ตอนที่ 3 ใจไม่รักดี
เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ภูมิรพีเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้ดีขึ้น ช่วงแรกๆ พ่อกับแม่โทรมาทุกวันเพราะกลัวลูกอยู่ไม่ได้ หลังๆ เริ่มทำใจแล้วว่าลูกหัวแก้วหัวแหวนโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น สามารถใช้ชีวิตนอกกรงทองได้ ความกังวลก็ลดลงแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะฝากฝังเพื่อนสนิทให้ดูแลลูกชายสุดที่รักอยู่ดี
ตอนนี้ภูมิรพีเข้ากับทั้งที่มหาวิทยาลัยและที่บ้านของลุงนนท์ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี เขาเริ่มรู้สึกผูกพันกับครอบครัวของเพื่อนพ่อมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับนิธินันท์ ซึ่งเขามักจะใช้เวลาพูดคุยด้วยกันหลังเลิกเรียนเสมอ
ภูมิรพีไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจได้ พี่นันท์เป็นคนที่อบอุ่นและมีเสน่ห์ ทำให้ภูมิรพีรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ แต่นิธินันท์ก็เป็นแค่พี่ชายที่คอยดูแลน้องน้อยอย่างเขาเท่านั้น ภูมิรพีพยายามเตือนสติและห้ามหัวใจตัวเองอยู่เรื่อยๆ แต่ความรู้สึกของเขามันก็ไม่ฟัง
วันนี้หลังจากกลับมาจากมหาวิทยาลัย ภูมิรพีสังเกตเห็นว่าเจ้าบ้านทั้งสองพ่อลูกก็มีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ภูมิรพีก็ไม่กล้าถามอะไร เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัว เพียงแต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่สบายใจ
หลังจากทานมื้อเย็น ภูมิรพีเห็นร่างสูงนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ถือแก้วไวน์ในมือ เขาดูเหนื่อยล้าและครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ร่างบางลังเลอยู่ครู่เดียวก่อนจะเดินเข้าไปหา
“พี่นันท์ครับ มีอะไรหรือเปล่า ดูพี่เครียดๆ ไปนะครับ” คนอ่อนกว่าถามเสียงเบา
ใบหน้าหล่อคมแบบฉบับลูกครึ่งหันมามองภูมิรพีก่อนจะพยายามยิ้มออกมา “ไม่มีอะไรหรอกพรีม แค่เรื่องงานนิดหน่อยน่ะ”
ภูมิรพียิ้มตอบอย่างเข้าใจ “ถ้ามีอะไรที่พรีมช่วยได้ บอกได้นะครับ”
คนพี่ยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู “ขอบคุณนะพรีม แค่ได้ยินแบบนี้ก็ช่วยให้พี่รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” ใบหน้าสวย สดใสของหนุ่มน้อยตรงหน้าทำให้คนเคร่งขรึมอย่างนิธินันท์คลายเครียดลงได้เล็กน้อย
ภูมิรพีรู้สึกใจเต้นแรงเมื่อเห็นรอยยิ้มของนิธินันท์ ความอบอุ่นที่ได้รับจากนิธินันท์ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวในใจอย่างมาก เขาเริ่มคิดแล้วว่า ความรู้สึกที่มีต่อลูกชายเพื่อนพ่อคนนี้ มันอาจจะไม่ใช่แค่ความชื่นชมในฐานะพี่ชายเท่านั้น แต่มันลึกซึ้งกว่านั้นมาก
หลังจากพูดคุยกันได้ไม่นาน นิธินันท์ก็ขอตัวออกไปข้างนอก เขาบอกน้องเล็กว่าเขานัดเพื่อนเพื่อไปดื่มกันเบาๆ ภูมิรพีรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะนิธินันท์ดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยออกไปเที่ยวกลางคืน แต่เขาก็ไม่กล้าถามอะไรมากนัก
เมื่อร่างสูงออกจากบ้านไป ภูมิรพีก็เริ่มคิดมากขึ้น ความกังวลในใจเริ่มก่อตัว เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกว่าเรื่องราวในครอบครัวนี้อาจจะมีอะไรที่ซับซ้อนมากกว่าที่เห็น
เกือบเที่ยงคืนแล้ว คนที่พยายามข่มตานอน กลับยังนอนไม่หลับ เขาเดินลงมาที่ห้องนั่งเล่นและพบว่าร่างสูงของนิธินันท์กลับมาถึงบ้านแล้ว นิธินันท์นั่งอยู่ที่โซฟาในสภาพที่เมาเล็กน้อย หน้าตาหล่อดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความเศร้า
ภูมิรพีเดินเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง “พี่นันท์ พี่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
นิธินันท์เงยหน้ามองภูมิรพีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า “บางที ชีวิตมันก็ซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะพรีม”
ภูมิรพีรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของคนเมา เขานั่งลงข้างๆ นิธินันท์และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่นันท์ ถ้ามีอะไรที่พี่อยากพูดหรืออยากระบาย พรีมพร้อมรับฟังเสมอนะครับ”
นิธินันท์เงียบไปสักพักก่อนจะพูดออกมาอย่างเหนื่อยล้า “ความรักมันไม่ง่ายเลยพรีม บางครั้งเราก็คิดว่าเรารู้จักคนคนนั้นดี แต่สุดท้ายแล้ว เราก็อาจจะไม่รู้จักพวกเขาจริงๆ เลย”
ภูมิรพีไม่รู้จะตอบอะไร เขาคิดว่าพี่ชายที่เขาแอบคิดไม่ซื่อน่าจะอยู่ในภาวะอกหัก และเขาก็ไม่สามารถห้ามใจตัวเองที่จะถือโอกาสใกล้ชิดกับนิธินันท์มากขึ้น โดยการยื่นมือไปจับมือหนาของพี่ชายเบาๆ หวังเพียงว่าจะกำลังใจช่วยให้นิธินันท์รู้สึกดีขึ้น
นิธินันท์หันไปมองคนหน้าสวยตรงหน้าพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้อย่างรู้สึกขอบคุณ ภูมิรพีถึงกันใจเต้นตึกตัก
“ขอบคุณนะพรีม สำหรับกำลังใจ” เสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่นิธินันท์จะวางศีรษะลงบนไหล่ของบางของคนน้องอย่างหมดแรง
ภูมิรพีถึงกับใจเต้นแรงขึ้นเมื่อได้รับสัมผัสความใกล้ชิดจากนิธินันท์อย่างคาดไม่ถึง ความรู้สึกที่แอบซ่อนอยู่ในใจของเขาเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน เขาไม่รู้ว่าจะจัดการมันยังไง แต่ที่เขารู้คือเขาต้องการอยู่ข้างๆ นิธินันท์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
หลังจากคืนนั้นที่ภูมิรพีได้เห็นด้านที่อ่อนแอของนิธินันท์ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาดูเหมือนจะพัฒนาขึ้น นิธินันท์ดูสบายใจที่จะพูดคุยกับภูมิรพีมากขึ้น และภูมิรพีเองก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหลงใหลในตัวนิธินันท์มากขึ้นทุกวัน
วันนี้ขณะที่ภูมิรพีกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เสียงเปิดประตูและเสียงพูดคุยดังออกมาจากข้างนอกทำให้เขาแอบสงสัยว่าเสียงใครกัน เสียงเหมือนพี่นันท์คุยกับใครสักคน
เมื่อทนต่อความสงสัยไม่ไหว ภูมิรพีเลยตัดสินใจเดินออกมาดูที่หน้าบ้านก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่กับนิธินันท์ เธอดูสวยในชุดเดรสสีแดงตัดกับผิวขาวของเธอ ภูมิรพีจำได้ทันทีว่านี่คือแฟนของนิธินันท์ที่เขาเคยเห็นในโทรศัพท์ของคนพี่
นิธินันท์หันมาเห็นน้องน้อยยืนอยู่ที่ประตูพอดีเลยทักทาย
“อ้าว พรีม นี่คือพลอย แฟนของพี่เอง”
พลอย พิชญาภา รัตนกุล ยิ้มให้ภูมิรพี หนุ่มน้อยหน้าหวานที่เธอเห็นทันที แต่ในรอยยิ้มนั้นมีแววตาที่ภูมิรพีไม่สามารถอ่านออกได้ รับรู้แต่ว่ามันดูไม่จริงใจ
“สวัสดีค่ะน้องพรีม พี่พลอยนะคะ ได้ยินพี่นันท์พูดถึงพรีมบ่อยๆ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
