางคงไม่โง่ทำเช่นนั้นเด็ดขาด
ทันทีที่ได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปาก จมูกสูงชันพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหลือทน “เจ้ายังดื้อดึงปฏิเสธทั้งที่มีหลักฐานแน่ชัดอยู่อีกหรือ หึ! อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้านั้นคิดเช่นไรกับข้า”
แววตาดุคู่คมกริบกวาดไล่มองเรือนร่างสตรีเบื้องหน้าไม่เหลือเค้าโครงเช่นเดิม สภาพนางในตอนนี้ยิ่งกว่าสุนัขข้างทางเสียด้วยซ้ำ ยังปากแข็งไม่ยอมรับอีกหรือ น่าขำหึ! น่าขำสิ้นดี!
หวงซูเหมยไม่แม้จะปริปากปฏิเสธ ถึงนางกล่าวไปเช่นไรท่านแม่ทัพคงจะไม่เชื่อใจนางอยู่ดี นางสู้ปิดปากแล้วตายไปอย่างเงียบๆ เสียดีกว่า ทั้งชีวิตที่นางเกิดมาไม่ว่าจะอยู่ในจวนสกุลหวงหรือที่ใดก็ไม่ต่างกัน
‘กรรมข้าช่างนักหนายิ่งนัก’ หวงซูเหมยคิดในใจ
“ดี! ดีเหลือเกินหากเจ้าไม่ยอมพูดความจริง เช่นนั้นก็จงทุกข์ทรมานเช่นนี้ซะ ข้าจะรอดูสตรีเช่นเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ!”
สิ้นเสียงท่านแม่ทัพหันไปสั่งการเหล่าทหารให้ลงโทษสตรีผู้นี้จนกว่าจะยอมปริปากออกมา หากนางไม่ยอมรับก็ฆ่านางทิ้งเสีย สตรีเลือดชั่วช้าเช่นนี้เก็บไว้ก็มีแต่หนักแผ่นดิน
ใบหน้างดงามถมึงทึงเดินไปจากคุกใต้ดิน โดยไม่แม้แต่จะเหลียวหันกลับมามองนางเสียด้วยซ้ำ
หวงซูเหมยหัวเราะในลำคอจ้องเสี้ยวด้านข้างของเขาที่เดินจากไปด้วยน้ำตา นางส่ายศีรษะยอมแพ้ให้กับความอัปยศอดสูเหล่านี้ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใด เหตุใดโชคชะตากลับมอบความทุกข์ทรมานนี้กับนางกัน
ทั้งที่คนผิดที่แท้จริงก็คือหวงฮวาเยี่ยน น้องสาวที่เกิดจากอนุภรรยารองของบิดา ทั้งที่นางเคยบอกไปแล้วว่าสตรีผู้นั้นเป็นคนทำ แต่กลับไม่มีผู้ใดเชื่อหาว่านางโกหกปลิ้นปล้อน หนำซ้ำยังโดนบิดาตบเข้าที่เบ้าหน้า โทษฐานที่ใส่ร้ายน้องสาวตัวเอง หึ! หึ!
‘ข้าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออันใดกัน ไม่สู้กลั้นลมหายใจตายๆ ไปไม่ดีกว่าหรือ ในเมื่อในโลกใบนี้ล้วนไม่มีผู้ใดต้องการข้า’
สิ้นความคิด เสียงร้องระงมออกมาภายในลำคอด้วยความเจ็บปวดจากการถูกน้ำเกลือสาดลงมาบนผิวหนัง เต็มไปด้วยบาดแผล นางรับความเจ็บปวดนี้อย่างดี ใบหน้าหลิวเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่หยดไหลติ่งลงบนพื้น นางกัดฟันกล้ำกลืนฝืนทน จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตก่อนขาดอากาศหายใจ นางเพียงภาวนาหากเกิดใหม่ชาติหน้าขอเพียงอย่าได้มาพานพบอันใดเช่นนี้อีกเลย
