ตอนที่ 4 พระราชโองการ
ตอนที่ 4
พระราชโองการ
“ถ้าเช่นนั้นแม่ทัพหวังก็คงจะมาเสียเที่ยวแล้ว เพราะบุตรชายของข้าที่เพิ่งรู้ว่าจะได้รับพระราชทานสมรสก็รีบควบม้าเข้าไปในวังแล้ว ดูท่าจะสวนทางกับแม่ทัพหวัง” เมื่อนางได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นแล้วทำความเคารพผิงชินอ๋องทันที
“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวลาเพคะ” นางพูดเพียงแค่นั้นก็เดินออกไปจวนผิงชินอ๋องพร้อมกับควบม้าตรงไปยังจวนของตน หากนางจะตามซื่อจื่อเข้าไปในวังก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะบัดนี้นางเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ การวิ่งตามบุรุษเข้าไปในวังเช่นนั้นก็จะเป็นการวางตัวไม่เหมาะสม นางควรจะกลับไปที่จวนดีกว่าหากว่าซื่อจื่อสามารถทูลคัดค้านฝ่าบาทได้สำเร็จก็อาจจะเป็นการดีที่นางไม่ต้องแต่งงานเข้าจวนของซื่อจื่อหรือองค์ชายองค์ใดเลยก็ได้ นางอาจจะได้กลับไปใช้ชีวิตที่ชายแดนอย่างมีความสุขแต่หากไม่เป็นเช่นนั้น พระราชโองการประทานสมรสก็คงจะมาถึงจวนของนางก่อนค่ำเป็นแน่.
ณ จวนตระกูลหวัง
เมื่อเหมยอิงกระโดดลงจากหลังม้า เดินเข้าไปในจวนก็ได้พบกับ หวังซวนหลิงน้องสาวต่างมารดาที่ดูท่าว่านางคงจะรอการกลับมาของเหมยอิงเป็นแน่แท้ เมื่อเหมยอิงเดินเข้ามาในจวนได้ไม่กี่ก้าวซวนหลิงก็เดินมาขวางทางเอาไว้
“ไม่ได้เจอกันหลายปีเลยนะเจ้าคะท่านพี่” น้ำเสียงหวานหยดย้อย แต่กลับแฝงด้วยมีดคมกริบอยู่ในที พร้อมใบหน้าเรียวเล็ก ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มส่งให้เหมยอิงเล็กน้อย ใบหน้าของนางนั้นงดงามเหมือนมารดาของนางไม่มีผิดเพราะเหตุนี้มารดาของนางถึงได้ใช้เล่ห์มารยาแต่งเข้าจวนตระกูลหวังและได้ครองตำแหน่งฮูหยินหวังคนปัจจุบัน
“มีเรื่องอันใด” นางไม่ได้อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับน้องสาวต่างมารดาสักเท่าใดเพราะบัดนี้นางมีเรื่องให้ครุ่นคิดอยู่ไม่น้อย
“ข้าได้ยินว่าพี่หญิงโชคร้ายยิ่งนักไม่ได้แต่งเข้าตำหนักบูรพา แต่กลับได้แต่งเข้าจวนผิงชินอ๋องเป็นแค่ชายาของซื่อจื่อ” นางพูดแล้วก็หัวเราะร่วนออกมาด้วยท่าทางพอใจ
เหมยอิงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย นางไม่ได้อยากจะมาต่อล้อต่อเถียงกับน้องสาวต่างมารดาที่คอยจะหาเรื่องนางอยู่ร่ำไป แต่แล้วสายตาของเหมยอิงก็ดูแข็งกร้าวขึ้น นางอยากจะสั่งสอนน้องสาวต่างมารดาเป็นยิ่งนักที่คอยเกาะแข้งเกาะขานางไม่ยอมปล่อย นางก้าวเข้าไปใกล้ซวนหลิงอย่างช้า ๆ จนซวนหลิงตกใจและถอยกรูด้วยความกลัว ใบหน้าของเหมยอิงที่ดูสวยแต่กลับแฝงด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านอยู่รอบกาย
“นี่ท่านพี่ ท่านจะทำอันใด นี่จวนตระกูลหวังนะไม่ใช่สนามรบ” แต่เหมยอิงกลับไม่ได้พูดอันใด นางยังคงย่างก้าวเข้าไปอย่างช้า ๆ จนซวนหลิงนั้นถอยหลังและล้มหงายท้องก้นกระแทกพื้นอย่างจัง
“ตึก”
“โอ๊ย! ท่านแม่ช่วยข้าด้วย” นางตะโกนเรียกฮูหยินหวังมารดาของนาง ซึ่งบัดนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด และแล้วเหมยอิงก็กอดอกตัวเองแล้วยืนจ้องมองน้องสาวต่างมารดาที่นอนร้องโอดโอยอยู่ตรงหน้า
“ไม่ได้แต่งเข้าตำหนักบูรพาแล้วเยี่ยงไร ในวังหลวงอันคับแคบ ใครเล่าอยากจะเข้าไปอยู่” สายตาของเหมยอิงจับจ้องไปที่ซวนหลิงที่นั่งร้องโอดโอยอยู่เบื้องหน้าของนาง เหมยอิงก็ยิ้มหยันและเดินหันหลังตรงไปยังเรือนนอนของนางปล่อยให้ซวนหลิงร้องเรียกมารดาของนางอยู่เช่นนั้น.เป็นช่วงเวลาบ่ายคล้อยเสียงประกาศก้องก็มาถึงหน้าจวนตระกูลหวัง
“แม่ทัพหวังออกมารับพระราชโองการ” เหมยอิงได้ยินดังนั้นจึงรีบเดินมาคุกเข่าที่ลานจวนตระกูลหวัง
“แม่ทัพหวัง รับราชโองการ”
“ด้วยพระบารมีฮ่องเต้ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยียนโจว ขอประกาศิตแห่งฟ้ามายังทั่วหล้าสืบเนื่องด้วยเหมยอิงแม่ทัพผู้หาญกล้าแห่งกองทัพซูหมัวบุตรีของแม่ทัพใหญ่หวังฟูหวิน ผู้ล่วงลับ ได้แสดงคุณธรรมความดีงามอันใหญ่หลวงต่อแผ่นดิน นำทัพตีชิงเมืองตงอวี่คืนจากอริราชศัตรูได้อย่างรวดเร็วเพียงสามราตรี ความสามารถและวีรกรรมอันองอาจของแม่ทัพหวังเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนเหยียนโจว สมควรแก่การเชิดชูและตอบแทนคุณความดี บัดนี้ องค์ฮ่องเต้ทรงเล็งเห็นว่าเหมยอิงเป็นสตรีผู้มีชาติตระกูลสูงส่ง เพียบพร้อมด้วยสติปัญญาและความสามารถอีกทั้งยังอยู่ในวัยอันสมควรแก่การออกเรือน จึงมีพระราชโองการประทานสมรสให้แม่ทัพหวังอภิเษกกับโจวหมิงหย่วนซื่อจื่อแห่งจวนผิงชินอ๋อง ผู้เป็นหลานชายอันเป็นที่รักยิ่งขององค์ฮ่องเต้ ขอให้การอภิเษกสมรสครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นสองตระกูลจงผูกพันเป็นหนึ่งเดียว สืบสานเกียรติยศและความรุ่งเรืองให้แก่แคว้นเหยียนโจวสืบไป กำหนดพิธีสมรสในอีกสามวัน จบพระราชโองการ”
หลี่กงกงยื่นพระราชโองการให้แก่เหมยอิงนางรับพระราชโองการมาถือไว้ในมือ
“เหมยอิงขอบคุณในพระเมตตาของฝ่าบาท” นางกล่าวด้วยใบหน้าเรียบนิ่งประดุจหินผา แต่ว่าฮูหยินหวังมารดาเลี้ยงของนางกลับรู้สึกเจ็บใจเป็นอย่างมาก เดิมทีนางปรารถนาให้เหมยอิงตายในสนามรบเสียด้วยซ้ำ ดวงตาของนางจ้องมองเหมยอิงด้วยความเกลียดชังแต่ก็ไม่อาจกระทำการอันใดต่อแม่ทัพของราชสำนักได้
“ข้ายินดีกับท่านด้วยแม่ทัพหวัง” หลี่กงกงกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ เมื่อยิ้มทีไรก็ตาหยีแก้มปริด้วยรูปร่างที่อ้วนท้วม
“ขอบคุณท่านมากหลี่กงกง” นางตอบด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม แต่แล้วก็เหลือบตามาทางมารดาเลี้ยงของนาง ซึ่งวันนี้ดูใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว นางสงสัยว่าฮูหยินหวังคงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งที่นางได้แต่งเข้าจวนผิงชินอ๋อง
“เดินทางปลอดภัยหลี่กงกง” เหมยอิงเดินไปส่งหลี่กงกงที่หน้าประตูจวน แล้วนางก็เดินกลับมาพร้อมหนังสือพระราชโองการแต่กลับไม่ได้สนใจแม่ลูกคู่นั้นที่ยืนมองนางด้วยแววตาอิจฉาริษยา นางกลับเดินเข้าไปในเรือนของตนด้วยดวงใจที่ว้าวุ่นเป็นยิ่งนัก นางรู้แล้วว่าบัดนี้ไม่ว่าซื่อจื่อจะเข้าไปทูลคัดค้านฮ่องเต้สักเพียงใดก็ไม่เป็นผล
