บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2: แรกพบก็หวั่นไหว

หลังจากภูมิรพีจัดเก็บข้าวของและอาบน้ำให้สดชื่นก่อนจะลงมาด้านล่าง ที่โต๊ะอาหารมีอาหารทะเลสดๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ลุงนนท์นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับมีชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มคนนั้นดูอายุมากกว่าภูมิรพีไม่กี่ปี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสีกากีซึ่งทำให้เขาดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์มาก ใบหน้าคมแบบลูกครึ่ง สำหรับภูมิรพีแล้วผู้ชายคนนี้จัดอยู่ในระดับหล่อมาก

“อ้าว พรีม นี่พี่นันท์ ลูกชายของลุงเอง พี่เขากลับมาบ้านพอดี” สิทธินนท์ผู้เป็นพ่อแนะนำให้ภูมิรพีได้รู้จักกับลูกชายตัวเองด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

ภูมิรพียิ้มเขินๆ กับสายตาคมที่จ้องมองมา ก่อนจะยกมือไหว้ “สวัสดีครับพี่นันท์”

นันท์ หรือ นิธินันท์ เดอวัลลา-ธาราสิทธิ์ ยิ้มรับและพยักหน้า “ยินดีที่ได้รู้จักนะพรีม พี่ได้ยินพ่อพูดถึงพรีมมาบ้างแล้ว ยินดีต้อนรับ”

ภูมิรพีรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้สบตากับนันท์ พี่นันท์มีสายตาที่เป็นมิตร แต่ก็แฝงไปด้วยความเคร่งขรึมและมีเสน่ห์ที่ดึงดูด ไหนจะรอยยิ้มที่มีลักยิ้มนั่นอีก ทำเอาภูมิรพีไม่สามารถห้ามความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจได้ แม้ว่าเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกก็ตาม ใจไม่รักดีก็หวั่นไหวเสียแล้ว

ระหว่างมื้ออาหารจากที่ได้คุยกัน ภูมิรพีได้รู้ว่าพี่นันท์ของเขาทำธุรกิจโรงแรมที่อยู่ในเครือของครอบครัว และเขากลับมาบ้านครั้งนี้เพื่อพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาหลายอาทิตย์ นิธินันท์เล่าเรื่องงานให้ฟังพร้อมกับถามไถ่เรื่องชีวิตของภูมิรพีในกรุงเทพฯ

“อยู่กรุงเทพ เป็นยังไงบ้างล่ะพรีม” นิธินันท์ถามในขณะที่ตักอาหารใส่จานให้ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มที่น่ารักจนเกือบสวย ผิวขาวอมชมพู ลูกคนหนูอย่างคนตรงหน้าจะอยากใช้ชีวิตนอกกรงทอง

ภูมิรพีตอบด้วยน้ำเสียงสดใส “ก็วุ่นวายครับ แต่ก็ดีนะครับสะดวกสบายเกิน แต่มันไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นสำหรับพรีม พรีมอยากทำอะไรหลายๆ และเรียนรู้อีกหลายๆ อย่าง ตอนนี้ก็เลยต้องเริ่มต้นใหม่ที่นี่ครับ”

นิธินันท์พยักหน้า “ดีแล้วล่ะ ที่นี่อาจจะไม่คึกคักเท่าในเมืองหลวง แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง”

โดยเฉพาะคน ภูมิรพีพูดต่อในใจ รู้สึกดีใจกับการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเองที่ได้รับจากลุงนนท์และพี่นันท์สองพ่อลูกนี้ แม้จะเป็นครั้งแรกที่เจอกัน แต่เขาก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ดูเหมือนชีวิตนอกบ้านของเขาจะเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ

เช้าวันใหม่ที่สดใส พระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางท้องฟ้าสีฟ้าสดใส แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนของภูมิรพี เขายืดตัวออกจากเตียงก่อนจะมองออกไปยังวิวทะเลที่อยู่ตรงหน้า เสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งยังคงดังก้องอยู่ในหู เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่ไม่ได้สัมผัสมานาน หลังจากจัดการเรื่องส่วนตัวเสร็จ ภูมิรพีก็ลงมาทานอาหารเช้าที่แม่บ้านได้เตรียมไว้ให้ ขณะที่นั่งรอทานอาหารเช้า เขามองออกไปเห็นนิธินันท์กำลังพูดคุยกับสิทธินนท์ผู้เป็นพ่อ ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมาเห็นร่างบางที่นั่งรอทานอาหารพร้อมกับเดินเข้ามาทานอาหารเช้าด้วยกัน

