
บทย่อ
ความสัมพันธ์แต่เยาว์วัย ระหว่างเขาและเธอ พี่หนมโก๋ คือพี่ใหญ่ ของเด็กๆ บ้านวัชระโชติทุกคน ทว่าหัวใจของพี่ใหญ่คนนี้ กำลังแปรเปลี่ยน มันกำลังล้ำลึก กับน้องสาวตัวแสบ แสนซนอย่าง จรัสจันทร์ รักไม่อาจเอ่ยว่ายากแล้ว แต่ยัยน้องดันจะหมั้นกับหนุ่มหน้าสวย ที่มีเงื่อนงำ? น่าประหลาดนั่นอีก แล้วหัวใจของผู้ฝูงหนุ่มคนนี้ จะทานทนได้อย่างไร ใครกล้าทำให้ณจันทร์ของเขาร้องไห้ เขาไม่มีทางปล่อยไว้แน่ โปรยปราย "งานอะไร?" คิ้วเรียวขมวด หน้าตาของพี่ดูจริงจังเกินไป ไม่เหมือนเดิม ปรกติภารกิจของบินเหนือ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นอันตรายมาก แต่เอาจริงๆ แค่รู้ว่าเขาขึ้นบิน มันก็เอาชีวิตไปแขวนไว้บนท้องฟ้าแล้ว เพราะอุบัติเหตุไม่คาดคิดมันเกิดขึ้นเสมอ ทุกครั้งที่มีข่าวเครื่องบินของ ท.อ.ตก จรัสจันทร์จะใจสั่น...ขาสั่น กลัวเหลือเกินว่าจะเป็นชื่อของ น.อ.บินเหนือ "งานเพื่อชาติ" เขาเอ่ย เห็นหน้าของจรัสจันทร์ซีดลงต่อหน้า เขาก็เม้มปากนิดๆ ใจฟูที่เห็นกับตาว่าน้องห่วง "ไม่ต้องห่วงหรอกครับผม งานไม่ยาก เหมือนพี่ไปบินผาดโผนโชว์วันเด็กนั่นแหละ แต่อาจจะบินหลายช่วงหน่อย" "อย่ามาตลก มาลาขนาดนี้ ไม่ใช่ไปบินวันเด็กหรอก" น้ำตาคลอแล้ว เขายิ้มก่อนจะเช็ดน้ำตาให้ "ร้องไห้ทำไม? ห่วงพี่เหรอ" "ห่วงสิ พี่หนมโก๋เป็นพี่ชายคนสำคัญ จะไม่ให้หนูห่วงได้ไง" "พี่ไม่ตายหรอกน่า พี่ดวงแข็ง" "โอ๊ย อาจจะมีตายเลยเหรอ ไม่ต้องไปได้ไหม" คนน้องโวยวาย หนนี้เขาหัวเราะ แล้วถอนใจเฮือก จมูกโด่งนั้น เผลอกดลงไปบนหน้าผากเนียน สูดกลิ่นหอมเข้าไปอย่างชื่นใจ จรัสจันทร์สะดุ้งนิดๆ แต่ปล่อยให้เขาทำ...ใจอยากให้เขาทำมากกว่านั้น... "ไม่ตาย พี่แค่พูดเปรียบเฉยๆ เอ้าๆ น้ำตาไหลทำไม" "เมามั้ง เลยร้องไห้ง่าย" ปาดน้ำตา แล้วย่นจมูกใส่เขา บินเหนือหัวเราะ เขาโยกเปลเบาๆ เหมือนจะกล่อมเธอ "เมาก็นอน...มาพี่จะกล่อมเหมือนตอนเด็กๆ ณจันทร์ชอบนอนแบบนี้จำได้ไหม?" "จำไม่ได้หรอก แล้วตอนนี้หนูก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วย เรา...นอนกันแบบนี้มันจะดีเหรอ" "ใช่ ณจันทร์ของพี่ไม่ใช่เด็กแล้ว" เขาถอนใจ อ้อมแขนนั้นรัดตรงเอวบาง ให้กายแนบกาย ใจแนบใจ "แล้วเรา...ทำแบบตอนที่หนูเป็นเด็กมันก็ไม่ควรใช่ไหม?" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ ไม่ได้ขัดขืนเขา แค่อยากรู้ว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ทั้งที่เว้นระยะห่างมานานตั้งแต่เธอโตเป็นสาว เขาเว้นระยะห่างจากน้องผู้หญิงทุกคน เพราะเกรงใจและให้เกียรติ แต่ทำไมตอนนี้ระยะห่างที่เคยเว้นนั้น กลับย่นย่อเข้ามาชิดใกล้ จนใจสั่น "เพราะณจันทร์ไม่ใช่เด็กแล้วไง พี่เลยอยากทำแบบนี้" "พี่หนมโก๋..." "กับหมอนั่น ณจันทร์จะหมั้นกับเขาจริงๆ เหรอ" ถามเสียงอ่อน จรัสจันทร์เม้มปาก จะตอบยังไงดี ฟังน้ำเสียงของเขาสิ มัน...ดูตัดพ้อ ออดอ้อน จนเธอใจหวิว "เอ่อ..." "ณจันทร์รักเขา มากกว่ารักพี่ไหม?" "มัน...รักคนละแบบไหมล่ะ" คำว่ารักเขา ที่เขาเอ่ย ทำไมมันถึงทำให้เธอรู้สึก...ใจเต้นแรงขณะเดียวกันก็ใจแปลบปลาบอย่างประหลาด ทั้งขมทั้งหวานในเวลาเดียวกัน รักพี่? พี่หนมโก๋หมายความว่ายังไงอะ ความรักของเขาและเธอ จะทำให้คุณยิ้ม ฟิน ละมุนหัวใจ กับผู้ฝูงหนุ่มทหารอากาศไทยผู้ห้าวหาญ กับ คุณหมอสาว ณ ที่หัวใจของพวกเขาได้มาผูกกัน
พี่ชายใหญ่ แห่งวัชระโชติ
เด็กชายบินเหนือ ลงมาจากรถตู้คันหรู เขาถือของเล่นที่ประดิษฐ์เองติดมือมาด้วย พร้อมกับเป้ขนาดใหญ่บรรจุหนังสือที่เตรียมเอามาอ่านในวันหยุดยาวนี้ คุณย่าไฮโซ ขอให้เขามาเลี้ยงน้อง พี่ชายอย่างบินเหนือทำตัวเป็นพี่ที่ดี เมื่อว่าง หยุดยาว ปิดเทอม เสาร์-อาทิตย์ ก็รับหน้าที่มาเลี้ยง น้องสาว ตลอด
น้องสาวของบินเหนือตอนนี้ถ้าเป็นทางการก็มีสองคน
คนแรก น้องนะนาย อายุห่างจากเขาสี่ปี นะนายคนนี้เขาเห็นแต่ยังอยู่ในท้อง ลูบท้องอานิ้งทุกวัน บอกรักน้องทุกวัน มีส่วนเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กน้อย แม่นั่นแหละไม่มีน้องให้เขาสักที เขาเลยต้องไปเล่นบทพี่ชายคนละสายเลือด กับน้องสาวข้างบ้านอย่างนะนาย
รักแบบไม่มีเงื่อนไข รักแบบพี่รักน้องจริงๆ ตอนนี้เรียนโรงเรียนเดียวกันเป็นโรงเรียนเอกชนสองภาษา คุณย่าไฮโซพร้อมส่งเสียขอให้บินเหนือมาเรียนโรงเรียนเดียวกับนะนาย คุณย่าไฮโซคนที่ว่าท่านรวยมาก เป็นย่าจริงๆ ของนะนาย ชีวิตของน้องสาวของเขาดูจะวุ่นวายนิดๆ บินเหนือในวัยเด็กจำได้ดีมาก ที่ตอนแรกเขาเข้าใจไปเองว่าพ่อของนะนายตายแล้ว แต่จู่ๆ ก็โผล่มา เกิดเรื่องวุ่นวายในตอนต้น แต่แฮปปี้สุดๆ ในตอนปลาย ความรักแบบผู้ใหญ่นี่ ยุ่งนุงนังเหลือเกิน
หลังจากนั้นครอบครัวของเขาก็กลายเป็นครอบครัวใหญ่มาก จากที่ญาติเยอะอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เยอะมากเข้าไปอีก
บ้านของอานิ้ง ที่มีครบพ่อแม่ลูกแล้วในที่สุด แถมด้วยคุณย่าไฮโซ และคุณอาปริ้นซ์ อาจ้อย น้องๆ ของอาจ้อยอีกโขยงหนึ่ง กี่คนกันนะ อา...เจ็ดคนไหมหนอ เวลาที่ไปไหนทั้งครอบครัว รวมถึงคนรับใช้ในบ้านที่ตามไปดูแล ก็ต้องปิดรีสอร์ต ปิดโรงแรมกันเลยล่ะ ล่าสุดนี้ เห็นว่ายกกันไปส่งน้องของอาจ้อยไปเรียนเมืองนอก ก็เลยไปกันยกบ้าน มีอานิ้งกับอาปายอยู่บ้าน ส่วนคนอื่นๆ ไปกันหมดเลย เขาเลยรับคำสั่งจากคุณย่าไฮโซและค่าจ้างให้มาช่วยเลี้ยงน้อง เรื่องเลี้ยงเด็กนี่บินเหนือยืนหนึ่งนะ เขามั่นใจในตัวเองแหละ นะนายนั่นก็เลี้ยงมากับมือ แต่ตอนนี้ มีทั้งนะนาย ณจันทร์ และหนูไนท์
คนสุดท้ายน้องชายเพิ่งเกิดอายุยังไม่ขวบ อานิ้งกับอาปาย แต่งงานกันไปเมื่อต้นเดือนก่อน เป็นงานแต่งงานหลังจากที่เขาอยู่ด้วยกันมาหลายปี สำหรับบินเหนือเขาไม่แปลกใจ เพราะโตพอจะรู้แล้วว่า บางทีผู้ใหญ่ก็ทำอะไรไม่เป็นขั้นเป็นตอน ไอ้ที่เรียนมาวัฒนธรรมไทยจะต้องแต่งงานก่อนมีลูก บางทีก็อาจจะเป็นมีลูกก่อนแต่งงานก็ได้ คนไทยเป็นคนอิสระ อยากจะทำอะไรก็ทำได้ แค่อย่าเดือดร้อนใครเท่านั้น
ตอนนี้เขาอายุได้สิบเอ็ด เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในวัยกึ่งเด็กกึ่งวัยรุ่น เด็กชายบินเหนือเริ่มมีสิว เริ่มมีขนขึ้น หนวดเคราเริ่มขึ้น เพื่อนล้อว่าไอ้แปะให้นึกฉุน บางคนก็เรียกเขาว่าไอ้แก่...เอิ่บ...ไม่ได้แก่สักกะหน่อย ออกจะหล่อ มีแต่คนชมว่าเขาหล่อ...ก็กระจกไม่ได้โกหก ไม่ได้ชมตัวเองแต่อย่างใด ความจริงก็คือความจริง ทุกคนเข้าใจตรงกันนะ!
บินเหนือมีแฟนมาแล้วสองคน อย่าได้ไปเล่าให้แม่วรรณฟังละ แม่วรรณด่าตายข้อหาแก่แดด แต่เขาเล่าให้อานิ้งฟังอานิ้งหัวเราะชอบใจหนักมาก แถมถามด้วยว่ารักกันได้ยังไงแบบไหน ทำไมถึงเลิกกัน แหม...ก็เอวาแฟนคนแรก เอายางลบมายคราฟที่เขาสะสมไปลบจนแหว่ง เลิกแม่ง...คบกันได้อาทิตย์หนึ่ง เหตุการณ์นั้นเกิดตอนแปดขวบ คนต่อมายัยบริ๊งค์ อะนะ ยัยบริ๊งค์ไฮโซ ที่ชอบอวดรวยจนเขาไม่ชอบหน้า แต่ยัยบริ๊งค์มาสารภาพรักตอนขึ้นปอสี่พร้อมกับเปย์บัตรเกมมาอีกสามใบ เขาเลยยอมเป็นแฟนกับหล่อน ไม่ไหวไม่ไหว ผู้หญิงเอาแต่ใจและบังคับทุกอย่าง เขาเลิกกับยัยบริ๊งค์ตอนขึ้น ปอหก ตอนนี้ก็หัวใจยังว่าง...การย้ายโรงเรียนมาเรียนที่เดียวกับน้องสาวอาจจะทำให้เขาเจอสภาพแวดล้อมใหม่ๆ
วันนี้อานิ้งไม่อยู่บ้าน ออกไปพาน้องไปฉีดวัคซีนกับอาปาย บอกว่าจะแวะเข้าออฟฟิศ พาน้องไนท์ไปเที่ยวสำนักพิมพ์ บอกว่าให้เขาช่วยดูเด็กๆ ให้ด้วย บินเหนือรับคำว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรเลยถ้าบินเหนือมา
เด็กชายเดินตรงไปที่บ้านของอาปริ้นซ์ ที่ปลูกติดกับบ้านคุณย่าไฮโซ บ้านนี้มีห้องโถงที่เหมือนเป็นสวนสนุกย่อมๆ เด็กของบ้านวัชระโชติส่วนมากจะขลุกอยู่กันที่นี่ เลี้ยงเล่นกันที่นี่ กลายเป็นศูนย์รวมของคนในบ้านกลายๆ ปภพสร้างไว้ให้เด็กๆ บ้านวัชระโชติ ที่ตอนนี้มีสามคนแล้ว และคุณย่ายังสนุกกับการเลี้ยงหลาน ขอให้เขากับปพลมีกันอีกสักคนสองคน ของเขานั้นเสน่ห์จันทร์ยอมให้มีอีกหนึ่ง รอบนี้คุณปณิตาตั้งรางวัลไว้ว่าใครมีหลานย่าให้ก่อน จะได้โบนัสสองพี่น้องเลยเร่งผลิตทายาทแข่งกันแบบไม่มีใครยอมใคร
“พี่หนมโก๋มาแล้ว”
ปานทิวา ตอนนี้อายุ 8 ขวบ วิ่งเข้ามากอดพี่ชายสุดที่รักของเธอ คุณย่าย้ายโรงเรียนของพี่หนมโก๋มาเป็นที่เดียวกับปานทิวา มอหนึ่งของที่นี่ต้องสอบเข้า บินเหนือต้องติวหนักหน่อย ถ้าเขาเข้าเรียนที่นี่ได้พ่อกับแม่ก็เป็นปลื้มและเป็นหน้าตาให้กับวงศ์ตระกูลแหละ
“มาแล้ว...กินนมหรือยัง คุณย่าสั่งมาให้พี่ดูให้นะนายกินนมเยอะๆ”
“กิน..แล้ว”
ย่นจมูกนิดๆ พักนี้เด็กหญิงไม่ชอบดื่มนม ชอบดื่มรสเดียวคือช็อกโกแลต แต่คุณแม่ห้าม บอกให้กินนมจืดแทน คุณย่าสั่งว่าให้ดื่มนมเยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ นมจืดมันไม่อร่อย นมที่อร่อยคุณย่าบอกว่ากินแล้วจะอ้วน ผู้ใหญ่นี่เอาใจยากแหะ
“แล้วแบบนี้ยังไม่ได้กินละสิ มาเดี๋ยวพี่กินเป็นเพื่อน”
ปานทิวาทำปากจู๋ใส่ เด็กหญิงอยู่ในชุดเอี๊ยมน่ารักสีขาว พิมพ์ลายกระต่าย น้องใส่ที่คาดผมหูกระต่ายวันนี้ ของที่เขาซื้อให้นั่นแหละ ของนะนายเป็นกระต่าย ส่วนของเจ้าแสบ ณจันทร์เป็นแมว
“อ้า...กินนมอื่นได้ไหม?”
“มันไม่อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ”
ถามน้อง ยัยน้องพยักหน้าแล้วมองซ้ายขวา พลางซุบซิบกับพี่ชาย
“ไม่อร่อยเลย รสชาติแบบ...ที่พี่หนมโก๋เลยว่าเวลากินของไม่อร่อยอะ อะไรนะ หมาไม่แดก...”
“นะนาย...”
บินเหนืออุทานแล้วบ่นน้องสาวอุบอิบ
“อย่าพูดแบบนี้อีกนะ มันไม่ดีมันหยาบ เดี๋ยวคุณย่ารู้โดนป๊าบๆ นะ”
“ชูว์...ไม่พูดแย้ว”
เธอทำจุ๊ปาก แต่หน้ายังคงยู่ยี่
“คุณย่าบอกให้นะนายกินให้หมดแพ็กที่ซื้อไว้ก่อนกลับมา จะหมดได้ยังไง ไม่อร่อยเลย”
“ไหนเอามาชิมสิ”
ชักจะสงสัยว่านมอะไรหนอ น้องถึงได้ดูหน้าหยึยๆ เหยๆ ได้ปานนั้น ปานทิวารีบวิ่งปรู๊ดหายไปด้านหลัง เขาเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้หมี ตรงคอกลูกบอลหลากสี มีน้องสาวของเขาอีกคน กำลังสาละวนกับการเล่นง่วนกับลูกบอล
จรัสจันทร์ อายุ สามขวบแปดเดือน ปีนี้ก็จะไปเรียนที่เดียวกับพี่ๆ คุณย่าให้เรียนด้วยกันเวลารับส่งจะได้ง่ายเอารถตู้ของท่านไปเลยทีเดียว พอได้มาเรียนที่เดียวกับน้องๆ เขาก็คงจะต้องอยู่ที่บ้านนี้ด้วย ทุกวันนี้บินเหนือในฐานะหลานรักของคุณย่าปณิตาก็มีห้องส่วนตัวอยู่ที่บ้านของปภพ ห้องส่วนตัวที่ไม่เคยเป็นส่วนตัว มาค้างทีไร ยัยสองแสบจะต้องตามไปนอนกับพี่ตลอด วุ่นวายบันเทิงกันไป
เขาเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ก็จริง แต่มีน้องเทียมอยู่หลายคน บินเหนือเลยซึมซับความเป็นพี่ไว้เต็มที่ ดูแลรักน้องทุกคนเหมือนน้องแท้
เด็กชายล้วงกระเป๋าเป้ ในนั้นมีหมวกที่ทำเป็นรูปหูแมว ตอนปานทิวาเป็นเด็กน้อยวัยเท่าจรัสจันทร์เขาจับน้องแต่งตัวแบบตุ๊กตา มีชุดคอสเพลย์สัตว์น่ารักครบครัน พอโตมาปานทิวาไม่ยอมให้จับแต่ง มากสุดก็ยอมรับเครื่องประดับหรือหมวก น้องเป็นตัวของตัวเองแล้ว เลือกเสื้อผ้าเองแล้ว เขาจะจับจรัสจันทร์แต่งบ้าง แต่ณจันทร์ไม่เหมือนนะนาย
เลี้ยงนะนายมาตั้งแต่แบเบาะ คลุกคลีกับน้องเป็นพี่เลี้ยงน้องมาตลอด นะนายว่าง่าย พี่ว่าอะไรก็ว่าตามกัน คลุกคลีซนมาด้วยกันติดพี่หนมโก๋มาก อาการติดพี่ลามมาจนถึงตอนนี้ คุณย่าถึงอยากให้เขามาเรียนที่เดียวกับน้องๆ
ส่วน ณจันทร์นั้น...
เจ้าณจันทร์ตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมาพอดี เห็นพี่ชายตัวโตก็ยิ้มแป้นส่งให้ เผยให้เห็นลักยิ้มสองข้างแก้มน่ารัก ในความน่ารักสองพี่น้องไม่แพ้กัน ส่วนความซนความแก่นต้องยกให้เจ้า ณจันทร์
“มาแย้วเหรอ? คุณย่าฉั่ง (สั่ง) ทำไมเพิ่งมาคะ?”