ภูมิรพียกมือไหว้ก่อนจะยิ้มตอบ แม้ว่าใจเขาจะรับรู้ได้ถึงความไม่เป็นมิตรของหญิงสาว “ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่พลอย”
ในใจของภูมิรพีตอนนี้รู้สึกว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือความอิจฉาหรือความเศร้า แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือเขารู้สึกเหมือนถูกแย่งของที่สำคัญไป เหมือนพี่นันท์กำลังจะถูกแย่งกลับคืนไป
มื้อเย็นมาถึงนิธินันท์พาแฟนสาวมาร่วมทานอาหารเย็นที่บ้านด้วย ลุงนนท์ผู้ดูพอใจและต้อนรับหญิงสาวเป็นอย่างดี มีแต่ภูมิรพีนั่งเงียบๆ และแทบไม่ได้พูดอะไร เขารู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่ควรอยู่ที่นั่น พี่นันท์ก็เอาแต่พูดคุยและหัวเราะกับแฟนสาว เหมือนก่อนหน้าทั้งคู่ไม่เคยมีปัญหาใดๆ มาก่อน ภูมิรพีรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปมีส่วนร่วมในวงสนทนา
หลังอาหารค่ำ พิชญภาหันไปพูดกับภูมิรพี “น้องพรีม เรียนอยู่ปีไหนแล้วคะ”
“ปีหนึ่งครับ เพิ่งเริ่มเรียน” คนที่นั่งเงียบเป็นส่วนเกินมาตลอดตอบเบาๆ อย่างรู้สึกอึดอัด
พิชญาภาพยักหน้ายิ้มให้ “ดีจังค่ะ ปีหนึ่งเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดแล้ว น้องพรีมคงจะมีเพื่อนเยอะนะคะ ดูน่ารักมาก สวยกว่าผู้หญิงอีก”
นิธินันท์มองภูมิรพีอย่างเอ็นดูก่อนจะหันไปบอกแฟนสาว “พรีมเขาเข้ากับทุกคนได้ดีครับ พลอยเขามีเพื่อนใหม่เยอะเลย”
ภูมิรพีพยายามยิ้มออกมา แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนโดนเหน็บแนมจากพิชญาภาและอึดอัดจากการที่ต้องนั่งฟังพวกเขาพูดคุยหยอกล้อกัน
เมื่อมื้ออาหารจบลง ภูมิรพีขอตัวกลับขึ้นไปที่ห้องของเขาทันที เขานั่งลงที่เตียง มองออกไปที่หน้าต่างและคิดทบทวนถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ เขาควรจะดีใจที่นิธินันท์กับแฟนคืนดีกัน แต่ในใจของเขากลับรู้สึกไม่ชอบใจและเจ็บปวด
ในคืนนั้นหลังจากที่พิชญาภากลับไป นิธินันท์เดินขึ้นมาที่ห้องของภูมิรพี เขาเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้ามา
“พรีม พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าเรื่องพลอย” นิธินันท์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วง
คนน้องส่ายหน้าก่อนจะยิ้มให้ “ไม่เป็นไรครับพี่นันท์ พี่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรตามใจพี่เอง”
นิธินันท์มองจ้องสบตาคนน้อง “แต่พี่รู้สึกว่าพรีมอึดอัด พี่แค่ไม่อยากให้เรารู้สึกแบบนั้น”
ภูมิรพีเงยหน้าสบตาคม สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและดูเศร้า “พี่นันท์ ถ้าพี่มีความสุข พรีมก็ดีใจแล้วครับ”
นิธินันท์ยิ้มออกมาเล็กน้อยและเดินเข้ามาหาร่างเล็ก ก่อนที่จะวางมือลงบนไหล่ของบาง “ขอบคุณนะพรีม พี่ดีใจที่มีเธออยู่ข้างๆ”
คำพูดของนิธินันท์ทำให้ภูมิรพีรู้สึกอบอุ่น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเช่นกัน เขารู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อนิธินันท์เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถห้ามมันได้
เมื่อนิธินันท์เดินออกจากห้องไป คนที่ยืนอยู่ถึงกับทรุดนั่งลงบนเตียง รู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เขารู้ว่าเขาผิดที่ไม่สามารถห้ามใจไม่ให้คิดถึงนิธินันท์ได้ และลึกๆ ในใจแล้วไม่อยากที่จะให้ทั้งสองกลับมาคืนดีกันเลย