“วันนี้วันแรกของพรีมที่มหาวิทยาลัยสินะ ตื่นเต้นไหม” เสียงทุ้มของนิธินันท์ถามขณะที่ขับรถผ่านถนนที่คดเคี้ยวไปสู่เมือง พอรู้ว่าภูมิรพีจะมาเรียนมหาวิทยาลัยวันแรกเขาเลยอาสามาส่ง

“ใช่ครับ ตื่นเต้นนิดหน่อย” ภูมิรพีตอบเสียงเบา สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างชมวิวที่ยังใหม่สำหรับเขา

“ไม่ต้องกังวลหรอก ช่วงแรกๆ อาจจะต้องปรับตัวบ้าง แต่เดี๋ยวนายก็จะคุ้นเคยกับที่นี่เอง” คนเป็นพี่พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เพื่อให้อีกคนคลายความตื่นเต้น

ภูมิรพียิ้มตอบ “ขอบคุณครับพี่นันท์ ผมจะพยายามปรับตัวให้เร็วที่สุด”

เมื่อขับรถมาถึงมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีต้นไม้ล้อมรอบ อาคารเรียนกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ภูมิรพีรู้สึกถึงบรรยากาศที่สดชื่นและไม่คุ้นเคยนี้ได้ทันที รถของนิธินันท์จอดที่หน้าตึกเรียนหลัก ขายาวเรียวของภูมิรพีก้าวลงจากรถพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณสารถีรูปหล่อที่มาส่ง

“มีอะไรก็โทรหาพี่ได้เลยนะพรีม ไม่ต้องเกรงใจ” คนพี่บอกก่อนจะยิ้มให้และขับรถออกไป

ภูมิรพีมองตามรถของนิธินันท์ที่ขับหายไปในทางคดเคี้ยว ก่อนจะหันกลับมามองตึกเรียนที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า แม้จะเป็นสถานที่ใหม่ที่เขาไม่คุ้นเคย แต่ภูมิรพีก็พร้อมที่จะเริ่มต้นการเรียนรู้ใหม่ที่นี่

ภายในห้องเรียนมีนักศึกษาใหม่ที่กำลังพูดคุยและทำความรู้จักกัน ภูมิรพีเลือกที่นั่งท้ายห้องและนั่งเงียบๆ สังเกตดูเพื่อนร่วมชั้นเรียน แต่ไม่นานนักก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งข้างๆ เขา

“สวัสดี นายชื่อพรีมใช่ไหม” ชายหนุ่มหน้าคมถามพร้อมรอยยิ้มคำถามนี้ทำเอาภูมิรพีตกใจเล็กน้อยที่คนแปลกหน้าเรียกชื่อเขาได้ “ชะ ใช่ครับ นายรู้จักเราได้ยังไง”

“เราชื่อโจ ก็เห็นนายตอนลงทะเบียน ก็เลยจำได้ ตัวขาวๆ ปากแดงๆ โดเด่น น่ารักขนาดนี้มีคนเดียวแหละ” โจ หรือเจนวิทย์ เพื่อนใหม่ตอบอย่างเป็นกันเอง

ภูมิรพียิ้มออกมาเล็กน้อย “ยินดีที่ได้รู้จักนะโจ”

“นายไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก สบายๆ อยากรู้อะไรก็ถามได้นะ เราเป็นคนที่นี่ เผื่อมีอะไรให้ช่วย เราเป็นเพื่อนกันนะ” เจนวิทย์พูดพร้อมกับตบบ่าคนตัวเล็กกว่าเบาๆ

“ได้เลย นายเป็นเพื่อนใหม่คนแรกของเราเลยนะ”

ภูมิรพีรู้สึกดีขึ้นหลังจากได้คุยกับเพื่อนใหม่ ความกลัวและความเครียดในใจของเขาเริ่มคลายลง การได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ดูเป็นกันเองอย่างโจทำให้เขารู้สึกว่าสถานที่นี้อาจจะไม่ยากเกินไปที่จะปรับตัว

ในวันที่ภูมิรพีเริ่มเรียนวันแรก เขาได้เรียนรู้วิชาที่เกี่ยวกับสาขาที่เขาสนใจ อาจารย์สอนด้วยวิธีที่เข้าใจง่าย และเพื่อนๆ ในห้องก็เป็นกันเอง เขาค่อยๆ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเข้ากับที่นี่ได้ แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคต แต่ภูมิรพีก็เริ่มมีความหวังว่าวันข้างหน้าจะมีสิ่งดีๆ รอเขาอยู่

หลังจากวันเรียนที่ยาวนาน ภูมิรพีกลับมาที่บ้านโดยที่โจขี่มอเตอร์ไซด์มาส่ง เป็นครั้งแรกที่ลูกคุณหนูอย่างภูมิรพีได้สัมผัสกับการนั่งไอ้เจ้าสองล้อที่ความเร็วพอๆ กับการนั่งรถยนต์แต่ได้บรรยากาศที่โดนลมปะทะใบหน้าทำให้เขาสดชื่นมากกว่า พอเจนวิทย์มาส่งภูมิรพีถึงบ้านถึงได้รู้ว่าเพื่อนเขาไม่ธรรมดา

ภูมิรพีเดินเข้ามาในบ้านพบว่าพี่นันท์สุดหล่อของเขายังอยู่ที่บ้าน เหมือนนั่งอ่านเอกสารอะไรบางอย่างในห้องนั่งเล่น ร่างบางจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหา

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาทำให้นิธินันท์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองน้องน้อยที่เดินเข้ามาและเอ่ยถามขึ้น

“อ้าวพรีม เลิกเรียนแล้วเหรอ วันนี้เป็นยังไงบ้าง แล้วนี่กลับมายังไงทำไมไม่โทรบอกพี่หรือพ่อพี่ไปรับ” เสียงท้ายเหมือนเข้มขึ้นเล็กน้อย ทำเอาภูมิรพีรู้สึกผิดเลย

“ก็ดีครับ เพิ่งเริ่มเรียนก็เลยยังไม่หนักเท่าไหร่ พอดีเพื่อนพรีมเขาอาสามาส่งครับพี่นันท์ พรีมเลยไม่ได้โทรบอก” ภูมิรพีตอบก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามนิธินันท์

นิธินันท์พยักหน้า “ดีแล้วล่ะ ถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ก็บอกนะ”

“ขอบคุณครับพี่นันท์” ภูมิรพีตอบพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ แม้จะยังรู้สึกประหม่านิดหน่อย ที่พี่นันท์ถามไถ่อยู่ตลอด ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ

“อ้าว พรีม กลับมาแล้วเหรอลูก แล้วนี่มายังไงล่ะ” เสียงลุงนนท์ถามขึ้นก่อนที่จะเดินมานั่งข้างลูกชายเพื่อน

“เพื่อนมาส่งครับลุงนนท์” ภูมิรพีตอบเพียงครึ่งเดียว

“มากันยังไง เอารถอะไรมาส่ง” สิทธินนท์ถามขึ้นเพราะเด็กๆ แถวนี้ชอบขับรถเครื่องกัน หวังว่าหลานชายคงจะไม่ทำอย่างที่เขากลัวนะ

“แฮ่ะ นั่งมอเตอร์ไซด์มาครับ” คนตอบเสียงสั่น นั่นไงว่าแล้วดีนะที่ไม่เกิดอุบัติเหตุเจ้าของบ้านคิดในใจ

“พรีม เอาอย่างนี้ดีไหม ลุงกลัวว่าการนั่งมอเตอร์ไซด์มันจะไม่ปลอดภัย ไอ้ภูพ่อ พรีมมันจะว่าลุงเอาได้ เอาเป็นว่าไม่ลุงหรือพี่นันท์จะไปส่งพรีมถ้าว่าง แต่ถ้าไม่ว่างลุงจะให้คนขับรถไปรับไปส่ง โอเคนะ”

“ครับ ลุงนนท์ พรีมขอโทษนะครับที่ทำให้เป็นห่วง” คนรู้ตัวว่าผิดรีบขอโทษอย่างสำนึกผิดทันที

“ไม่เป็นไรลูก ลุงแค่ห่วงความปลอดภัยของพรีมเองนั่นแหละ” สิทธินนท์พูดยิ้มก่อนจะยกมือตบบ่าหลานชายเบา

“ไป ขึ้นไปพักผ่อนก่อนลูก เดี๋ยวค่อยลงมาทานข้าว”

ภูมิรพีขึ้นมาอยู่ที่ห้องส่วนตัว บรรยากาศในห้องเริ่มเงียบสงบ แต่ในใจของภูมิรพีกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขารู้สึกถึงความอบอุ่นจากการต้อนรับของครอบครัวลุงนนท์ และในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มรู้สึกบางอย่างกำลังเติบโตในใจของเขา ความรู้สึกที่ยังไม่ได้เปิดเผยกับใครแม้แต่ตัวเขาเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel