บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 แค่ความหวังดี

เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ความสัมพันธ์ระหว่างนิธินันท์กับพิชญาภาดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ ทั้งสองคนใช้เวลาร่วมกันบ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพาแฟนสาวมาทานข้าวที่บ้านหรือการเดินเล่นริมทะเล ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับมาดีกว่าเดิม ทำให้ภูมิรพีเห็นภาพนั้นแล้วหน่วงในใจ

วันนี้ก็เช่นกันพิชญาภามาหานิธินันท์ ขณะที่ภูมิรพีกำลังจะออกไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน เขาได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ดังขึ้นข้างซุ้มดอกไม้ ภูมิรพีชะงักพร้อมกับเงี่ยหูฟังว่าเสียงใครด้วยความไม่ได้ตั้งใจ เสียงที่ภูมิรพีได้ยินทำเอาเขาถึงกับสงสัยว่าพี่พลอยคุยกับใครกัน

“ค่ะที่รัก เดี๋ยวเจอกันตอนบ่ายนะคะ คิดถึงมากเลย” เสียงของพิชญาภาบอกผ่านโทรศัพท์อย่างออดอ้อนตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ

ภูมิรพีรู้สึกสงสัยในคำพูดของพี่พลอย เพราะไม่น่าจะพูดกับพี่นันท์แน่นอน เมื่อครู่ตอนที่เขาลงมาจากห้องเจอพี่นันท์คุยกับลุงนนท์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น แล้วพี่พลอยคุยกับใคร น้ำเสียงและคำพูดที่ภูมิรพีได้ยินเหมือนคนเป็นแฟนคุยกันมากกว่า

ภูมิรพีกำลังจะหันหลังกลับทางเดิม แต่บังเอิญพิชญาภาวางสายเเล้วหันมาเจอกับคนอ่อนวัยกว่าเสียก่อน สีหน้าเธอตกใจก่อนที่จะปรับให้เรียบเฉยแล้วยิ้มให้ภูมิรพีทันที

“อ้าว น้องพรีมมานานหรือยังคะ นี่น้องพรีมจะไปไหนคะ”

“หวัดดีครับพี่พลอย พรีมเพิ่งอ่านหนังสือเสร็จครับเลย ออกมาพักยืดเส้นยืดสายสักหน่อยน่ะครับ พี่พลอยออกมาดูดอกไม้เหรอครับ” ภูมิรพีแกล้งบอกให้เหมือนเพิ่งมา

“อ่อ ใช่ค่ะพอดีเห็นนันท์บอกว่าเอาดอกไม้มาลงใหม่ พี่เลยอยากมาดูน่ะค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่กลับเข้าไปข้างในก่อนนะคะ เดี๋ยวนันท์จะถามหาพี่” พูดจบพิชญาภาก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน ภูมิรพีมองตามอย่างสงสัยในพฤติกรรมของหญิงสาว

บ่ายวันนั้นพิชญาภาขอกลับและบอกกลับแฟนหนุ่มว่าไม่ต้องไปส่งเพราะว่าเธอจะไปพบเพื่อนที่ร้านกาแฟ ภูมิรพีสงสัยกับบทสนทนาก่อนหน้าที่ตัวเองบังเอิญได้ยิน จึงตัดสินใจขับรถตามพิชญาภาออกไปอย่างเงียบๆ เขาแอบเดินตามพลอยไปจนถึงร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมทะเล

จากระยะไกล ภูมิรพีเห็นพิชญาภานั่งอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ชายหนุ่มคนนั้นดูอายุยังน้อยดูหล่อเหลามีเสน่ห์ และพูดคุยกับพิชญาภาด้วยท่าทางที่ดูใกล้ชิดสนิทสนมอย่างชัดเจนเกินกว่าจะเป็นเพียงเพื่อนธรรมดา ที่สำคัญดูพิชญาภาหัวเราะและยิ้มอย่างมีความสุข ต่างจากเวลาที่เธออยู่กับพี่นันท์ ภูมิรพีรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นผ่านหัวใจ เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ภาพตรงหน้ามันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ร่างบางจึงลงจากรถและเดินเข้าไปในร้านเงียบๆ หาโต๊ะมุมที่สามารถฟังการสนทนาของคนทั้งคู่ได้

“แล้วไงล่ะ ไอ้นันท์มันรู้เรื่องนี้บ้างหรือยัง” เสียงชายคนนั้นพูดขึ้น

พิชญาภาหัวเราะคิกคักก่อนจะตอบให้ได้ยิน “โธ่ นันท์น่ะเหรอ เขามันโง่หลอกง่าย พลอยแค่ไปง้อนิดง้อหน่อยทำท่าทางน่าสงสารก็กลับมาคืนดีกับพลอยแล้ว”

“คุุณนี่เก่งจริงๆเลยพลอย แล้วเขาไม่สงสัยอะไรเลยเหรอ”เสียงชายหนุ่มถามต่อ

“ไม่มีทางหรอก นันท์น่ะรักพลอยจนหน้ามืดตามัว เขาคิดว่าพลอยรักเขาเสียเต็มประดา” พี่พลอยพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภูมิใจในเสน่ห์ของตัวเอง

“นี่มันอะไรกัน ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร พี่พลอยกำลังหักหลังพี่นันท์อย่างนั้นเหรอ”

ภูมิรพีคิดในใจ บทสนทนาที่ได้ฟังทำให้เขารู้สึกโกรธแทนพี่นันท์ของเขา ความจริงที่เขา มีเพียงความสงสัยกลับกลายเป็นเรื่องจริงที่โหดร้ายกว่าที่เขาคาดคิด เขารู้สึกเจ็บปวดแทนพี่ชายคนสนิทอย่างนิธินันท์

“เราต้องบอกพี่นันท์ เขาต้องรู้ความจริง พี่พลอยไม่ใช่คนเรียบร้อยอย่างที่พี่นันท์คิด เธอกำลังเล่นกับความรู้สึกของพี่่นันท์” ภูมิรพีคิดในใจ แต่ก็รู้ว่าการบอกนิธินันท์เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะเขารู้ว่าพี่นันท์รักพี่พลอยมากแค่ไหน

หลังจากนั้นพิชญาภาและชายหนุ่มคนนั้นก็เดินโอบเอวกันออกจากร้านกาแฟ ภูมิรพีขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกสับสน

เมื่อภูมิรพีกลับมาที่บ้าน เขานั่งอยู่ที่หน้าบ้านและคิดทบทวนถึงสิ่งที่ได้เห็น เขาไม่อยากให้พี่นันท์ของเขาต้องเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกันภูมิรพีก็รู้ว่าความจริงนี้ไม่สามารถปิดบังได้ เขากระอักกระอ่วนใจและไม่รู้ว่าจะพูดยังไงให้พี่นันท์พี่ชายที่เขารู้สึกดีด้วยรับรู้ความจริง ร่างบางตัดสินใจเดินเข้าไปหาพี่นันท์ที่ห้องนั่งเล่น ที่กำลังอ่านเอกสารบางอย่างอยู่ในมือ

“พี่นันท์ครับ” ภูมิรพีเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

นิธินันท์เงยหน้าขึ้นจากเอกสาร และหันมามองน้องน้อยด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอพรีม เธอดูไม่ค่อยสบายใจเลย”

ภูมิรพีนั่งลงตรงข้ามกับนิธินันท์ คนตัวเล็กกว่าสูดหายใจลึกก่อนจะรวบรวมความกล้าที่จะพูดต่อ “วันนี้ พรีมเห็นบางอย่างที่พรีมคิดว่าพี่นันท์ควรรู้”

นิธินันท์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “บางอย่าง มันเกี่ยวกับอะไรหรือ”

“พรีมเห็นพลอยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่ร้านกาแฟ พรีมคิดว่า พี่พลอยน่าจะกำลังมีคนอื่นนอกจากพี่นันท์”

ร่างสูงนิ่งงันไปสักครู่ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ เขาลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยความรวดเร็ว “พรีม เธอกำลังพูดเรื่องอะไร พลอยเป็นคนรักของพี่ เขาไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก”

ภูมิรพีสูดหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ “จริงๆนะครับพี่นันท์ วันนี้ที่พรีมเห็นคือพวกเขาดูสนิทสนมกันมาก แล้วพรีมก็ได้ยิน เอ่อ ได้ยินพี่พลอยบอกว่า พี่นันท์หลอกง่าย และเธอสามารถหลอกพี่ได้ตลอดเวลา”

ร่างบางที่เห็นคนพี่เริ่มโกรธ ก็เริ่มหวั่นใจแต่เขาก็รู้ว่าไม่สามารถถอยกลับได้อีก เลยพยายามอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นและค่อยๆ ลดระดับลง

