ตอนที่ 5 ต้องการความจริง
ในขณะเดียวกัน นิธินันท์ขับรถออกจากบ้านไปด้วยความเร็ว ในใจของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสนและโกรธ เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ภูมิรพีพูด แต่บางสิ่งในใจเขาก็เริ่มกังวลว่าเรื่องที่พรีมพูดมาอาจจะมีส่วนจริงในคำพูดนั้น
“พลอยไม่มีทางทำแบบนั้น เธอรักเรา เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ แต่ทำไมพรีมถึงพูดแบบนั้น หรือว่า…” ร่างสูงคิดในใจแต่ก็พยายามสลัดความคิดนั้นออกไป
เขาขับรถไปยังบ้านของแฟนสาว ชายหนุ่มต้องการคำตอบ เขาต้องการพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเองมากกว่าสิ่งที่พรีมพูด
เมื่อมาถึงบ้านของพิชญาภา ร่างสูงรีบก้าวออกจากรถแล้วเดินเปิดประตูรั้วเข้าไปภายในบ้านเพราะบ้านหลังนี้เขาซื้อให้กับแฟนสาวเองและเขาก็มีกุญแจสำรอง เขาเรียกพิชญาภาเสียงดังเมื่อประตูหน้าบ้านล็อกจากข้างในโดยไม่ได้สนใจว่าจะรบกวนใครในช่วงเวลานั้นหรือไม่ ตอนนี้เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่ยังไม่เห็นหน้าเจ้าบ้าน
ในที่สุด พิชญาภาก็เปิดประตูด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นแฟนหนุ่ม “นันท์ ทำไมมาที่นี่ดึกขนาดนี้ล่ะคะ มีอะไรหรือเปล่า” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความประหลาดใจ เพราะปกติเวลานี้แฟนหนุ่มจะอยู่ที่บ้านเป็นส่วนมาก
ชายหนุ่มจ้องหน้าแฟนสาวอย่างตั้งใจพยายามหาคำตอบในดวงตาของเธอ “ผมต้องคุยกับพลอยน่ะ เรื่องสำคัญมาก”
พิชญาภามองดูเขาด้วยความสงสัย ว่าชายหนุ่มมีเรื่องร้อนใจอะไรที่ต้องมาดึกดื่น “เรื่องอะไรเหรอ ทำไมดูเครียดขนาดนี้”
ใบหน้าหล่อสูดหายใจลึกก่อนจะพูด “พรีมบอกผมว่า เขาเห็นพลอยอยู่กับผู้ชายคนอื่นที่ร้านกาแฟ ดูเหมือนคุณมีคนอื่นนอกจากผม นี่มันหมายความว่ายังไงพลอย ช่วยบอกผมหน่อยว่ามันเป็นความจริงหรือเปล่า”
สีหน้าของคนฟังเปลี่ยนไปในทันที ความตกใจและหวาดกลัวปรากฏขึ้นชั่วขณะ แต่เธอพยายามควบคุมตนเองก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“อะไรนะคะ น้องพรีมพูดแบบนั้นเหรอนันท์ คุณคงไม่เชื่อในสิ่งที่น้องพรีมพูดจริงๆ หรอกใช่ไหมใช่ไหม”
ชายหนุ่มจ้องหน้าสวยของแฟนสาวที่คบกันมาหลายปี ความสงสัยยังคงอยู่ในใจของเขา “ผมไม่รู้จะเชื่อใคร พลอย แต่ผมต้องการความจริงจากคุณ”
หญิงสาวถอนหายใจและพยายามทำให้ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง “นันท์ ฟังพลอยนะคะ น้องพรีมอาจจะเข้าใจผิดไป หรือไม่เขาก็อาจจะเห็นอะไรที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด พลอยไม่ได้ทำอะไรผิด พลอยรักคุณนะคะนันท์ รักคุณคนเดียว คุณก็รู้” พิชญาภายืนยันเสียงแข็งต่อหน้านิธินันท์เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง
ชายหนุ่มฟังคำพูดของแฟนสาวก็เริ่มเขว แต่ใจเขายังไม่คลายความสงสัย “แล้วผู้ชายคนที่พรีมเห็นนั้นล่ะ เขาเป็นใคร”
พิชญาภาพยายามหาเหตุผลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากนิธินันท์ “เขาเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องของพลอยเองค่ะ เราอาจจะดูสนิทกันมากเกินไป เลยทำให้น้องพรีมเข้าใจผิดได้ ไม่มีอะไรเกินเลยกว่านั้นจริงๆ นันท์ คุณต้องเชื่อพลอยนะคะ”
แต่ในสายตาของนิธินันท์ เขาเห็นความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตาของแฟนสาว แม้ว่าเธอจะพยายามปกปิดมันอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม
“ผมอยากเชื่อคุณนะพลอย แต่ผมก็ต้องการความชัดเจน” นิธินันท์พูดก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา “บอกผมหน่อยว่าลูกพี่ลูกน้องของคุณชื่ออะไร ผมจะโทรหาเขาตอนนี้เลย”
พิชญาภาตระหนกเล็กน้อย “นันท์ คุณไม่ไว้ใจพลอยขนาดนี้เลยเหรอคะ คุณไม่จำเป็นต้องโทรหาเขาหรอกค่ะ มันจะทำให้เรื่องมันแย่ลงไปอีก”
ชายหนุ่มจ้องหน้าแฟนสาวอย่างไม่ละสายตา “ถ้ามันไม่มีอะไรจริงๆ คุณก็ไม่ต้องกังวลอะไรนะพลอย ผมแค่ต้องการรู้ความจริง”
พิชญาภาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเบาๆ ออกไปอย่างหางเสียงงอนๆ “โอเค เขาชื่อพีท คุณจะโทรหาเขาก็ได้ แต่พลอยบอกคุณไว้ก่อนเลยนะ นันท์ ถ้าคุณไม่เชื่อใจพลอย ทุกอย่างระหว่างเราอาจจะพังลงไป”
“โอเค พลอย ถ้าคุณยืนยันว่าไม่มีอะไรผมก็จะเชื่อใจคุณ ถ้าอย่างนั้นผมกลับล่ะ”
นิธินันท์พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านแฟนสาว ความระแวงสงสัยและความเจ็บปวดในใจของเขา ทำให้เขาไม่สามารถทนอยู่ที่นั่นได้อีกต่อไป
ร่างสูงขับรถกลับบ้านด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด ความรู้สึกที่ถูกทรยศและความไม่แน่ใจในสิ่งที่ภูมิรพีบอก ทำให้เขาไม่ตัดสินอะไรได้ เขาต้องการเวลาคิดทบทวนว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไป
ในขณะเดียวกัน ภูมิรพีที่เพิ่งตื่นขึ้นมา นั่งรออยู่ที่บ้านด้วยความกังวล ทุกนาทีที่ผ่านไปทำให้เขารู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลง เขารู้ว่าการบอกความจริงนี้อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนิธินันท์เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเสียงรถของนิธินันท์ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ภูมิรพีก็ลุกขึ้นทันที เขาเดินไปที่หน้าประตูเพื่อดูว่าคนที่เขาเป็นห่วงจะกลับมาในสภาพไหน
ร่างสูงเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ภูมิรพีมองดูเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง “พี่นันท์ พี่โอเคไหมครับ”
คนโดนถามหันมามองหน้าสวยของคนน้องด้วยความรู้สึกที่สับสน “พี่ยังไม่รู้ว่าควรจะคิดยังไงกับสิ่งที่นายบอก พี่ต้องการเวลา พรีม พี่ต้องการคิดทบทวนเรื่องนี้ อย่าเพิ่งถามพี่ตอนนี้ได้ไหม พี่ยังไม่อยากพูดอะไร พี่อยากอยู่คนเดียว”
ใบหน้าสวยหวานของคนน้องพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ “พรีมเข้าใจพี่นันท์นะครับ พรีมแค่อยากให้พี่รู้ว่าพรีมอยู่ที่นี่เพื่อพี่เสมอ ไม่ว่าพี่จะตัดสินใจยังไงก็ตาม”
นิธินันท์ถอนหายใจยาวก่อนจะเดินผ่านร่างบางไป “พี่ต้องไปคิดอะไรเงียบๆ หน่อย พรีม ขอโทษนะที่พูดไม่ดีเมื่อกี้ แต่พี่ก็ยังไม่พร้อมจะคุยเรื่องนี้ตอนนี้”
สายตากลมได้แต่มองตามหลังร่างสูงที่เดินจากไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวดและเป็นห่วง เขารู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้าและยอมรับมัน
“หวังว่าพี่จะผ่านมันไปได้นะครับพี่นันท์ พรีมจะคอยเป็นกําลังใจให้พี่นะครับ” ภูมิรพีได้แต่พูดกับตัวเองในใจเบาๆ
