ดีลลับหลังเลนส์ #Behind the spotlight

125.0K · จบแล้ว
ทรีเฮ้าส์
61
บท
111
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

?เมื่อชีวิตตกอับดิ่งถึงขีดสุด เพราะคนรักกับคนที่ไว้ใจที่สุดรวมหัวกันหักหลัง ขโมยเงินเก็บของเธอไปจนหมด... เพื่อนรักจึงพาเธอไปดามใจไกลถึงญี่ปุ่น แต่ใครจะไปรู้ค่ำคืนที่กำลังเศร้า กลับกลายเป็นวันไนต์สแตนด์แสนเร่าร้อนกับโฮสต์หนุ่ม เขาหล่อ เท่ มีรอยสัก คิดว่าจะไม่มีหนที่สองแน่นอน แต่ที่ไหนได้...กลับต้องมาเจอกันอีกที่ประเทศไทย แถมยังเป็นเจ้าของบริษัทที่ต้องดีลงานด้วย บร๊ะเจ้า...ทำตาบ้านี่หื่นขนาดนี้!!! ❌ไม่นอกกาย ❌ไม่นอกใจ✅ฟิลกู้ด✅จบแฮปปี้ ผู้เขียน : ทรีเฮ้าส์ l นักวาด : Poo Pen l ภาพประกอบ : Khun llx l ไทโป : หมูเอ๋อ จีบปก ....................... ?แนะนำตัวละคร? อเล็กซ์ (ชยกร รัชเมธากร) วัย 28 ปี เป็นเจ้าของบริษัท แอลทัช จำกัด (มหาชน) ผลิตถุงยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีใครเคยเห็นหน้า (ไม่เคยเปิดเผยใบหน้ากับสื่อไหน) เจ้าของเรือนหน้าหล่อแบบฉบับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ผิวขาว สูง หุ่นดีจากการดูแลสุขภาพ ใส่ของแบรนด์เนมทั้งตัว นิสัยเจ้าระเบียบ รักความสะอาด มีรอยสักบนอกข้างซ้าย ดูภายนอกเจ้าสำอาง แต่ความจริงเข้มงวดและเอาจริงเอาจังกับทุกอย่าง ไม่ค่อยยิ้ม ทำหน้านิ่งตลอด ในใจคิดมีแต่เรื่องบริษัท 'จะทำยังไงให้ได้กำไรงอกงาม' เวลาส่วนตัวอยู่กับการเดินทาง น้อยครั้งนักที่จะกลับมาเหยียบประเทศไทย แต่ทว่า...เมื่อเจอเธอ ทำให้เขาอยากตั้งฐานบริษัทที่ประเทศไทยซะแล้วสิ น้ำแข็ง (พิชามญชุ์ กานตพงศ์) วัย24ปี (เป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี) สาวครีเอเตอร์ ขายของในติ๊กต๊อก หญิงสาวหน้าตาสะสวย ผิวขาว ผมยาว นิสัยร่าเริง ยิ้มเก่ง อารมณ์ดี สดใส พูดเพราะ เรียบร้อย ในคือภาพลักษณ์ที่เธอสร้างเมื่ออยู่หน้ากล้อง แต่หลังกล้อง เป็นสาวแซ่บ หลงตัวเอง พูดตรง ร้ายมาร้ายกลับ แค้นฝังลึก เจ็บแล้วจำ พูดหยาบกับเพื่อนและตอนที่โมโห ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ สาวแกร่งชอบหาเงินด้วยตัวเอง ขยันทำงาน เป็นคนเข้มแข็ง รักการทำงานมากกว่าสิ่งใด รักครอบครัว เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องหาเงินส่งไปให้ทางบ้านที่เปิดธุรกิจเกษตร

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักประธานคนในใจดาราไอดอลเศรษฐีวงบันเทิงรักแรกพบรักหวานๆ

ตอนที่1 l เที่ยวคลับ

ลิ้นหนาถูกสอดใส่เข้ามาในโพรงปากสาว ไม่ว่าจะหลบเลี่ยงไปไหนลิ้นสากก็จะไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กให้จนมุม ไม่พอจะรุกเร้าอย่างหนักหน่วงชนิดที่ว่าห่างไกลความละมุนละม่อมมากโข แต่กระนั้นฉันก็ชอบ!! ยอมปล่อยตัวปล่อยอารมณ์ให้คนเบื้องหน้าเป็นคนชี้นำ

เมื่อสองชั่วโมงก่อน

ในคลับโฮสต์ประเทศญี่ปุ่น

“โอ๊ย!! ใครจะซวยเท่ากูไม่มีอีกแล้ว” ฉันคือคนที่แหกปากเสียงดังแข่งกับดนตรีที่กำลังเปิดคลอ เพลงเหี้ยไรก็ไม่รู้ฟังไม่ออกสักคำ แหงล่ะ! เพราะมันเป็นภาษาญี่ปุ่น จังหวะเดี๋ยวก็เร็วเดี๋ยวก็ช้า ถ้าขืนอยู่ฟังทั้งคืนรับรองได้เป็นไบโพลาร์

ชื่อของฉันคือ น้ำแข็ง ‘คนสวย’ คำนี้น่าจะต้องให้คนอื่นพูด แต่ฉันเป็นพวกหลงตัวเอง มักแทนตัวแบบนี้เสมอ เพราะถือคติที่ว่า ‘พูดอะไรมักเป็นไปตามปาก’ ความสวยก็เช่นกัน และที่แหกปากเมื่อครู่มันมีสาเหตุ...

“หน่า ๆ มึง กูพามาเที่ยวเพื่อให้ลืมไอ้เหี้ยนั่น ค่ำคืนสนุก ๆ อย่าไปพูดถึงมันให้เป็นเสนียดปาก” ผู้หญิงข้าง ๆ เอ่ยตอบ ไม่สิ! ยัยนี่เป็นกะเทย ชื่อ บาร์บี้ สาวประเภทสองที่ผ่านการเสริมหน้าอกมาแล้วเรียบร้อย แต่ไม่ตัดความเป็นชายทิ้ง เป็นจำพวกที่ใช้ของที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ พูดง่าย ๆ คือพวก ‘เผ่านมงู’

บาร์บี้มีนิสัยเฮฮา ไม่เกรงใจใคร มักจะพูดจาตรงไปตรงมาและชอบสร้างสีสันให้กับทุกสถานการณ์ แม้จะดูแรงแต่จริง ๆ แล้วเป็นคนมีน้ำใจและคอยดูแลฉันเสมอในยามทุกข์ใจ เป็นเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน

วันนี้เจ้าหล่อนจัดเต็มด้วยชุดกระโปรงสั้นแนบเนื้อ ด้านบนก็ไม่แผ่ว ดันหน้าอกจนร่องชัดเจน เพิ่มดีกรีความเซ็กซี่แบบไม่เกรงใจใคร แต่ดันมีจุดที่สะดุดตาตรงกระโปรงด้านล่างที่ตุงออกมาเป็นลูกอย่างกับตั้งใจอวดว่า “ฉันยังไม่ตัดนะ” สะท้อนความมั่นใจและความเป็นตัวเองแบบไม่มีกั๊ก เรียกเสียงฮือฮาจากคนรอบข้างได้ทันที

เพื่อนไม่อาย แต่ฉันอาย...แต่ช่างเหอะ เพราะค่ำคืนนี้บาร์บี้เป็นเจ้ามือเลี้ยง ฉันจึงยอมมาเที่ยวกับหล่อนแค่สองคน

แต่สถานที่ที่ฉันคิดว่าเป็นแค่คลับโฮสต์ธรรมดา แบบเรียกผู้ชายมานั่งดื่มด้วย หรือไม่ก็ประมูลดริ๊งก์บนเวทีเหมือนที่ไทย กลับแตกต่างจากที่เคยจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะชั้นสามโซนวีไอพีที่กำลังนั่งกันอยู่

บรรยากาศรอบตัวเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยการปล่อยตัวปล่อยอารมณ์ เสียงครางจากโต๊ะข้าง ๆ ดังเป็นระลอกบ่งบอกถึงไฟปรารถนา แม้จะมีม่านสีดำบาง ๆ กั้นแยกเป็นพื้นที่ของแต่ละโต๊ะ แต่บอกเลยความเสียวซ่านยังแผ่ออกมาถึงด้านนอก ทำฉันเปิดโลกมาก ไม่ยักรู้ว่ามีสถานที่แบบนี้ด้วย อย่างกับหลุดเข้ามาในหนังเอวีญี่ปุ่น

ฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหน้าบาร์บี้ด้วยสายตาตำหนิ ซึ่งเจ้าหล่อนเองก็มีสีหน้าเซอร์ไพรส์ไม่ต่างอะไรกับฉัน พอหันมาสบตาด้วยก็ส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้พลางยักไหล่เหมือนจะบอกว่า “ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้เหมือนกันนะยะ” ยิ่งเห็นแบบนี้ก็อดขำในใจไม่ได้ เพราะทั้งคู่ต่างก็พลอยตกใจไปพร้อม ๆ กัน กลายเป็นว่าคืนนี้คงมีอะไรให้เล่าเพื่อนฝูงอีกเยอะ

ไหน ๆ ก็มาแล้ว...จะให้กลับไปเลยก็เสียดายค่าเมมเบอร์ที่เพิ่งจ่ายไปหลายหมื่นเยน บาร์บี้จึงเลือกนั่งโซฟาหรูหราตรงมุมด้านในสุด กะว่าแค่มาส่องดูบรรยากาศเฉย ๆ ไม่อยากสิ้นเปลืองกับเครื่องดื่มราคาแสนแพงอีกแล้ว

“พวกเราสั่งน้ำเปล่ากินกันนะเว้ย เดี๋ยวค่อยไปกินเบียร์ที่ห้องต่อ” บาร์บี้หันมาพูดกับฉัน หลังจากดูเมนูเครื่องดื่มเสร็จ

“เออ ๆ มึงไม่มีปัญญาจ่าย ก็ไม่น่าพากูมาตั้งแต่แรกอีตุ๊ด”

“ใครจะคิดว่าแพงขนาดนี้”

ทันใดนั้น...

เสียงหัวเราะเสียงโห่ร้องจากโต๊ะข้าง ๆ ดึงความสนใจให้พวกเราหันไปมอง ฉันคิดว่ามีคนทะเลาะวิวาทกันเสียอีก แต่ที่ไหนได้เจอลูกค้าคนหนึ่งเปิดบิลเครื่องดื่มคริสตัลราคาแพงนี่เอง ฉันไม่สนใจหันกลับมาดูเมนูในมือ แต่ยัยบาร์บี้นี่สิ...เอาแต่จ้องพวกโฮสต์หล่อ ๆ และแน่นอนว่าดวงตาเสียดายเงินเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นประกายยามเห็นคนหล่อทันที

“กูว่าสั่งผู้ชายมานั่งสักคน” เอ่ยจบปุ๊บ หล่อนก็หันมาสั่นกระดิ่งบนโต๊ะเรียกพนักงานทันที

ไหนวะ? คนที่บอกให้สั่งแค่น้ำเปล่าวิ่งหายไปไหนแล้ว

แต่แทนที่จะเป็นเด็กเสิร์ฟเดินมาหา กลับกลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่สิ! เป็นกะเทยร่างสูงในชุดกิโมโนสีดำลายดอกไม้ ฉันจะไม่จ้องนานเลยหากคนที่กำลังเดินมาไม่มีอะไรแปลก...

ผู้ชายร่างบึกบึน มีผิวขาวเกลี้ยงเกลา ใบหน้าคมเข้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจัดเต็ม ขนตางอนยาวและริมฝีปากสีแดงสด หล่อนเดินด้วยท่วงท่ามั่นใจ กระโปรงกิโมโนผ่าข้างอวดเรียวขาแกร่ง สวมใส่วิกผมสีดำยาวสยายตกแต่งด้วยดอกไม้หอมระย้าเพิ่มความนุ่มนวลผิดกับรูปลักษณ์ภายนอก

เพิ่งรู้ว่ากะเทยญี่ปุ่นเป็นแบบนี้ ไม่ได้บุลลี่นะ แต่กะเทยไทยสวยที่สุดในโลก คำนี้ไม่เกินจริง

“สวัสดีค่ะสาว ๆ” คนมาใหม่ทักทายด้วยภาษาไทย ทำเอาพวกเราถึงกับอึ้ง

“ฉันเป็นมาม่าซังของที่นี่นะ ต้องการอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” หล่อนถามต่อพร้อมกับยิ้มต้อนรับอย่างเป็นมิตร

เอาล่ะ! ในเมื่อคุยกันเข้าใจ บาร์บี้จึงบอกความต้องการของตัวเอง โดยใช้ฉันเป็นข้ออ้าง “เพื่อนฉันกำลังเศร้าค่ะ อยากให้โฮสต์มาปลอบใจ”

ทันทีที่บาร์บี้เอ่ยจบ มาม่าซังตบมือแค่ครั้งเดียว โฮสต์หน้าตาดีจำนวนสิบกว่าชีวิตก็ทยอยเดินกันมาเป็นแถว หยุดยืนด้านหน้าของพวกเรา ฉันกวาดสายตามองทุกคนไล่ตั้งแต่คนแรกไปยังท้ายสุด บอกเลยว่าผิวขาว ใบหน้าเกลี้ยงเกลา รูปร่างผอมสูงโปร่ง ใส่ชุดสูทสีเดียวกัน ทุกคนยิ้มแย้มต้อนรับ หน้าตาบ่งบอกถึงการเป็นมิตร อย่างกับหลุดมาจากอานิเมะก็ไม่ปาน

“มึงเลือกสิ เดี๋ยวกูจ่ายให้” บาร์บี้มองผู้ชายไม่วางตา ใช้ศอกกระแทกใส่ฉันโดยไม่หันมามองสักนิด

“ไม่เอาวะ กูไม่มีอารมณ์”

“ตามใจ งั้นกูเอาคนนั้นและคนนี้” ยัยกะเทยชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อที่สุด และหนุ่มที่มีรูปร่างเล็กกว่ามาอีกคน

เห็นฉันไม่เลือก...ก็เข้าทางหล่อนแหละ ปากบอกเสียดายเงิน เชื่อไหมคืนนี้มันต้องหมดตัว

สองหนุ่มนั่งประกบเพื่อนรักคนละฝั่ง ต่างภาษาไม่ได้เป็นอุปสรรคกับบาร์บี้แม้แต่น้อย เพราะเจ้าหล่อนฝึกพูดมาอย่างดี ความฝันอยากมีผัวญี่ปุ่น แต่ไป ๆ มา ๆ กลับได้แค่ซื้อกินเป็นครั้งคราว เพราะหนุ่มแดนปลาดิบแทบไม่อยากลงหลักปักฐานกับสาวประเภทสอง ส่วนฉันได้แต่นั่งเฉยฟังไม่ออกสักคำว่าพวกนั้นพูดอะไร ดีไม่ดีอาจนินทาตนก็ได้ เพราะมีบางจังหวะที่สองหนุ่มหันมามองหน้าพร้อม ๆ กัน

และไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ไม่รู้สองหนุ่มพูดเอาใจอะไรให้บาร์บี้ยอมเปิดบิลแชมเปญราคาแพงที่สุด หล่อนทำทรงเป็นเจ๊ใจป้ำ เงินแสนในบัญชีที่บอกเก็บหอมรอมริบไว้ ก็คงหมดตัวละคราวนี้

สามคนนั่งแนบชิดกันแทบจะเป็นแซนด์วิชไม่มีผิด ส่วนหน้าที่ของฉันในตอนนี้คือรับผิดชอบแชมเปญที่เพื่อนเพิ่งสั่งมา

“เฮ้อ...” ฉันกะจะใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยดับเรื่องทุกข์ในใจ แต่ทว่า...เมื่อความร้อนไหลลงคอกลับยิ่งทำให้เรื่องเลวร้ายตอกย้ำเข้าไปอีก

อยากจะบ้าตาย...ชีวิตอีน้ำแข็ง

บาร์บี้คงสังเกตท่าทางของฉัน นางจึงหันมามองเล็กน้อย ก่อนจะยกตัวกลับมานั่งข้างกัน

“เป็นอะไรมึง ยังคิดเรื่องไอ้เหี้ยนั่นอีกเหรอ”

“เออดิ มึงก็รู้ว่ากูทำใจไม่ได้”

“กูถึงพามึงมาเที่ยวนี่ไง”

“กูไม่สนุก”

“เพราะมึงไม่เลือกผู้ชาย ลองเปิดใจเปิดหอยรับสิ่งใหม่ ๆ บ้างสิ เชื่อกู”

“กูไม่เหมือนมึง”

“เพราะมึงไม่เปิดใจไง ลองท้าทายตัวเองทำอย่างที่กูบอกสิ เลือกโฮสต์มาสักคน รับรองมึงต้องลืมตัวเหี้ย ๆ จากชีวิตแน่”

“ไม่ใช่ได้เหี้ยเพิ่มมาอีกตัวใช่ไหม”

“โอ๊ย! อีบ้า! แค่เอากันเฉย ๆ ปะ น้ำแตกก็แยกย้าย”

“นั่นแหละที่กูไม่...” ฉันหยุดพูดกลางคัน เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคน