บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4

ยามซวี …

ภายในเรือนอวิ๋นลั่วสว่างไสวไปด้วยโคมไฟหลากสี โต๊ะอาหารตัวใหญ่กลางห้องถูกจัดวางด้วยอาหารเลิศรสนานาชนิด กลิ่นหอมของเป็ดย่างหนังกรอบ หมูหันย่างถ่าน และไก่ตุ๋นโสมลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

หลี่มู่หรงในชุดสีแดงปักลายดอกหมู่ตาน กำลังนั่งชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นบนเก้าอี้ไม้ มือซ้ายถือขวดสุรา มือขวาถือตะเกียบคีบชิ้นเนื้อเป็ดเข้าปากคำโต เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างไร้กิริยาของสตรีชั้นสูงโดยสิ้นเชิง คราบน้ำมันเปรอะเปื้อนริมฝีปากบางจนดูไม่ได้

จวี๋หว่านยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พยายามส่งสายตาอ้อนวอนให้ผู้เป็นนายรักษากิริยา ทว่าหลี่มู่หรงกลับทำหูทวนลม ซ้ำยังรินสุราลงจอกแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู เป็นสัญญาณว่าผู้เป็นเจ้าของจวนได้กลับมาถึงแล้ว

หลี่มู่หรงลอบยิ้มกริ่มในใจ นางรีบขยี้ผมตนเองให้ยุ่งเหยิงเล็กน้อย แสร้งทำเสียงดังเอะอะโวยวาย "จวี๋หว่าน! เทสุราให้ข้าอีก! อาหารจืดชืดเพียงนี้ พ่อครัวจวนโหวทำเป็นแต่ต้มผักหรืออย่างไร พรุ่งนี้ข้าจะไล่ออกให้หมด!"

บานประตูถูกผลักออก เซี่ยอวิ๋นเจิงก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของเขากวาดมองห้องที่ถูกตกแต่งใหม่จนแทบจำไม่ได้ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของสตรีชุดแดงที่นั่งชันเข่ากินอาหารอย่างตะกละตะกลามอยู่กลางห้อง

หลี่มู่หรงเงยหน้าขึ้นมองเขา แสร้งทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา "อ๊ะ! ท่านโหวกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ ข้านึกว่าท่านจะค้างที่ค่ายทหารเสียอีก มาพอดีเลย มากินเป็ดย่างด้วยกันสิเจ้าคะ แต่ระวังหน่อยนะ ข้ากินไปครึ่งตัวแล้ว"

นางจงใจพูดจายียวนกวนประสาท หวังจะเห็นสีหน้ารังเกียจขยะแขยงจากบุรุษตรงหน้า ทว่าสิ่งที่เซี่ยอวิ๋นเจิงแสดงออก กลับทำให้นางต้องเป็นฝ่ายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

แม่ทัพหนุ่มหาได้มีท่าทีโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขากลับเดินตรงเข้ามาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับนางอย่างสง่างาม เอื้อมมือไปรับผ้าเช็ดมือจากจวี๋หว่านมาเช็ดทำความสะอาดอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อเป็ดชิ้นที่อวบอ้วนที่สุด วางลงในชามข้าวของหลี่มู่หรง

"กินช้าๆ หน่อยเถิด ประเดี๋ยวจะติดคอเอาได้" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและนุ่มนวล แววตาที่มองมาไม่มีความรังเกียจ มีเพียงร่องรอยความขบขันและความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด

หลี่มู่หรงอ้าปากค้าง ตะเกียบในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น นี่มันผิดบทแล้ว! มนุษย์โบราณผู้นี้ควรจะชี้หน้าด่าทอว่านางเป็นสตรีไร้ยางอาย แล้วสั่งกักบริเวณนางสิ ไฉนจึงมาคีบอาหารให้นางหน้าตาเฉยเช่นนี้เล่า!

"ท่านโหว..." หลี่มู่หรงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดึงสติกลับมา "ท่านไม่เห็นหรือว่าข้าทำตัวไร้มารยาทเพียงใด ข้านั่งชันเข่ากินข้าว ซ้ำยังผลาญเงินท่านไปตั้งห้าร้อยตำลึงในวันเดียว! ท่านไม่โกรธเคืองข้า ไม่รู้สึกว่าข้าเป็นฮูหยินที่ไม่ได้เรื่องบ้างหรือ"

เซี่ยอวิ๋นเจิงคีบผักกาดขาวเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "จวนหนิงหย่วนโหวมีทรัพย์สินมากพอให้เจ้าผลาญเล่นได้อีกหลายสิบปี หากเจ้าชอบเครื่องเรือนไม้หอม วันพรุ่งข้าจะให้เล่อซานไปเหมามาให้เจ้าอีกลายชุด ส่วนเรื่องกิริยามารยาท... ที่นี่คือเรือนของเจ้า เจ้าอยากจะนั่งชันเข่า หรือจะนอนกิน ข้าก็มิได้ว่าอันใด ขอเพียงเจ้ากินอิ่ม นอนหลับ ร่างกายแข็งแรงก็พอแล้ว"

คราวนี้หลี่มู่หรงถึงกับสำลักน้ำผักกาด ไอค่อกแค่กจนหน้าแดงก่ำ จวี๋หว่านรีบเข้ามาลูบหลังให้อย่างรวดเร็ว

บ้าไปแล้ว! เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ! เขาถูกตีหัวที่ค่ายทหารมาหรืออย่างไร จึงได้เปลี่ยนจากบุรุษเย็นชาเป็นเตาผิงไฟที่อบอุ่นเช่นนี้

"ท่านโหว... ท่านฟังข้าให้ดีนะ" หลี่มู่หรงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าเพื่อเจรจาอีกครั้ง "ข้ามิได้อยากได้ข้าวของพวกนี้ ข้าแค่ทำตัวให้ท่านเกลียด! ท่านจะได้ทนข้าไม่ไหว แล้วยอมลงนามประทับตราในหนังสือลาออก... เอ่อ หนังสือหย่าให้ข้าอย่างไรเล่า! ท่านเข้าใจหรือไม่ ข้า-ต้อง-การ-หย่า!"

นางจงใจเน้นทีละคำอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เขานำไปตีความผิดเพี้ยนเหมือนครั้งก่อน

ทว่าเซี่ยอวิ๋นเจิงกลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย วางตะเกียบลงบนโต๊ะ แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหงส์ของนาง

"มู่หรง" เขาเอ่ยเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กลิ่นอำพันทะเลแผ่ซ่านออกมากดทับบรรยากาศในห้องให้หนักอึ้ง "ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้ว ในจวนโหวแห่งนี้ ไม่มีธรรมเนียมการหย่าร้าง เจ้าแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของข้า ไม่ว่าเจ้าจะดื้อรั้น ใช้เงินสิ้นเปลือง หรือไร้เหตุผลเพียงใด เจ้าก็ยังคงเป็นฮูหยินของข้าแต่เพียงผู้เดียว"

เขาลุกขึ้นยืน โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน หลี่มู่หรงเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อไม่อาจขยับเขยื้อน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือด้วยกลิ่นหอมของชายหนุ่มเป่ารดพวงแก้มของนาง

"เลิกคิดเรื่องหย่าเสียเถิด หากเจ้ายังดึงดันจะหนีไปจากข้าอีก... ข้าคงต้องทำตามวิธีของข้าในการปราบพยศเจ้า"

พูดจบ เขาก็ใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำมันที่มุมปากของนางออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หลี่มู่หรงนั่งตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงดั่งกลองรบอยู่กลางห้อง

"ไอ้... ไอ้คนหน้าหนา!"

หลี่มู่หรงโวยวายตามหลังด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความขัดเขินกันแน่ แผนการทำตัวเป็นสตรีล้างผลาญพังไม่เป็นท่า ซ้ำยังถูกเขารุกฆาตกลับมาจนไปไม่เป็น!

ดวงตาหงส์หรี่ลงอย่างหมายมาด ในเมื่อวิชามารบทแรกใช้ไม่ได้ผล นางก็จะงัดบทที่สอง สาม และสี่ออกมาสู้!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel