ของขวัญให้คนสำคัญ
จรัสจันทร์มองดูถุงกำมะหยี่สีน้ำเงิน...
เธอยังไม่ได้เปิดมันออกดู เพราะตอนเช้าวันนี้ค่อนข้างเร่งรีบและวุ่นวายเธอมัวแต่ไปปาร์ตี้มาม่ายามดึก แถมมีสุราชุมชนให้ลิ้มลอง จรัสจันทร์นั้นได้จิบไปแก้วก็ไม่ทำให้เสียชื่อ นศ.แพทย์รุ่นฟ้าไม่ผ่า ดวลเหล้ากันกับ ผู้ฝูงบินเหนือ ไม่มีใครแพ้ใครแบบแก้วต่อแก้ว จนเหล้าเกือบหมดขวด น้องทั้งสามเลยห้ามทัพ บอกว่าให้ดวลกันรอบหน้า เดี๋ยวเหล้าหมดจะอดเมา ถึงได้เลิก
แปรงฟันไปสามรอบ พร้อมกับบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากไปอีกสองรอบ กันกลิ่นออก เธอเป็นคนเดียวที่ต้องทำงานวันนี้ เนื่องด้วยเป็นวันหยุดที่ทุกคนพักอยู่บ้าน แต่เธอต้องมาเข้าเวร
เมื่อคืนไม่ได้กลับไปนอนที่ห้อง พ้นการซักฟอกไปได้ หวังว่าน้าจิ๋วกับพี่นะนายจะยุ่งเรื่องของว่าที่เจ้าบ่าว ที่คุณย่าจะเข็นไปดูตัวจนเลือนๆ เรื่องหมอปลากับเธอไปนะ เฮ้อ...
นิ้วนั้นกำลังจะแก้ปมเชือก แต่ทว่ามีเสียงไลน์ดังขึ้นมา เหมือนจะรู้ว่าเธอถึงเวลาพักแล้ว คนเดียวนั่นแหละที่รู้ดีขนาดนี้ เธอเลื่อนเปิดดูโปรแกรมแชตไลน์ พร้อมถอนใจ
เอายังไงอะยัยณจันทร์ (ปุริมปรัชญ์)
ก็ตกลงแล้วไงหมอปลา (จรัสจันทร์)
ตกลงแล้วเมื่อไหร่มา แม่ฉันดูรูปแกแล้วว้าวมาก เร่งเช้าเร่งเย็นอยู่เนี่ย (ปุริมปรัชญ์)
เฮ้ย...เอารูปไหนให้แม่ดู นังหมอปลา (จรัสจันทร์)
รูปที่แกกับฉันชนแก้วกันไง เมื่ออาทิตย์ก่อน รูปอัปเดตที่สุด รูปที่ดูแล้วเหมือนผัวเมียกันที่สุดอะ (ปุริมปรัชญ์)
ฮึ่ย อีบ้าหมอปลา (จรัสจันทร์)
คนมันจำเป็นอะ มาไวๆ มาด่วนๆ ถ้าไม่มาแม่ฉันจะไปบุกบ้านวัชระโชติของแกแล้วนะ ยัยณจันทร์ (ปุริมปรัชญ์)
Stop! แกหยุดก่อนไม่ต้องรีบขนาดนั้นปะ ฉันยังไม่ได้คุยกับคนที่บ้านเลยนะ (จรัสจันทร์)
รีบๆ คุยเข้าเซะ แกรอฤกษ์ดิถีเวลาอะไรอยู่ (ปุริมปรัชญ์)
โอย... อีหมออย่าวีน ขอเวลาเพื่อนก่อน แม่แกอยู่อีกกี่วันอะ (จรัสจันทร์)
อีกเดือนหนึ่ง แต่จะจัดงานหมั้นให้แกกับฉันมะรืนแล้วเนี่ย (ปุริมปรัชญ์)
มันเรื่องใหญ่นะหมอปลา หมั้นเลยอะ (จรัสจันทร์)
ต้องหมั้นแกตกลงกับฉันแล้วนะ เอาแบบ หมั้นเล็กๆ ไปก่อนก็ได้ แต่ต้องมีญาติผู้ใหญ่แกรับรู้ด้วย ไม่อย่างนั้นมันโป๊ะแน่ ณจันทร์ แกสัญญาแล้ว แกสาบานแล้ว (ปุริมปรัชญ์)
อ่านไปก็นึกภาพของหมอปลา กรีดร้องไปด้วยเวลาพิมพ์ ก็ให้หัวจะปวด ไม่น่าเลยเรา แต่น่ะ...ก็รับปากเพื่อนไปแล้ว
อีกอย่างตอนนี้ภัยท่าจะใกล้มาถึงตัว เพราะถ้าคุณย่าจัดแจงพี่นะนายได้ น้าจิ๋วได้ รายต่อไปน่าจะเธอนี่แหละ เอา นังหมอปลากันท่าไว้ก่อนก็เป็นดี
เอ่อๆ ขอฉันเกริ่นกับพ่อแม่ก่อนได้ปะ แล้วถ้าในหมู่ญาติของฉันมันไม่มีทางเล็กนะ นังหมอปลา ญาติฉันเยอะมากนะ (จรัสจันทร์)
เขาจะต้องดีใจแน่ๆ เพราะว่าแม่ของแกเลิฟฉันมาก (ปุริมปรัชญ์)
มั่นใจสุดนะนังหมอปลา (จรัสจันทร์)
อันนี้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ แม่จ้อยต้องอยากได้ฉันเป็นลูกเขย (ปุริมปรัชญ์)
ต้องรับผลที่จะตามมาด้วยนะ นังหมอปลา ถ้าฉันช่วยแกแล้วอะ แกต้องช่วยฉันด้วยล่ะ ถ้าเหตุซวยมันเกิดขึ้น (จรัสจันทร์)
ครับผม ผมแมนมากพอที่จะยืดอกรับถ้าความแตก ยัยณจันทร์แกไม่มีหนุ่มที่มองหา หรือแอบรักอยู่ใช่มะ ถามอีกที เพราะสิ่งที่เรากำลังจะทำต่อไปนี้ มันจะทำให้แกหาผัวไม่ได้ไปสองสามปีเลยนะ (ปุริมปรัชญ์)
ตอนนี้ไม่มีย่ะ แต่ต่อไปไม่แน่ ก็คนมันสวยตะโกนขนาดนี้ (จรัสจันทร์)
อี๋...จะแหวะ เดี๋ยวเพื่อนพาไปทำหน้าฉ่ำๆ ก่อนไปหาคุณแม่นะ ออกให้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง (ปุริมปรัชญ์)
เริด พร้อมไปเมื่อไหร่เดี๋ยวบอก ไม่เกินอาทิตย์หนึ่งหรอกย่ะ แกน่ะแอ๊บแมนไว้ล่ะระหว่างนี้ จะไม่ได้น่าสงสัย (จรัสจันทร์)
โอเค ก็แอ๊บมาตลอดแหละ ไม่เคยแอ๊บแตกนะ แอ๊บแข็งแรงจนมีสาวๆ ส่งกีมาให้ดูทุกวัน โอ๊ย...น้ำตาจะไหล อยากจะลุกมากรี๊ดใส่ บอกพวกนางๆ ว่าอย่าเสียเวลาส่งกีมาให้ดูเลย ฉันนะอยากกินกล้วยมากกว่า (ปุริมปรัชญ์)
อีหมอปลาพูดจาฟังไม่ได้ นี่มีคนส่งให้แกดูจริงๆ เหรอ (จรัสจันทร์)
จริงสิ จะดูไหมหรือแกอยากดูกล้วย? จะว่าไปนอกจากสาวๆ ก็มีหนุ่มๆ สะดุดตากับเสน่ห์ความหล่อของฉัน จนส่งกล้วยมาให้ดูด้วยนะ น้ำลายไหล กลัวกรตบเอาเลยต้องรีบลบ ไม่ได้เซฟไว้สักที อิอิอิ (ปุริมปรัชญ์)
ไม่ย่ะ ไม่ดูทั้งกีทั้งกล้วย ดูไปคนเดียวอีบ้า เดี๋ยวฟ้องผัวแกนะ (จรัสจันทร์)
พร้อมเร็วๆ ละ ฉันพร้อมแล้วจะแย่ (ปุริมปรัชญ์)
รอไม่นานหรอกน่ะ วุ่นวายมากนะแกนี่นังหมอปลา (จรัสจันทร์)
“เฮ้อ หางานมาให้เพื่อนไม่หยุดจริงๆ นังหมอปลา”
ถอนใจออกมา เมื่อนึกถึงเรื่องที่เธอไปเอ่ยตกลงกับเพื่อนไว้
หมอปลา หรือ ปุริมปรัญช์ นายแพทย์หนุ่มที่จบรุ่นเดียวกับเธอ เรียนจบแล้วหันไปจับทางด้านหมอผิวพรรณ และศัลยกรรมตกแต่ง หมอปลากำลังศึกษาต่อเพิ่มเติมทางที่ตัวเองสนใจ ซึ่งเป็นคนละทางกับของจรัสจันทร์
จรัสจันทร์เน้นช่วยคน อยากเชี่ยวชาญและเก่งในเรื่องการรักษาชีวิต ส่วนปุริมปรัญช์เน้นไปทางความสวยความงาม ช่วยคนให้สวย และได้เงินมหาศาลไปด้วย ธุรกิจนี้ใครจับก็ปัง เพราะตอนนี้เทรนความงามมาแรง ใครๆ ก็อยากสวย ทุ่มได้ทุ่ม ตอนนี้ปุริมปรัญช์กับแฟน? ก็กำลังจะเปิดคลินิกด้วยกัน
แฟนของปุริมปรัญช์ก็คือนายแพทย์กรเอก
ทั้งสองคบกันแบบเป็นความลับ รู้กันไม่เกินห้าหกคน พวกเขาแสดงออกต่อหน้าทุกคน ต่อหน้าสังคมว่าแมนทั้งแท่ง เพราะมันเกี่ยวกับครอบครัวและธุรกิจ หมอกรแฟนหมอปลาตอนนี้มีคอนเทนต์จีบเพื่อนสนิทที่เป็นไฮโซ ออกหน้าสื่ออยู่เรียกยอดวิวยอดไลท์ และแสงจากผู้ติดตาม มีเอฟซีมากมาย ตามไปทำหน้า ทำผิวที่คลินิกซึ่งพวกเขาทำงานอยู่บ่อยๆ
ส่วนหมอปลานั้นก็รับบทคนโสดสนิท หล่อ ออร่า โอปป้าเกาหลีหัวใจเปลี่ยว มีแสงมีเอฟซีเช่นกัน
งานงอกกับปุริมปรัญช์ เพราะมารดาของเขาที่ไปเป็นมาดามอยู่ต่างประเทศมาสิบห้าปี กลับมาหาลูกชายที่เมืองไทย และกำลังจะควักทุนให้ลูกเปิดกิจการเป็นของตนเอง บังเอิญเห็นอะไรแปลกๆ เคมีบางอย่างระหว่างลูกชายกับเพื่อนสนิท คิดสงสัยว่าลูกจะเป็นเกย์หรือเปล่า? ทั้งซัก ทั้งฟอกหนักมาก ปุริมปรัญช์เลยเผลอพูดไปว่ามีคนรักแล้วกำลังเตรียมจะหมั้นกัน เอารูปของจรัสจันทร์ไปอ้างเพราะเพื่อนคนอื่นมีสามีไปหมดแล้ว ขาดแต่จรัสจันทร์กับเขาเท่านั้น ที่ยังไม่ได้แต่ง มารดาเลยบอกว่าให้จัดงานหมั้นเลย จะจัดให้และพร้อมๆ กันนั้นก็จะให้ทุนมาด้วยค่าเปิดคลินิกเป็นของขวัญวันหมั้น
งานมางอกที่จรัสจันทร์...ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่และโดนโมเมไปเป็นเงื่อนไขของการได้เงินมาเปิดคลินิกของเพื่อนไปซะแล้ว
ปุริมปรัญช์มาอ้อนวอนของเธอให้ช่วย เธอดันไปรับปากเสียด้วย รับปากแบบไม่ได้คิดเยอะในตอนนั้นเพราะเมาหน่อยๆ แต่พอมาคิดแล้ว ตายละ! ยุ่งแน่เลยเรา มันเรื่องใหญ่เลยนะนี่ แต่รับปากไปแล้ว...ไม่ทำตามนั้นเพื่อนของเธอก็จะซวยเอา อีกอย่างดูท่าว่าคุณย่าจะทำตัวเป็นแม่สื่อลามมาถึงเธอ การมี หมอปลามาขัดตาทัพ มันก็ทำให้เธอผ่านพ้นไปได้แบบสวยๆ
ตกลง กับเขาว่าจะช่วยเขาแค่สองปี หมอปลาก็โอเค เพราะระยะเวลาขนาดนั้นแล้ว ค่อยๆ เปิดตัวกันไปกับเหล่าเอฟซีแล้วก็ญาติๆ ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นอะไร หาบทเล่นละครลงสวยๆ ให้กับเขาและจรัสจันทร์อีกนิดหน่อย ทุกอย่างก็จบสวยทุกฝ่าย
จรัสจันทร์ตอนนี้ที่เครียดมากที่สุดก็น่าจะกลัวว่าจะโป๊ะเพราะน้าจิ๋วของเธอ ดูจะสงสัยกับเพศสภาพของปุริมปรัญช์ไม่น้อย นังหมอปลาแรดมากก่อนจะมาทำคลินิก เผลอก็ไปเที่ยวตลอดๆ เปรี้ยวเก๋เฟียสผู้ไม่หยุด และหนนั้นหยกมณีก็ไปจ๊ะเอ๋มาพอดี เคยมาถามเธอด้วยว่าหมอปลาเป็นเกย์หรือเปล่า จรัสจันทร์ดันไปตอบนะสิว่าใช่...อา...จะทำยังไงดีหว่า?
ควรจะเตี๊ยมกับหยกมณีไว้ดีไหม ถ้าหยกมณีรู้เดี๋ยวปานทิวาก็ต้องรู้และถ้าปานทิวารู้ น้องๆ ทุกคนก็จะต้องรู้ไปด้วย เง้อ...
คิดวนไปวนมา ถือถุงกำมะหยี่ที่ตอนแรกว่าจะเปิดก็ไม่ได้เปิดสักทีเล่นไปด้วย คุณหมอก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีสายเข้า เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเป็นหมายเลขของใคร ปรกติเขามักจะคุยกับเธอทางไลน์มากกว่า นี่มีธุระด่วนอะไรมากไหมนะถึงได้โทรมา
“พี่หนมโก๋ มีอะไรหรือเปล่า?”
“พี่มาแวะกินข้าวแถวนี้น่ะ เจ้าถิ่นมีอะไรแนะนำไหม?”
“มากับใคร มากับสาวเหรอ”
ทำแก้มป่องอย่างลืมตัว ตามองถุงกำมะหยี่ด้วยสายตาขุ่นๆ เหมือนกับว่าเป็นตัวแทนเขา
“มาคนเดียวครับ มาดูของให้กับท่านหมอ คิดได้ว่าณจันทร์ทำงานที่โรงพยาบาลแถวนี้ เลยอยากชวนกินข้าวด้วยกัน เห็นว่าเราเอารถไปเช็กไม่ใช่เหรอ พี่เลยแวะมารับไปกินข้าวจะเลยไปดูรถให้ด้วยว่าช่างเช็กให้ดีไหม”
“อารมณ์ไหนนะมาชวนน้องกินข้าว”
“อารมณ์คิดถึง”
แก้มของจรัสจันทร์แดงก่ำ เอ...พี่หนมโก๋นี่ยังไงกันนะ ปรกติไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้กับเธอสักหน่อย เธอกับเขาสนิทสนมกันมากก็จริงแต่คำพูดน่ารักๆ แบบนี้ ส่วนมากเขาจะสงวนไว้พูดกับน้องๆ คนอื่น กับเธอมักจะต่อปากต่อคำ ทะเลาะกันเป็นเสียส่วนใหญ่
“ร้อนเงินเหรอ?”
“หืม? อะไรของเรา”
“ก็มาพูดหวานๆ กับหนูเนี่ย ร้อนเงินหรือเปล่า จะยืมเงินเหรอถ้าไม่เกินล้านให้ยืมไปหมุนได้”
“ไอ้แสบ ไม่ได้ร้อนเงิน”
เสียงของพี่ฟังดูเพลียๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ตกลงจะไปไหม? คนอุตส่าห์เป็นห่วง หวังดี”
“ไปสิ กินฟรีไม่ไปได้ยังไง ถึงไหนแล้วอะ เดี๋ยวเก็บของแล้วไปรอหน้าตึก”
“อีกสิบนาที”
“โอเคค่ะพี่หนมโก๋สุดที่รักของน้อง”
ยัยแสบพูดแบบนั้น แม้จะพูดหยอกแต่คนฟังใจสั่นรู้ไหม?
บินเหนือวางสายไปแล้ว จรัสจันทร์เก็บถุงนั้นลงไปในกระเป๋ากระโปรงอีกหน แล้วรีบเก็บข้าวของไปรอพี่
จริงสิ...เธอควรจะเกริ่นเรื่องหมั้นก่อนกับบินเหนือ แล้วให้บินเหนือนี่แหละไปบอกพี่น้องคนอื่น ส่วนหยกมณีนั้นเดี๋ยวค่อยเคลียร์กันอีกที
ตกลงใจแบบนั้นแล้วยัยตัวแสบก็ค่อยเบาใจลงหน่อย
