2
“น้องเพลงดาวจ๊ะ” เสียงทุ้มนุ่มของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลังของฉันทำให้ฉันสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ของอดีต ฉันหันกลับไปมองคนเจ้าของเสียงนุ่มนวล และพบว่าเขาคือปราชญ์ รุ่นพี่ที่กำลังเรียนปริญญาโท และเคยมาช่วยสอนแทนอาจารย์ในวิชาหนึ่งซึ่งฉันกับทิวาลงเรียนด้วยกัน ที่สำคัญ... เขายังเป็นนักดนตรีในบาร์แถวมหาวิทยาลัย เป็นผู้ชายแสนอบอุ่นและใจดี ซึ่งฉันปลื้มเขามากทีเดียว “พี่ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมจ๊ะ?”
“อะ...เอ่อ...” ฉันประหม่าทันทีที่ได้รับรอยยิ้มแสนอบอุ่นส่งมาให้ ก่อนที่จะส่ายสายตาไปมองเพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างลังเลใจ
“ไปสิแก” ทิวายื่นมือมาเขย่าที่ต้นแขนของฉัน พร้อมกระซิบเร่งให้ฉันยอมเดินออกไปคุยกับพี่ปราชญ์ตามลำพัง ฉันชั่งใจ ไม่ค่อยมีผู้ชายคนไหนอยากจะคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวนักหรอก ถ้าไม่ใช่จะมาขอร้องให้ฉันช่วยเป็นแม่สื่อให้เพราะต้องการจีบทิวาน่ะนะ
“ดะ...ได้ค่ะ” ฉันยอมลุกขึ้นและเดินตามรุ่นพี่สุดหล่อออกไปอย่างไม่มั่นใจในตัวเองนัก ฉันก็เป็นอย่างนี้อยู่เสมอนั่นแหละ อาจเพราะถูกขุนพลตอกย้ำอยู่ตลอด เลยเป็นคนขาดความมั่นใจไปโดยปริยาย
ร่างสูงโปร่งพาฉันไปหยุดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ซึ่งอยู่ตรงมุมที่สงบที่สุดในคณะ เขาหันกลับมามองฉันเมื่อเราหยุดเดิน ก่อนจะมองตรงมายังฉันเงียบ ๆ และฉันก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน เพราะรู้สึกอึดอัดไม่เบากับการที่ถูกมองอย่างนั้น “พี่ปราชญ์มีอะไรจะคุยกับเพลงเหรอคะ?”
“น้องเพลง...” เขาเรียกฉัน แล้วเงียบไปเฉย ๆ นั่นทำให้ฉันเหลือบตาขึ้นมองเขา หลังจากที่ก้มหน้ามองปลายเท้าของคนตรงหน้านิ่ง ๆ มานาน ฉันตั้งใจฟังว่าเขากำลังจะบอกอะไร แต่ถ้าให้คาดเดา คงไม่พ้นเรื่องของทิวา นั่นเพราะทุกครั้งที่มีผู้ชายอยากคุยกับฉันเป็นการส่วนตัว มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนของฉันเสมอ “น้องเพลงคบใครอยู่รึเปล่าคะ?”
“เอ๊ะ! เพลงเหรอคะ?” ฉันทวนถามอย่างประหลาดใจ ปกติไม่ค่อยมีใครใส่ใจนักหรอกว่าฉันคบหาใครอยู่ เพราะทุกคนก็รู้ดีว่าคนรูปร่างหน้าตาอย่างฉัน คงไม่มีผู้ชายคนไหนให้ความสนใจเป็นพิเศษ แม้เพื่อนรักจะพร่ำกรอกหูทุกวันว่าฉันเองก็สวยในแบบของตัวเอง แต่ความมั่นใจในตัวเองอย่างรุนแรงของฉันก็ทำให้ฉันขาดเสน่ห์ดึงดูดไป “มะ...ไม่มีหรอกค่ะ"
ฉันเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจ ซึ่งฉันไม่เข้าใจว่าทำไม “ดีจังเลยนะครับ”
“คะ?” เป็นอีกครั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองหูฝาดไปจนต้องทวงถามซ้ำ
“ก็ถ้าน้องเพลงยังไม่มีใครเป็นพิเศษ พี่ก็จะขอ...” ฉันเลิกคิ้วเพื่อรอคำพูดต่อไปจากเขา “จีบน้องเพลงได้ไหมคะ?”
ฉันเบิกตากว้างกับคำขอของเขา ริมฝีปากเผยอค้าง ไม่อยากจะเชื่อหูเลยว่าพี่ปราชญ์สุดหล่อกำลังขอจีบฉันเนี่ยนะ!? ถามจริง? “อะ...เอ้อ... พี่ปราชญ์ว่ายังไงนะคะ?”
“พี่จะขอจีบน้องเพลงน่ะค่ะ พี่ชอบน้องเพลงนะ” ครั้งนี้ฉันยิ่งเบิกตากว้างกว่าเดิม ฉันขยับริมฝีปากเหมือนพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันกลับหาเสียงตัวเองไม่เจอ จึงได้แต่ทำปากพะงาบ ๆ ดูน่าขันอยู่อย่างนั้น เป็นโอกาสให้ชายหนุ่มได้พูดต่อ “พี่ไม่ได้ตั้งใจจะเร่งอะไรเรานะ พี่ไม่หวังให้เราตอบตกลงเป็นแฟนกับพี่ตอนนี้ พี่แค่ขอโอกาสให้พี่ได้จีบน้องเพลง ไปออกเดตกันบ้าง ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปก่อน แล้วเราค่อยว่ากันอีกทีก็ได้”
ฉันได้แต่ยืนฟังสิ่งที่พรั่งพรูออกจากปากของเขา พยายามบอกตัวเองให้พูดอะไรออกไปบ้าง แต่ตอนนี้สมองฉันมันมึนไปหมด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกสารภาพรัก แถมจากคนที่เรียกได้ว่าเป็นดาวเด่นของคณะอีกด้วย ใครมาอยู่ในสถานะเดียวกันกับฉัน ก็ต้องตกใจกันทั้งนั้นแหละ
“พะ...พี่ปราชญ์พูดจริงเหรอคะ?” ฉันถามซ้ำ นี่มันคือความฝันใช่ไหม? ฉันกำลังฝันอยู่ว่าถูกหนุ่มหล่อสารภาพรักอย่างนั้นใช่ไหม?
“พูดจริงสิคะ เรื่องอย่างนี้พี่ไม่เอามาล้อเล่นหรอก” ไม่พูดเปล่า แต่ชายหนุ่มยังถือโอกาสรวบมือทั้งสองของฉันไม่กุมไว้อีกต่างหาก ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้ามาดวงตาของฉันด้วยแววมุ่งมั่น “นะคะ... ลองเดตกันก่อนก็ได้ ถ้าน้องเพลงรู้สึกว่าพี่ยังไม่ใช่ ก็ค่อยว่ากันอีกที”
“อะ...เอ่อ...” ฉันไม่ชินกับสถานการณ์ที่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจอย่างนี้เลย ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ฉันคุ้นชินกับการที่ต้องเป็นผู้ตาม ฟังคำสั่ง และทำตามการนำของคนอื่นเท่านั้น แม้กระทั่งการเรียนในสาขานี้ ฉันก็เลือกเรียนเพราะขุนพลเลือกเรียนสาขานี้ และคุณราตรีต้องการให้ฉันมาตามดูแลเขา
“นะคะ... คนดี” เมื่อเห็นความลังเลของฉัน ปราชญ์จึงส่งสายตาเว้าวอนมาให้ ขณะที่ฝ่ามือของเขากุมมือของฉันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
ฉันรู้สึกอึดอัดใจ ตั้งแต่เกิดมาสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือการทำให้คนอื่นผิดหวัง ฉันพยายามทำดีที่สุดเพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข ตั้งแม่ คุณท่านทั้งสอง รวมไปถึงเพื่อนรัก แล้วถ้าฉันปฏิเสธเขา... เขาจะผิดหวังมากรึเปล่านะ? ฉันอึดอัดและหนักหน่วงในใจ ยิ่งมองเห็นความหวังที่พราวระยับอยู่ในดวงตาของอีกฝ่ายก็ยิ่งทำให้พูดอะไรไม่ออก
หรือนี่จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ฉันจะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองในสิ่งใหม่ ๆ ได้เรียนรู้ว่าการได้รักและถูกรักในแบบหนุ่มสาวนั้นมันให้ความรู้สึกอย่างไร มันจะดีแค่ไหนที่มีใครสักคนมองเห็นความสวยของฉันในขณะที่คนอื่นไม่เคยคิดแม้แต่จะหยุดมอง? อีกอย่าง... ฉันอยากเอาชนะคำปรามาสของขุนพลด้วย เขาบอกว่าคนอย่างฉันคงไม่มีผู้ชายคนไหนชายตามอง นี่ไงผู้ชายคนที่มองเห็นเสน่ห์ของฉัน เขายืนอยู่ตรงนี้ และกำลังรอคำตอบจากฉัน
“กะ...ก็ได้ค่ะ ลองเดตกันดูก็ได้” คำตอบนั้นเรียกประกายตาพราวระยับจากปราชญ์และรอยยิ้มกว้างที่ชวนให้หลงใหลจากเขาได้ไม่ยาก และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันทำให้ใครบางคนมีความสุขเพราะได้รับในสิ่งที่ตัวเองหวังจากฉัน และมันช่างให้ความรู้สึกดีที่ได้เป็นคนมอบความสุขนั้นให้กับเขา แม้มันจะทำให้ฉันกังวลพอสมควรกับการเริ่มต้นความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ไม่คุ้นชิน