“พี่นันท์ พรีมแค่ไม่อยากให้พี่เจ็บปวด แต่พรีมเห็นกับตาและได้ยินมันชัดเจนจริงๆ พี่นันท์ต้องเชื่อพรีมนะครับ พรีมเข้าใจว่าพี่รักพี่พลอยมาก แต่บางทีเราอาจจะต้องรับฟังและมองความจริงบ้าง พรีมไม่อยากให้พี่โดนหลอก พี่อาจจะไม่เชื่อพรีมตอนนี้ แต่พรีมขอให้พี่ลองคิดดูดีๆ”

ร่างสูงยืนนิ่ง มือของเขากำแน่นจนมองเห็นเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธผสมกับความสับสนทำให้เขาตัดสินใจหันหน้าหนีและก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว พร้อมกับส่ายหน้าอย่างแรง ทำให้รู้ว่าเขาไม่ยอมรับ

“ พอได้แล้วพรีม พี่ไม่อยากฟังอีก เธออาจจะคิดไปเองหรือเห็นผิดไป พี่รู้จักพลอยดี และพี่เชื่อว่าพลอยไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน”

คำพูดของคนพี่ทำให้คนที่หวังดีอย่างภูมิรพีรู้สึกผิดหวัง ถึงกับน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า แต่เขาก็พยายามกลั้นไว้ “พี่นันท์ พรีมขอโทษจริงๆ ที่ต้องพูดแบบนี้ แต่พรีมไม่อยากเห็นพี่เจ็บปวด พี่คือคนที่พรีม.. พี่คือคนสำคัญสำหรับพรีม พรีมแค่อยากให้พี่รู้ความจริง”

“พรีม พี่รู้ว่านายหวังดี แต่นายอาจเข้าใจผิด นายคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาพูดแบบนี้กับพี่ นายกำลังพยายามทำให้พี่กับพลอยมีปัญหากันทะเลาะกันเพราะสิ่งที่พรีมคิดหรือยังไง”

นิธินันท์ไม่รอให้ภูมิรพีได้ตอบ เดินผ่านคนน้องไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจและไม่พูดอะไรกับภูมิรพีอีก พร้อมคว้ากุญแจรถจากโต๊ะหน้าประตูออกจากบ้าน และขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งภูมิรพีไว้ในความเงียบงันและความมืดของค่ำคืน ร่างบางยืนมองไฟท้ายรถของพี่นันท์ที่ค่อยๆ หายลับไปในความมืด หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความเสียใจที่หนักอึ้งแทบจะทนไม่ไหว

“เราควรจะทำยังไงดี เราแค่ต้องการช่วยเขา แต่กลับทำให้เขาเกลียดจนได้” ภูมิรพีคิดในใจ น้ำตาที่เขาพยายามกลั้นไว้ก็เริ่มไหลลงมาอย่างไม่สามารถห้ามได้

“พี่นันท์ พรีมหวังว่าพี่จะรู้ความจริงในไม่ช้านี้ พรีมรู้ว่ามันเจ็บปวด แต่พรีมไม่สามารถปล่อยให้พี่ถูกหลอกต่อไปได้” ภูมิรพีคิดในใจ ขณะที่น้ำตาเริ่มคลอขึ้นในตา เขายังนั่งอยู่ในความเงียบ มือเรียวกุมหัวใจที่เจ็บปวด เขารู้ว่าเขาไม่สามารถบังคับให้นิธินันท์เชื่อในสิ่งที่เขาพูดได้ แต่ความหวังดีที่เขามีให้กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย มันทำให้เขารู้สึกผิดหวัง

“เราแค่อยากให้เขามีความสุข แต่ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้”

ร่างบางยังนั่งอยู่บนโซฟาจนกระทั่งความเหนื่อยล้าเอาชนะเขา เขาหลับไปทั้งๆ ที่น้ำตายังคลออยู่ในตา ความฝันที่แสนสับสนและเต็มไปด้วยความเศร้าเข้าครอบงำจิตใจของเขาในคืนนั้น เขาหวังเพียงว่าพรุ่งนี้จะนำพาความสงบสุขกลับมาสู่หัวใจของเขาอีกครั้ง แม้ว่ามันจะดูเป็นไปไม่ได้เลยก็ตาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel