บท
ตั้งค่า

4

ฉันยืนอยู่หน้ายิมใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยอันเป็นที่นิยมของนักศึกษาและบุคลากรของสถานศึกษาที่ฉันเรียนอยู่ ที่จริงวันนี้ทิวาจะมาด้วย แต่ร้านนมปั่นที่เธอทำงานพิเศษอยู่ขาดคนพอดี เลยถูกเรียกตัวไปช่วยที่ร้านกะทันหัน ส่วนฉันก็ต้องมาออกกำลังกายที่ยิมเป็นครั้งแรกในชีวิตตามลำพัง

ฉันมองประตูทางเข้าตรงหน้าด้วยสีหน้าท่าทางราวกับว่ากำลังยืนอยู่ตรงทางเข้าบ้านผีสิงที่ชวนให้หลอนสั่นประสาทก็ไม่ปาน เท้าของฉันก้าวถอยตั้งท่าจะเดินกลับ และฉันคงวิ่งหนีไปจากตรงนี้แล้วหากว่าไม่รีบเตือนสติตัวเองเอาไว้เสียก่อน

อย่านะเพลงดาว! อย่าเป็นคนขี้แพ้ให้เขาดูถูกได้อีก!

และเพราะสีหน้าเยาะหยัน และแววตาเยาะเย้ยของขุนพลที่ยังติดอยู่ในสมอง ทำให้ฉันรวบรวมสติแล้วทำใจแข็งก้าวล่วงพ้นประตูยิมแห่งนั้นเข้าไป ฉันสะดุ้งตัวโยนกับเสียงเหล็กกระทบกันของเครื่องออกกำลังกายหลาย ๆ เครื่องที่ดังสลับกันไปมา และเสียงร้องโหยหวนให้กำลังใจตัวเองในการออกกำลังกายของบรรดาลูกค้าที่มาใช้บริการยิมแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

“มาครั้งแรกเหรอคะ?” ฉันสะดุ้งอีกครั้งเมื่อใครบางคนพูดกับฉัน ก่อนหันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่เป็นผู้หญิงรูปร่างดี หน้าตาน่ารัก ที่ยืนส่งยิ้มมาให้หลังเคาน์เตอร์ต้อนรับของยิม

“คะ...ค่ะ” ฉันบอกด้วยท่าทีประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาทำอะไรอย่างนี้ ดังนั้นฉันจึงค่อนข้างตื่นเต้นและจับต้นชนปลายไม่ถูกนัก

“จะสมัครสมาชิกรายเดือนของยิมเราไหมคะ?”

“อะ...เอ่อ... เป็นรายวันดีกว่าค่ะ” เพราะฉันไม่ค่อยมั่นใจนักว่าที่นี่จะเหมาะกับฉัน เพราะความรู้สึกแรกที่ย่างเท้าก้าวเข้ามา มันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดยังไงบอกไม่ถูก

“ได้ค่ะ” ฉันควักเงินจ่ายตามป้ายราคาที่ติดเอาไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ สาวสวยรับไป ก่อนยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้ “ขอให้สนุกกับการออกกำลังกายนะคะ”

ฉันฝืนยิ้มให้ ก่อนกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ ไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะสนุกกับการออกกำลังกายไหม ในเมื่อมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันเคยทำ

เริ่มจากตรงไหนดีล่ะ ฉันยืนงงในดงลูกค้าของยิมที่มาออกกำลังกาย แต่ละคนดูคล่องแคล่วกับการใช้เครื่องออกกำลงกายกันทั้งนั้น แล้วฉันล่ะ?

‘ฉันมาทำอะไรที่นี่?’ ฉันได้แต่ร้องครวญเพลงโปรดของแม่อยู่ในใจ ขณะที่มองไปรอบ ๆ อย่างเลิ่กลั่ก เสียงเหล็ก เสียงร้องอย่างฮึกเหิมทำให้ฉันเริ่มจะกลัวสถานที่แห่งนี้จนแทบขวัญหนีดีฝ่อ

“สวัสดีครับ เพิ่งมาครั้งแรกเหรอครับ?” ในขณะที่ฉันกำลังทำท่าทีเหลอหลาอยู่นั้น ผู้ชายรูปร่างดีในชุดออกกำลังกายก็เดินปราดมาหยุดตรงหน้า ฉันผงะออกห่างเล็กน้อยกับการปรากฏตัวแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงของอีกฝ่าย

“อะ...เอ่อ...” ต่อมขาดความมั่นใจของฉันมันมักจะทำงานได้ดีเยี่ยมเสมอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่คุ้นเคย และครั้งนี้ก็เช่นกัน “คะ...ค่ะ”

“ให้ผมช่วยแนะนำได้นะครับ” ดูเหมือนเขาจะเป็นเทรนเนอร์ของยิมนี้สินะ ถ้าฉันอยากให้เขาแนะนำล่ะก็ ฉันคงต้องเสียตังค์จ้างเขาน่ะสิ นั่นคงเป็นเงินมากโขอยู่ และฉันเองก็รู้สึกเสียดายเงินจำนวนนั้นด้วย

ฉันส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนปฏิเสธอย่างมีมารยาท “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ขะ...ขอดูรอบ ๆ ก่อนดีกว่า”

“ได้ครับ งั้นถ้าต้องการความช่วยเหลือก็เรียกผมได้นะครับ” หนุ่มหล่อหน้าใสยิ้มให้ ก่อนถอยออกไปเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับฉัน

ฉันเหลียวซ้ายแลขวาไปรอบ ๆ จนกระทั่งตัดสินใจได้ว่าควรจะเริ่มจากการคาดิโอง่าย ๆ ก่อนก็แล้วกัน เท้าอันสั่นเทาของฉันก้าวย่างอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ตรงไปยังลู่วิ่งเครื่องหนึ่งที่ยังว่างอยู่ ฉันก้าวขึ้นไปยืนบนนั้น มองหน้าปัดเล็ก ๆ และปุ่มมากมายบนนั้นด้วยความสับสน มันต้องกดตรงไหนก็ล่ะเนี่ย

“สุ่มมั่ว ๆ เอาแล้วกันนะ” ฉันกลั้นหายใจอย่างลุ้นระทึก ก่อนกดปุ่มปุ่มหนึ่งที่เดาเอาว่าคงเป็นปุ่มกดเริ่มเดินเครื่อง และมันก็จริง! แต่ทว่าทันที่เครื่องเริ่มเดินเครื่องฉันก็ต้องกรีดร้องออกมา “ว้าย!!”

ก่อนที่จะได้ทันตั้งตัว เท้าของฉันก็ลื่นเพราะลู่วิ่งเลื่อนไปอย่างรวดเร็ว และเพราะอย่างนั้น... หน้าของฉันจึงล้มคว่ำฟาดเข้ากับลู่วิ่งนั้นอย่างแรงจนฉันมึนไปหมด

“คุณ! คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ?” หูของฉันแว่วได้ยินเสียงถามอย่างเป็นห่วงเป็นใยของใครบางคน และรับรู้ว่าคนในยิมกรูกันเข้ามายืนห้อมล้อมฉันที่รวบรวมพละกำลังที่มีอยู่พลิกตัวขึ้นนอนหงาย แต่ตอนนี้ฉันกลับมองอะไรไม่เห็นเลย ทุกอย่างเต็มไปด้วยความมืดมิด

“อ๊ะ!” แล้วอยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองลอยหวือขึ้นจากพื้น รับรู้ว่ามีอ้อมแขนของใครสักคนยกตัวฉันขึ้น และพาเดินออกไปจากตรงนั้น มือของฉันยกขึ้นเกี่ยวคอของใครคนนั้นเอาไว้โดยอัตโนมัติ เพราะยังรู้สึกขยาดกับความเจ็บหนึบตรงหน้าผากและปลายจมูกอยู่ และไม่พร้อมจะเจ็บก้นกบเพิ่มถ้าหากว่าร่วงลงไปจากอ้อมแขนของคนที่อุ้มฉันไว้น่ะนะ

ฉันพยายามเปิดเปลือกตามองผ่านม่านตาที่พร่ามัว ก็พบว่าใครคนนั้นเป็นผู้ชายที่ดูท่าจะหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียวล่ะ เพราะแม้จะได้เห็นเพียงช่วงขากรรไกรและปลายคางครึ้มด้วยตอหนวดเคราบาง ๆ มันก็ทำให้ฉันอดตะลึงในความหล่อของเขาไม่ได้

“รอนี่” เสียงนั้นสั่งสั้น ๆ เมื่อวานฉันลง และกดให้ฉันนอนลงบนสิ่งที่ฉันสัมผัสได้ว่าเป็นม้านั่ง ว่าแต่ว่า... เสียงนั้นฟังดูคุ้นหูแปลก ๆ นะเนี่ย ฉันปล่อยไก่ทั้งเล้าต่อหน้าคนรู้จักกันงั้นเหรอ?

โอ๊ย! จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ยเพลงดาว!? จะมีสักกี่คนกันที่หน้าโง่พอจะลื่นลู่วิ่งหน้าฟาดพื้นอย่างฉันเนี่ย!?

ฉันอยากจะลืมตาขึ้นมองอยู่หรอกนะ แต่อาการปวดหนึบ ๆ เหมือนถูกกระแทกหน้าด้วยค้อนปอนด์ก็ทำให้ฉันยอมที่จะนอนหลับตาอยู่นิ่ง ๆ จนกระทั่งรับรู้ถึงความเย็นที่วางลงมาบนหน้าผากกินพื้นถึงสันจมูก ฉันเลื่อนมือไปจับต้นเหตุของความเย็นนั้นและสัมผัสได้ว่ามันคือผ้าขนหนูที่ห่อน้ำแข็งเอาไว้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel