ตอนที่14 l ผู้มีอิทธิพล
ฉันยังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างสบายใจ เพราะเมื่อคืนนี้แชตคุยกับเขาจนดึกดื่น รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งนอนไปได้ไม่กี่นาที
จังหวะนั้น...เสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นอย่างไม่ปรานี ปลุกให้ฉันขยับตัวพลิกไปมาอย่างงัวเงีย เปลือกตายังหนักอึ้ง ทั้งที่ใจลุกลี้ลุกลนอยากรู้ว่าใครเป็นคนส่งข้อความหาแต่เช้าแบบนี้
เมื่อควานหาต้นเหตุของเสียงได้แล้ว ฉันก็เปิดหน้าจอทันที พบว่าคนที่ส่งข้อความมาตั้งแต่เช้าคือพี่เมย์ ซึ่งในนั้นบอกว่า ‘ส่งคอมการ์ดของน้องน้ำแข็งให้แล้ว อาทิตย์หน้าให้เข้าไปแคสติงด้วยนะ’ ก็แค่ข้อความธรรมดา ทว่าฉันจะไม่ตาสว่างเลยหากบรรทัดสุดท้ายไม่เห็นคำว่า ‘ค่าพรีเซนเตอร์หนึ่งล้าน’
ร่างกายดีดตัวนั่งอัตโนมัติราวกับฟูกเป็นเหล็กร้อน ฉันอ่านข้อความอีกครั้งอย่างตั้งใจ ใช่! มันเป็นความจริง ในเมื่อได้ค่าตอบแทนเยอะขนาดนี้ ฉันพร้อมจะไปในทันที แต่ว่านะ...มันตั้งอีกอาทิตย์หนึ่งนี่สิ!! แล้วระหว่างนั้นฉันจะกินอะไร
นึกไปนึกมาก็คิดได้ว่าฉันมีลูกหนี้อยู่คนหนึ่ง ว่าแล้วก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ขับรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมดบุกไปบ้านเจ้าของสินค้าคนหนึ่ง หล่อนเบี้ยวจ่ายมาหลายเดือนแล้ว และครั้งนี้แหละต้องได้คืน แม้จะแค่เจ็ดพันก็เถอะ
ทว่า!
เมื่อมาถึงบ้านลูกหนี้ กลับทำให้ฉันอึ้ง เพราะไม่ใช่มีแค่ฉันที่ถ่อมาถึงนี่ แต่ยังมีพวกอินฟลูฯ เกือบสิบชีวิตยืนเกาะประตูเหล็กด้วยสีหน้าคาดหวัง ซึ่งแต่ละคนรู้จักหน้าค่าตากันดี ถามไปถามมาที่ยืนอยู่เนี่ยล้วนแต่โดนเบี้ยวค่าตัวไม่ต่างกับฉัน และเมื่อฟังยอดของแต่ละรายแล้ว ฉันถึงกับโอ้โห...เจ็ดพันบาทของตัวเองกลายเป็นเงินจิ๊บ ๆ ไปเลย
ถามว่าอยากได้คืนอยู่ไหม? แน่นอนสิ ไม่ว่าจะหลักพันหลักหมื่นก็ต้องอยากได้ทั้งนั้น ดังนั้นจึงยืนรอพร้อมกับทุกคนอยู่หลายชั่วโมง จนกระทั่งนัดกันไปแจ้งความยังสถานีตำรวจใกล้ ๆ เพื่อดำเนินคดี
ฉันก็อยากได้เงินคืนหรอกนะแต่ติดตรงที่ว่าขยาดกับโรงพักแล้ว จึงเลือกไม่แจ้งความขับรถไปหาพี่เมย์ดีกว่า เพื่อขอพลังบวกจากเธอ ความจริงนั่นไม่ใช่เหตุผลหลัก...ที่ไปหาก็เพื่อฝากท้องกับพี่เมย์ต่างหาก
และเมื่อพบหน้ากันแล้ว...ไอ้อารมณ์เศร้าสร้อยก็ยังคงแสดงออกทางสีหน้าของฉันโดยไม่รู้ตัว
“เป็นอะไร ทำไมวันนี้หน้าตาบอกบุญไม่รับ” พี่เมย์ถาม
“มีเรื่องนิดหน่อยค่ะพี่เมย์ เฮ้อ...”
“มีอะไรบอกพี่ได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่เรื่องเล็กน้อย พี่เมย์ไม่ต้องสนใจน้ำแข็งหรอก”
“เห็นพี่เป็นพี่สาวไหม ไหนลองเล่ามาสิ พี่จะตัดสินใจเองว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่”
“ก็ได้ค่ะ”
ฉันยอมเล่าเรื่องถูกเบี้ยวค่าจ้างให้พี่เมย์ฟัง พอเธอได้ยินชื่อมัน ก็พลันอารมณ์เสียทันที จะไม่ให้ของขึ้นได้ไงพวกครีเอเตอร์รู้กันดีว่าลูกหนี้ของฉันเป็นพวกไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง ก็มีแต่ฉันและกลุ่มอินฟลูฯ มือใหม่ที่ไม่รู้สันดานของมัน ถึงได้ถูกเบี้ยวแบบนี้
“เรื่องนี้พี่เคลียร์ให้” จากที่โกรธ ๆ อยู่พี่เมย์ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คนไปแจ้งความกันเยอะ ไม่เห็นเขาจะกลัว”
“หน่า ๆ เรื่องนี้ไว้ใจได้ พี่รู้จักใครบางคนที่ช่วยได้”
ไม่เป็นไรหรอกพี่เมย์ เงินแค่เจ็ดพัน”
“ไม่ได้ ถึงยังไงก็เป็นเงินที่เราต้องได้”
“ค่ะ ๆ ถ้าไงวันนี้ฝากท้องกับพี่เมย์ก่อนนะ” ฉันรับปากส่ง ๆ ไม่เชื่อหรอกว่าพี่เมย์จะรู้จักใครที่สามารถบีบบังคับให้คนนั้นจ่ายได้ แม้แต่ตำรวจยังทำไม่ได้เลย
“ได้อยู่แล้วน้องรัก”
มื้อเที่ยงในวันนี้พวกเราเลือกจะไปตากแอร์เย็น ๆ นั่งกินชิล ๆ ในห้างสรรพสินค้าดัง โดยมีพี่เมย์เป็นเจ้ามือ เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยก็ต่างแยกย้ายกันกลับ ฉันต้องรีบเร่งกลับห้องเพื่อให้ทันขึ้นไลฟ์ในช่วงหนึ่งทุ่ม
ทว่า!
ขณะที่อยู่ในลานจอดรถใต้อาคาร ฉันเดินพร้อมกับเอียงหน้าควานหากุญแจรถในกระเป๋าสะพาย จังหวะที่ใกล้จะถึงรถตัวเองกลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นวาบขึ้น ทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองทางข้างหน้าอย่างระแวดระวัง
ทันใดนั้น! ก็หันหลังขวับไปยังทิศทางที่รู้สึกถึงการถูกมอง นัยน์ตาฉันปะทะเข้ากับชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ห่างออกไปใต้เงามืดของลานจอดรถ เขาสวมแจ็กเก็ตสีดำมีฮู้ด แขนยาวคลุมจนเกือบถึงมือ หมวกแก๊ปสีดำทับศีรษะอีกชั้น แว่นตาดำบดบังใบหน้า แม้ในบริเวณนี้มีแสงนีออนดวงเล็ก ๆ ให้ความสว่างเป็นระยะ แต่ฉันก็มองไม่เห็นรายละเอียดใบหน้าของชายคนนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ฉันขนลุกคือท่าทีของเขา ชายแปลกหน้ายืนนิ่ง หันหน้าและจ้องมายังฉันอย่างไม่หลบสายตา ราวกับเฝ้าจับตาดูการเคลื่อนไหวของฉันทุกฝีก้าว
ฉันรู้สึกกลัว หัวใจพลันเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เชื่อมั่นว่านั่นไม่ใช่พวกแฟนคลับแน่นอน ก็ถ้าใช่เขาคงเข้ามาขอลายเซ็นหรือไม่ก็ถ่ายรูปแล้ว แต่นี่กลับยืนเฉย ราวกับรอจังหวะอะไรสักอย่าง
มือบางสั่นเทารีบควานหากุญแจรถในกระเป๋าด้วยความร้อนรน ทันใดนั้นชายแปลกหน้าก็เริ่มขยับก้าวเข้ามาหาฉันช้า ๆ ความกลัวยิ่งถาโถมเข้ามาในใจ ระหว่างนั้นก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่รถตัวเอง และเมื่อพบกุญแจแล้วก็ไขเข้าไปนั่งในตัวรถทันที
สิ่งแรกที่ฉันทำคือกดล็อกรถรอบคัน ก่อนจะไขกุญแจและสตาร์ทรถอย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นทำให้รู้สึกอุ่นใจเล็กน้อย ทว่า...พอฉันหันกลับไปมองทิศทางที่ชายคนนั้นกำลังเดินมา ภาพที่เห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของเขาราวกับว่าหายไปในความมืด ทำให้หัวใจของฉันเต้นระส่ำด้วยความหวาดระแวงและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือทั้งหมดเป็นเพียงภาพหลอนในยามที่ตัวเองอ่อนล้า
สรุปแล้วคืออะไร? ใครอยู่ก็อยู่เถอะ ฉันคนหนึ่งแหละที่จะไม่มาเหยียบห้างฯ นี้อีกแล้ว
คนสวยอย่างฉันละความคิดจากเหตุการณ์บ้า ๆ นี้แล้วขับรถกลับไปยังคอนโดฯ มาถึงห้องในเวลาเฉียดฉิวพอดี รีบขึ้นไลฟ์สดด้วยสภาพทั้งอย่างนี้ และได้พบกับ t-rex เหมือนเดิม
แต่วันนี้พิเศษหน่อยที่มีการPKสำหรับครีเอเตอร์ด้วยกัน ฉันจึงต้องใช้พลังงานทั้งหมดเรียกแฟนคลับอย่างหนักหน่วงให้ช่วยกันเปย์ แน่นอนว่าคนใจป้ำที่สุดก็ไม่พ้น t-rex เพราะมีเขาการดวลกันครั้งนี้ฉันจึงเป็นฝ่ายชนะ
เพราะเหนื่อยล้ามาทั้งวันฉันจึงลงไลฟ์เร็วกว่าปกติ พาตัวเองไปอาบน้ำเพื่อไล่ความอ่อนเพลีย ไม่วายในหัวก็ยังคิดเรื่องทำคอนเทนต์อีกเพื่อเรียกกระแส จังหวะที่กำลังจะเอนตัวลงที่นอน สายตาก็เหลือบไปเห็นนาฬิกาข้อมือของไอ้บ้านั่นเข้า ความรู้สึกแย่ ๆ วกกลับขึ้นมาตอกย้ำอีก แต่ฉันเลือกจะทิ้งความคิดไร้สาระ โดยการตบแก้มเบา ๆ เรียกสติ แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ
วินาทีนั้นเอง เสียงข้อความแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้น ฉันหยิบมันมาเปิดดูว่าใครส่งมา แต่แล้วกลับต้องเบิกตากว้างเพราะนั่นเป็นการแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่ามียอดเงินหนึ่งหมื่นบาทโอนเข้ามาในบัญชี หัวใจฉันแทบหยุดเต้นไม่ใช่สาเหตุจากยอดเงิน หากแต่เป็นชื่อบัญชีที่โอนเข้ามา นั่นเป็นชื่อเจ้าของแบรนด์คนเบี้ยวค่าตัวของฉัน ความรู้สึกตะลึงผสมกับความงุนงงถาโถมฉันนั่งจ้องหน้าจออย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
พี่เมย์รู้จักผู้มีอิทธิพลจริง ๆ
ว่าแล้วก็โทรไปหาหล่อนสักหน่อย เพื่อขอบคุณตามมารยาท พูดกันสองสามประโยค ฉันก็รีบวางสาย หันกลับมานั่งตัดต่อคลิปทำคอนเทนต์ต่อ
ทว่า!
เสียงอีเมลแจ้งเตือนดังขึ้น ฉันเริ่มจะหงุดหงิดกับการถูกขัดจังหวะหลายครั้งหลายครา เดี๋ยวก็ข้อความบ้างล่ะ เดี๋ยวก็แชตบ้างล่ะ ทุกครั้งที่ฉันจะตั้งใจทำอะไรสักอย่าง มักถูกขัดขวางเสมอ
ก็ว่าจะไม่เปิดเมล แต่ก็อดไม่ได้...เมื่อเห็นฉบับล่าสุด ฉันก็ถึงกับเบิกตากว้าง เพราะนั่นส่งมาจากบริษัทถุงยางรายละเอียดข้างในแจ้งว่าเลื่อนวันแคสติงเป็นพรุ่งนี้แทน แถมแนบข้อมูลสถานที่และเวลามาอย่างละเอียด พร้อมทั้งกำชับให้เตรียมตัวให้พร้อม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดไว้มาก ฉันจึงต้องรีบเปลี่ยนแผนเพื่อเตรียมตัวให้ดีที่สุดสำหรับวันพรุ่งนี้
“สู้ ๆ น้ำแข็ง คนสวยอย่างฉันต้องทำได้”
สปอยล์
ไม่ว่าการแคสติงต่อจากนี้จะเป็นไง น้ำแข็งคนนี้จะต้องคว้าพรีเซนเตอร์ให้ได้
โอม...วิญญาณนังบาร์บี้จงมาอยู่ในตัวฉัน เรื่องบ้าผู้ชาย เรื่องมั่นใจตัวเอง เรื่องไม่เกรงใจใคร จงมาสถิตในตัวฉัน เพี้ยง ๆ
เพื่อนไม่สำลักให้มันรู้ไป!!
