ตอนที่7 l ภาพเก่ายังชัดเจน
ชั้นสามสิบสอง ห้อง C253 ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทางเดิน เป็นห้องของฉันเอง ฉันยื่นนิ้วมือไปสแกนตรงหน้าประตู ก่อนจะกดรหัสเลขหกหลัก เสียงสแกนดังเบา ๆ ก่อนที่ประตูจะปลดล็อกและเปิดออก
ความมืดภายในห้องทำให้รู้สึกเย็นยะเยือก แม้ฉันจะอาศัยที่นี่มาหลายปีแล้วก็เถอะ เมื่อก่อนมันไม่ได้อ้างว้างแบบนี้ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์วันนั้น...ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น กลับกลายเป็นความเงียบเหงาและโดดเดี่ยว บางครั้งฉันเผลอคิดถึงวันเก่า ๆ ที่ชีวิตยังมีสีสัน ราวกับว่าวันนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“แค่นี้ก่อนนะคะพ่อแม่ หนูขอเก็บกระเป๋าก่อน”
“พักผ่อนเยอะ ๆ นะ อย่ามัวแต่ไลฟ์นะลูก”
“ได้ค่ะ รักพ่อกับแม่นะ” เอ่ยจบฉันก็กดวางสายก่อนคนฝั่งนั้นจะเอ่ยอะไรต่อไม่ยอมวางสักที
ฉันเอื้อมมือเปิดสวิตช์ตรงผนัง พลันทั้งห้องสว่างจ้าด้วยไฟนีออน ภาพวันเก่า ๆ ที่มีแต่รอยยิ้มผุดขึ้นมา ทุกส่วนทุกบริเวณของห้องเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่เพียงของฉันคนเดียว แต่มีทั้งแฟนเก่าและผู้จัดการส่วนตัวที่ไว้วางใจ
แต่ฉันเกลียดพวกมัน...ทำไมน่ะเหรอ? เงินแต่ละบาทที่ฉันสะสมมา ไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ ทุกหยาดเหงื่อที่ทุ่มเทลงไปในงานขายของ ไลฟ์สดติดตะกร้า หรือแม้แต่คิดคอนเทนต์ดี ๆ โฆษณาสินค้า ทุกบาททุกสตางค์ที่หามาอย่างยากลำบาก กลับถูกหักหลังโดยคนที่ฉันไว้ใจที่สุด ทั้งแฟนเก่าและผู้จัดการส่วนตัว พวกเขาจับมือกันขโมยเงินจากบัญชีบริษัทเล็ก ๆ ที่ฉันตั้งใจจดทะเบียนเอง รวมถึงบัญชีเงินเก็บที่เคยตั้งขึ้นมาเพื่ออนาคตของเรา ไอ้สองคนนั้นไม่เพียงแต่ทรยศต่อความรักและความเชื่อใจของฉัน แต่ยังทำลายความหวังและความฝันที่ฉันสร้างด้วยมือของตัวเองอีกด้วย ความเจ็บปวดนี้มันเหมือนมีดที่ปักลงกลางใจ ยิ่งคิดยิ่งช้ำ
ฉันอดโทษตัวเองไม่ได้เลยที่ดันไปไว้วางใจพวกมัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่ ความเชื่อใจที่เคยมีกลายเป็นกับดักให้ฉันเจ็บปวดจนแทบลุกไม่ไหว ทุกครั้งที่มองย้อนกลับไปก็มีแต่ความรู้สึกผิดติดค้างในใจ เหมือนตกลงหลุมลึกที่ไม่มีทางปีนขึ้นมาได้ง่าย ๆ ไม่สิ! ในใจตอนนี้มีแต่ความแค้น
“ไอ้พวกนรก ไอ้พวกเวร อย่าให้กูเจอตัวนะ แม่จะลากทั้งอีกัลยากับไอ้อิษฏ์ มาชดใช้ให้หนักเลยคอยดู” ความโกรธอัดแน่นแทบระเบิดออกมาจากอก เหมือนไฟที่เผาไหม้จนไม่เหลือความเมตตา หากวันนั้นมาถึงจริง ๆ ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกมันหลุดมือไปง่าย ๆ แน่นอน พวกมันต้องชดใช้ทุกความเจ็บปวดที่ฉันได้รับ ไม่สิ! ต้องร้อยเท่าพันเท่าเลยต่างหาก
ความสนุกจากทริปญี่ปุ่นที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม เหมือนหลุดลอยหายไปในอากาศ กลายเป็นภาพจาง ๆ ที่ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวในความทรงจำ เมื่อฉันต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนโหดร้ายในปัจจุบัน ความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกกำลังกลืนกินทุกความสุข ราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน เผาผลาญความสดใสภายในใจจนไม่เหลืออะไรเลย
‘นี่สินะ ความเป็นจริง’
ฉันตัดสินใจลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในโซนห้องนอนที่แยกห้องไปจากโถงทางเดิน ไม่ได้จัดสัมภาระด้านใน แต่ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น เดินไปชำระร่างกายเพื่อไล่ความเหนื่อยล้า
ทว่าขณะที่กำลังทำความสะอาดเรือนร่างในห้องน้ำอยู่นั้น จู่ ๆ ก็หวนนึกถึงคืนอันอบอุ่นที่เคยได้สัมผัสจากโฮสต์หนุ่ม ราวกับความทรงจำยังจารึกอยู่ทุกลมหายใจ ทุกปลายนิ้วของเขาที่ทาบทามไปตามผิวเนื้อ อ้อมแขนที่โอบรัดแน่นหนา การกระทำที่อ่อนโยนเหมือนยังหลงเหลืออุ่นไออยู่ทุกหย่อมบนร่างกาย พลันให้ฉันรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาบัดดล แม้ช่วงล่างจะเจ็บอยู่ แต่ก็มิอาจต้านทานความปรารถนาไว้ได้
นิ้วเรียวถูกส่งเข้าไปในช่องรัก พลางหลับตาพริ้ม จินตนาการถึงความเสียวซ่านที่ถูกเขามอบให้
“อ่าห์...อเล็กซ์” เสียงหวานเรียกชื่อเขา ขยับหลุบนิ้วเข้าออกเร็วขึ้น แล้วในที่สุดก็เสร็จสมอารมณ์หมาย โดยใช้เวลาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ เมื่อตัวโล่งแล้ว ฉันจึงอาบน้ำต่อ
ฉันไม่ใช่พวกมีความต้องการทางเพศสูง แต่ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่ใบหน้าโฮสต์หนุ่มผุดขึ้นมา มันเหมือนมีบางอย่างในร่างกายที่ถูกปลุกให้ตื่นแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งฉันไม่เคยเป็นกับผู้ชายคนไหน แม้กระทั่งกับไอ้อิษฏ์แฟนเก่า
เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ฉันก็ออกมาแต่งตัวหน้าตู้กระจกในห้องนอน ขณะที่กำลังเช็ดผมเปียกชุ่มหน้ากระจกอยู่นั้น ก็เหลือบไปเห็นนาฬิกาข้อมือของผู้ชายวางอยู่บนโต๊ะเล็กตรงหัวเตียง นั่นเป็นเรือนเดียวและเรือนแรกที่ฉันซื้อให้ไอ้ผู้ชายนั่นเป็นของขวัญ ราคาไม่แพงมากนักแต่ฉันก็ตั้งใจซื้อให้ เพื่อเวลามันไปทำงานจะได้ไม่อายใคร มันเอามาวางไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เพราะบอกว่าเสียและอยากให้ฉันส่งซ่อมร้านที่ซื้อมา ฉันทำดีกับมันทุกอย่าง แต่ดูสิ่งที่มันทำกับฉันสิ!! เลวจนไม่รู้จะเลวยังไง
แม้ว่าจะพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็น แต่ความโกรธก็ยังคงเดือดพล่านอยู่ในอกจนอดไม่ได้ที่จะระบายออกมา ฉันหมุนตัวฉับพลัน เดินไปหยิบนาฬิกาข้อมือเรือนนั้นขึ้นมา แล้วใช้แรงทั้งหมดปานาฬิกาใส่ผนังอย่างเต็มที่ เสียงกระแทกดังสะท้อนส่งผลให้หน้าจกสีใสแตกร้าว เป็นการปลดปล่อยความโมโหต่อเจ้าของนาฬิกาอย่างไร้เยื่อใย เศษที่แตกหักเปรียบเสมือนความสัมพันธ์ที่แตกสลายไม่มีวันกลับคืนเหมือนเดิม
ฉันก้มลงหยิบเศษนาฬิกาข้อมือขึ้นมา แม้ว่ามันจะแตกหักใช้งานไม่ได้แล้ว แต่กลับมีค่าเสมือนตราบาปที่จารึกไว้จะไม่ทิ้งมันเด็ดขาด ฉันต้องการเครื่องเตือนใจที่ไอ้อิษฏ์เคยกระทำกับฉัน ของสิ่งนี้จะเป็นพยานในความเลวของมัน และยืนยันว่าจะไม่มีวันให้อภัย ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน
ก็ถ้าเมื่อตอนเรียนปีสี่ไอ้อิษฏ์ไม่สารภาพรักกับฉัน...เชื่อเหอะว่าคนอย่างอีน้ำแข็งไม่มีทางเอามันเป็นแฟน ไม่รู้อะไรดลใจให้ตอนนั้นรับปากยอมคบกับมัน ทั้งที่ในใจฉันเห็นเป็นแค่เพื่อนร่วมคลาสคนหนึ่ง บ้าฉิบ...
ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด เกิดและเติบโตที่กาญจนบุรี รักอาชีพแม่ค้าตั้งแต่เด็ก หาเงินเรียนเอง บางส่วนก็จุ้นเจือครอบครัวบ้าง พอเข้าปีหนึ่งก็เดินทางตัวคนเดียวเข้ามาเรียนต่อในเมืองหลวง และได้เจอเพื่อนรักอย่างบาร์บี้และรินดา เราสามคนสนิทกันชนิดที่ว่าพูดคุยกันทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องอย่างว่า แต่คนมีประสบการณ์ที่สุดคือยัยบาร์บี้ มีอะไรก็มักจะบอกต่อจนฉันกลายเป็นผู้รู้เรื่องเซ็กซ์ไปโดยปริยาย
แม้ฉันจะดูเป็นคนตรง ๆ นิสัยแรง ๆ แต่เวลาอยู่หน้ากล้องแล้วกลับคีปลุคเป็นสาวเรียบร้อย สดใสน่ารัก ไม่มีคำหยาบแม้แต่น้อย ถึงจะเป็นช่องเล็ก ๆ แต่ฉันใส่ใจกับแฟนคลับทุกคน ส่วนมากก็จะคุ้นหน้าคุ้นตากัน เพราะพวกเขาจะแวะเวียนมาสร้างสีสันเสมอยามที่ฉันขึ้นไลฟ์สด
สาวแกร่งอย่างฉันชอบทำงานที่สุด เรียกว่าหมกมุ่นก็ว่าได้เพราะในความคิดส่วนตัว เห็นเงินสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต แต่ใช่ว่าจะชอบแบมือขอเงินจากคนอื่นฟรี ๆ การใช้หยาดเหงื่อแลกเงินนี่สิถึงจะคุ้มค่า
การทำงานเป็นครีเอเตอร์ของฉันจะไม่สนใจว่าสินค้าเป็นอะไร จะถูกหรือแพงแค่ไหน ขอแค่มีเงินฉันก็พร้อมทำคอนเทนต์และไลฟ์สดติดตะกร้าให้ ซึ่งที่ผ่านมาหลายปีนี้ ก็มีทั้งไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ฉันไม่เคยปฏิเสธแบรนด์ใด เพราะเข้าใจดีว่าการโพรโมตเป็นเรื่องสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า
คิดแล้วก็แค้น...เงินที่เก็บมานานถูกไอ้เวรสองตัวนั้นเอาไปจนหมดเกลี้ยง
หึ! จะว่าไปตัวหนึ่งก็แมงดาอีกตัวก็ชอบตอแหล พวกมันก็สมกันดี เพี้ยง! ขอให้ตลอดชีวิตพวกมันอย่ามีความสุขเลย
พวกมันไม่มีใครรู้ว่าฉันมีปานสีเข้มบนลิ้นตั้งแต่เกิด ตามคำโบราณว่า คนที่มีปานบนลิ้นน่ะ แช่งใครทีหนึ่ง ชีวิตคนนั้นจะลำบากเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางแจ้ง รอดูเลยก็แล้วกัน ผลกรรมมันจะย้อนกลับไปหาคนทำเอง ถึงวันนั้น อย่าโทษใครเชียว! ไอ้พวกชิงหมาเกิด
