บทย่อ
"ข้าเหนื่อยแล้ว ขอยื่นใบลาออกล่วงหน้าสามสิบวันเจ้าค่ะ!" "เหนื่อยก็พักเถิด งานในจวนข้าจะให้พ่อบ้านจัดการแทน" "มิใช่เจ้าค่ะ! ข้าหมายถึงลาออกจากการเป็นภรรยาท่าน หย่า! เลิกรา! แยกย้าย!" สิ้นคำอธิบายของภรรยา กระดาษในมือของท่านแม่ทัพก็ถูกขยำจนแหลกละเอียด ร่างสูงผุดลุกขึ้นตวาดลั่นจนจวนแทบแตก "หย่ารึ? ไอ้ใบลาออกบ้าบอนี่ข้าไม่อนุมัติ! เล่อซาน! สั่งทหารร้อยนายมาปิดประตูจวนเดี๋ยวนี้ หากข้าไม่สั่ง ห้ามฮูหยินก้าวเท้าออกไปแม้แต่ครึ่งก้าว!"
ตอนที่ 1
แสงตะวันยามสายทอดผ่านฉากกั้นไม้สะท้อนเงาของใบไผ่ที่ไหวระริกอยู่ริมหน้าต่าง ภายในห้องนอนใหญ่ของจวนหนิงหย่วนโหวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของชาหลงจิ่งชั้นดี ผสมผสานกับกลิ่นเปลือกส้มที่ถูกจุดเผาในกระถางกำยาน
บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายมงคล สตรีผู้หนึ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาหงส์ที่เคยหม่นหมองกะพริบขึ้นลงรับแสงสว่างที่แยงตา ก่อนที่คิ้วเรียวจะขมวดเข้าหากันแน่น ความปวดร้าวแล่นริ้วขึ้นมาในหัวราวกับถูกเข็มนับพันทิ่มแทง พร้อมกับความทรงจำมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา
หลี่มู่หรงยกมือขึ้นนวดขมับตนเอง นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ ฮูหยินจวนหนิงหย่วนโหว นามว่าหลี่มู่หรง ซึ่งมีชื่อและแซ่เดียวกันกับนางในชาติก่อน ทว่าชะตากรรมกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ในขณะที่หลี่มู่หรงคนเดิมเป็นถึงนักบริหารจัดการมือทองผู้หยิบจับสิ่งใดก็เป็นเงินเป็นทอง ทว่าหลี่มู่หรงในโลกนี้กลับเป็นเพียงสตรีหัวอ่อนที่บิดามารดายัดเยียดให้แต่งงานกับ เซี่ยอวิ๋นเจิง แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพฉีหลินและผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์หนิงหย่วนโหว
หากเป็นเพียงการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทั่วไปก็คงไม่น่าตกใจมากนัก แต่นางจำได้ขึ้นใจว่าโลกใบนี้คือโลกในนิยายเรื่องหนึ่งที่นางเคยอ่านผ่าน ๆ และร่างที่นางอาศัยอยู่นี้คือ ตัวประกอบ ที่มีจุดจบอันแสนอนาถ
ในนิยายบรรยายไว้ว่า เซี่ยอวิ๋นเจิงมีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว เป็นถึงบุตรสาวขุนนางใหญ่ผู้งดงามและเพียบพร้อมดั่งดอกบัวขาวบริสุทธิ์ ส่วนหลี่มู่หรงเป็นเพียงหมากที่ขวางทางรักของพวกเขา เมื่อหมดประโยชน์ นางก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในเรือนท้ายจวนอย่างโดดเดี่ยว สินเดิมถูกยักยอกจนหมดสิ้น ท้ายที่สุดก็ตรอมใจตายท่ามกลางฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ
"เหอะ!" หลี่มู่หรงสบถออกมาเบาๆ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความขุ่นเคือง
คนอย่างนางมีหรือจะยอมนั่งรอความตายอย่างไร้ค่าในจวนที่ไม่มีผู้ใดเห็นหัวเช่นนี้ ทรัพย์สมบัติของสกุลหลี่ที่ติดตัวมาเป็นสินเดิมมีมากมายมหาศาล หากนางนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนเปิดโรงเตี๊ยมหรือเหลาอาหารในเมืองรุ่ยอาน ย่อมสามารถเสวยสุขเป็นเศรษฐีนีได้อย่างสบายใจ ไฉนต้องมาทนอุดอู้อยู่กับสามีหน้าตายที่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในค่ายทหารและมีสตรีอื่นในใจด้วยเล่า
"ฮูหยิน! ท่านฟื้นแล้ว!" เสียงอุทานด้วยความยินดีดังขึ้นพร้อมกับร่างของจวี๋หว่าน สาวใช้คนสนิทที่รีบก้าวเข้ามาในห้อง ในมือของนางถืออ่างทองเหลืองใส่น้ำอุ่นสำหรับล้างหน้า ดวงตาของเด็กสาวแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
"ข้าหลับไปนานเท่าใด" หลี่มู่หรงเอ่ยถามพลางยันกายลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง
"สามวันเต็มๆ เจ้าค่ะฮูหยิน" จวี๋หว่านรีบวางอ่างน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียง บิดผ้าชุบน้ำอุ่นแล้วนำมาเช็ดใบหน้าให้ผู้เป็นนายอย่างเบามือ "ตั้งแต่ท่านพลัดตกน้ำที่สระบัวหน้าเรือน ท่านก็ไข้ขึ้นสูงจนไม่ได้สติ บ่าวตกใจแทบแย่ นึกว่าท่านจะทิ้งบ่าวไปเสียแล้ว"
พลัดตกน้ำที่สระบัว? หลี่มู่หรงค้นหาความทรงจำในหัว ก่อนจะพบว่าร่างเดิมนี้ไม่ได้พลัดตกน้ำด้วยอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะถูกสาวใช้ของแม่ดอกบัวขาวผู้นั้นแกล้งชนจนเสียหลักตกน้ำต่างหาก ซ้ำร้ายพ่อบ้านจวนโหวก็ยังทำหูทวนลม ไม่ยอมส่งคนไปตามหมอในทันที ปล่อยให้นางนอนจับไข้จนวิญญาณหลุดลอย เปิดทางให้หลี่มู่หรงจากอีกภพเข้ามาสวมรอยแทน
"ท่านโหวเล่า เขารู้เรื่องที่ข้าป่วยหรือไม่" หลี่มู่หรงหยั่งเชิงถาม ทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
จวี๋หว่านชะงักไปเล็กน้อย "เรียนฮูหยิน ท่านโหว... ท่านโหวรั้งอยู่ที่ค่ายทหารฉีหลินนอกเมืองเจ้าค่ะ พ่อบ้านส่งคนไปแจ้งแล้ว แต่ท่านรองแม่ทัพบอกว่าท่านโหวติดภารกิจฝึกซ้อมทหาร ไม่อาจปลีกตัวกลับมาได้"
หลี่มู่หรงแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก ช่างเป็นสามีที่ดีจริง ๆ ภรรยาเอกตกน้ำปางตาย กลับอ้างว่าติดภารกิจฝึกทหาร ทว่าในนิยายบรรยายไว้ชัดเจนว่าช่วงนี้ไม่มีศึกสงครามใดๆ การที่เขาไม่กลับมา ก็คิดได้อย่างเดียวว่าเขาหาได้ใส่ใจความเป็นตายของนางเลยแม้แต่น้อย
"ดี" นางเอ่ยคำเดียวสั้นๆ แววตาเปล่งประกายมาดมั่น "ในเมื่อเขาไม่ใส่ใจข้า ข้าก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเขา จวี๋หว่าน เจ้าจงไปนำสมุดบัญชีทั้งหมดของจวนที่อยู่ในความดูแลของข้า รวมถึงรายการสินเดิมของสกุลหลี่มาให้ข้าเดี๋ยวนี้"
จวี๋หว่านเบิกตากว้างด้วยความงุนงง "ฮูหยินเพิ่งจะฟื้นไข้ ร่างกายยังอ่อนแอ ไฉนจึงเรียกหาสมุดบัญชีเล่าเจ้าคะ ให้บ่าวไปต้มยาบำรุงให้ท่านดื่มก่อนดีหรือไม่"
"ข้าไม่เป็นไรแล้ว" หลี่มู่หรงสะบัดมือเบาๆ "ข้ามีเรื่องสำคัญต้องจัดการ เจ้าจงรีบไปหยิบมาเถิด อ้อ... เตรียมฝนหมึกให้ข้าด้วย ข้าจะเขียนหนังสือฉบับหนึ่ง"
"หนังสืออันใดหรือเจ้าคะ"
"หนังสือขอลาออก" หลี่มู่หรงตอบหน้าตาย
"ลา... ลาออก?" สาวใช้ตัวน้อยทวนคำด้วยความสับสน "หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ ตำแหน่งฮูหยินหนิงหย่วนโหวหาใช่ขุนนางในราชสำนัก ไฉนจึงมีคำว่าลาออกได้เล่า"
หลี่มู่หรงหัวเราะในลำคอ "สำหรับข้า ตำแหน่งฮูหยินจวนนี้ก็ไม่ต่างอันใดกับงานลงแรงที่ไร้ค่าตอบแทน ในเมื่อทำไปแล้วนายจ้าง... หมายถึงสามี ไม่เห็นคุณค่า ซ้ำยังขาดทุนป่นปี้ ข้าก็สมควรยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นภรรยาของเขา เพื่อคืนอิสระให้ตนเอง คืนตำแหน่งนี้ให้สตรีที่เขาพึงใจ และนำสินเดิมของข้ากลับคืนมาทั้งหมดอย่างไรเล่า หากให้ข้าพูดให้พวกเจ้าเข้าใจชัด ๆ ก็คือ ข้าต้องการทำหนังสือหย่าขาด แยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตน!"
"ฮูหยิน! ท่านล้อบ่าวเล่นแล้ว!" จวี๋หว่านเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี "สตรีที่แต่งงานแล้วจะขอหย่าขาดกับสามีได้อย่างไร ยิ่งท่านโหวเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ผู้ได้รับความโปรดปรานจากราชสำนัก หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของท่านจะป่นปี้หมดนะเจ้าคะ!"
"ชื่อเสียงป่นปี้แล้วอย่างไร สำคัญกว่าการมีชีวิตรอดไปใช้เงินงั้นรึ ? " หลี่มู่หรงเชิดหน้าขึ้น "ข้าตัดสินใจแล้ว เจ้าไปหยิบสมุดบัญชีมา ข้าจะใช้เวลาสามวันนี้จัดการสะสางบัญชีจวนที่เน่าเฟะให้เรียบร้อย เพื่อเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายก่อนที่ข้าจะลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่นี้อย่างเป็นทางการ"
จวี๋หว่านเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของผู้เป็นนายก็รู้ว่าไม่อาจทัดทานได้ จึงจำใจลุกขึ้นเดินไปเปิดหีบ นำสมุดบัญชีและกล่องไม้หอมที่เก็บรายการสินเดิมมาวางตรงหน้าหลี่มู่หรง…
สามวันต่อมา เรือนอวิ๋นลั่วที่เคยเงียบเหงาและถูกทอดทิ้งกลับกลายเป็นสถานที่ที่วุ่นวายที่สุดในจวน หลี่มู่หรงใช้ความรู้ด้านบัญชีและการจัดการตรวจสอบรายรับรายจ่ายทั้งหมดของจวนหนิงหย่วนโหว นางพบว่าพ่อบ้านและบ่าวรับใช้หลายคนลักลอบยักยอกเงินทองไปไม่น้อย ซ้ำยังมีการนำสินเดิมของนางไปอุดรอยรั่วในจวนโดยที่เจ้าของร่างเดิมไม่เคยปริปากบ่น
"ช่างโง่เขลานัก" หลี่มู่หรงเอ่ยขึ้นขณะขีดกากบาทลงบนรายชื่อบ่าวไพร่ที่ทุจริต "เงินทองของข้า หาใช่ก้อนหินริมทางที่จะให้พวกเหลือบไรมาดูดกินกันไปเปล่าๆ จวี๋หว่าน รวบรวมหลักฐานพวกนี้ไว้ให้หมด วันที่ท่านโหวกลับมา ข้าจะโยนบัญชีพวกนี้ใส่หน้าเขา แล้วทวงเงินทุกอีแปะกลับคืนมาให้จงได้"