“มาแล้วครับ รู้ได้ไงคุณย่าสั่งให้พี่มา”
เขาไปนั่งขัดสมาธิข้างเด็กน้อย หยิบเอาหมวกหูแมวซ่อนหลังไว้ น้องชอบแมว แล้วนิสัยบางอย่างก็เหมือนแมวมาก...ที่เขาคิดแบบนั้นเพราะที่บ้านของเขาก็เลี้ยงแมววิเชียรมาศ นังอ้อล้อ อาโน่เอามาให้เก็บมาจากกองงาน ที่เรียกว่านังอ้อล้อนี้แม่ของเขาตั้งชื่อให้ นังอ้อล้อติดอาโน่ ไม่เอาใครเลยในบ้านนอกจากอาโน่กับบินเหนือ และถ้าเห็นใครหล่อหน้าตาดี นังอ้อล้อจะไปคลอเคลีย...แม่เลยเรียกว่านังอ้อล้อ
สิ่งที่จรัสจันทร์เหมือนังอ้อล้อคือความพูดมาก พูดทั้งวัน ถามเก่ง ซักเก่ง บินเหนือเวลาไปบ่นกับแม่ ว่าน้องทำไมพูดเยอะจัง แม่บอกว่าก็เหมือนแกไง! เท่าที่จำความได้ เขาก็ไม่พูดเก่งเท่ากับน้องนี่นา
แต่ทุกเสียงพูดตรงกันว่า จรัสจันทร์พูดเก่งแบบบินเหนือ ซึ่งเขาเห็นว่าเหมือนกับแมวของเขาเพราะนังอ้อล้อก็ร้องแง้วๆ หง่าวๆ ทั้งวัน แม่เขาตั้งแต่เลี้ยงมันก็ถือโทรศัพท์ตลอด เวลา นังอ้อล้อทำอะไรตลกๆ เช่นคุยกับจิ้งจกมั่ง นอนคุยกับจานมั่ง แม่ก็จะถ่ายลงโซเชียล ไปๆ มาๆ นังอ้อล้อกลายเป็นแมวให้คุณ ให้แม่เขามีรายได้จากคลิปสั้น ได้พอค่าอาหารแมว ขนมแมวเลีย
“แอบฟัง”
ทำตาโต ปากจู๋แล้วเอามือจุ๊ๆ ปาก
“ชูว์ หนมโก๋อย่าบอกใครนะ จริงๆ ณจันทร์ต้องนอนแย้ว แต่สะดุ้งตื่น พ่อแม่ก็ไม่อยู่ห้อง ณจันทร์เลยออกมาหา...เจอ คุณย่าคุณโทรฉับ เลยฟังนิดนุง”
“ทำบ่อยไหมเราน่ะ ไอ้แอบฟังนี่”
เขานึกขำแต่พยายามกลั้นไว้ ตัวดื้อเอ๊ย...เห็นแก้มบุ๋มๆ นั่นอยากเอามือไปหยิกแก้ม อยากหอมสักฟอด ยัยตัวเล็กน่ารักไม่แพ้พี่สาว เห็นแล้วอยากจับฟัดจริงๆ
“นิดนุง”
คำนี้พูดแล้วก็ขำเอง เหมือนจะชอบมากกับคำนี้
“นิดนุง นิดนุง อะไรๆ ก็นิดนุง”
“อะ พี่ให้”
เขาเอาหมวกหูแมวออกมาให้น้อง เป็นหมวกสีขาวแต่มีหูแมวสีดำ สาวน้อยร้องกรี๊ดดีใจ เสร็จแล้วพุ่งจุ๊บๆ พี่บินเหนือ
“รักที่สุด”
น้องว่าแบบนั้นพร้อมจูบเปียกน้ำลายที่แต้มทั้งหน้าผาก แก้ม และจมูกเขา บินเหนือหัวเราะ ก่อนจะดึงน้องมานั่งตัก เอาหมวกใส่ให้น้อง แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ น้องสาวใครน่ารักจริงๆ
“รักเพราะมีของมาให้สินะ”
“นมมาแย้วค่า พี่หนมโก๋ อะ เอาณจันทร์นั่งตัก ระวังน้องฉีฉี่นะ น้องไม่ได้ใส่เพิส”
“หืม...”
เขามองคนตัวเล็กที่นั่งเอ้เต้อยู่ที่ตัก จรัสจันทร์ยิ้มแฉ่งเห็นแก้มบุ๋ม แล้วเอ่ยเสียงสดใส
“ไม่ได้ใส่เพิส ไม่ได้เป็นตูดเป็ด”
แนะ...เขาเคยพูดว่าใส่แพมเพิสเดินเหมือนตูดเป็ดคงจะจำได้นั่นแหละ
“โตแล้วต้องบอกฉี่เป็นนะ”
ว่าเน้นเสียง จรัสจันทร์ย่นจมูก แล้วดึงหูแมวเล่น ส่วนเขารับนมมาจากน้องสาว นมอะไรหว่า? ไม่เคยเห็น...ปานทิวาบอกเสียงอ่อย
“คุณย่าเอานมนี่มาให้นะนายกิน บอกว่าดีกว่านมโค คุณย่าบอกว่านมแพะ เพื่อนของคุณย่าอะทำการทดลองแล้วดีมาก เจ๋ง เวอรี่กู้ด...ทำขายด้วยแหละ คุณย่าเลยเหมามาเลย แต่นะนายกินแล้ว...นะนายกลัวเป็นแพะ”
น้องลดเสียงลงเป็นเสียงกระซิบ เล่นเอาบินเหนือหัวเราะก๊าก นะนายเอ๊ย กี่ขวบแล้วนะ
“จะบ้าเหรอ คนอะไรจะเป็นแพะ”
“แบบเสียงจะเหมือนแพะไง กินนมแพะเยอะๆ จะแบะๆๆ ไหมอะ”
“โอ๊ย...”
เขาสั่นหน้า แล้วลองเจาะกล่องนมดื่มไป น้องคงอุปาทานไปเอง รสชาติไม่ได้ยี้เลย
“อร่อยดีออกนะ มันๆ กลิ่นอาจจะไม่คุ้นหรือเปล่า? เลยไม่ชอบ”
“นะนายคิดถึงแพะของอาบังฟาอะ ที่แกจูงมากินหญ้า แพะมันหน่มน้มดำๆ ...หน้าหมู่บ้านพี่หนมโก๋ เลยอี๋ๆ ไม่กล้ากิน”
“เฮ้อ...”
เขาเอามือโคลงหัวน้อง พลางเอ่ยเสียงนุ่ม
“ไม่อยากกินไม่บอกคุณย่าล่ะ บอกไม่อร่อยก็ได้ คุณย่าจะได้เปลี่ยนยี่ห้อให้ อันนี้ถ้าคุณย่าซื้อมากลัวเสียของ เดี๋ยวพี่เหมาเอง”
“หนมโก๋บอกให้หน่อย”
ปานทิวาทำตาอ้อนๆ แบบนี้เขาก็แพ้นั่นแหละ
“ได้ พี่บอกให้”
“นมๆ แพะ แบะๆๆๆ ขอหนูชิมหน่อย”
คนตัวเล็กที่อยู่บนตักพี่ ได้ยินเขาคุยกันเลยสนใจ ขอพี่ชิมบ้าง บินเหนือส่งให้ยัยตัวจิ๋วได้ลองกิน น้องดื่มไปหนึ่งกล่อง ก็ติดใจขออีกกล่อง ปานทิวารู้สึกดีมากที่มีคนช่วยกิน วิ่งเข้าวิ่งออกห้องรับประทานอาหาร เอานมมาให้น้องกินจะได้หมดไวๆ
“อีกได้ม้าย...”
หมดไปสามกล่องแล้ว แต่ไม่ยอมอิ่ม บินเหนือก้มลงจุ๊บเหม่งคนตัวเล็ก พลางพูดเบาๆ
“พอแล้วเดี๋ยวปวดฉี่”
“อา...ปวดฉีฉี่ ปวดแย้ว ฉี่แย้ว”
“เฮ้ยๆๆ ไม่ได้นะ ไม่ด้ายยยย”
น้องพูดจบคำว่าฉี่แย้ว...น้ำอุ่นๆ ก็นองไปทั่วตักของบินเหนือ ยัยตัวแสบยิ้มแฉ่งส่งให้พี่ชาย พร้อมกับทำเสียงอ่อย
“อา...ไม่ทันแย้ว”
“บอกพี่หนมโก๋แล้วว่าให้พาน้องไปใส่เพิส”
ปานทิวาทำเสียงอ่อย ยัยน้องบางทียังฉี่ไม่ยอมบอก...เล่นเพลินทีไรบางหนมีทำเลอะบ้างถ้าไม่ยอมใส่แพมเพิส หนนี้พี่หนมโก๋โดนแจ๊กพ็อตเข้าแล้ว
“โธ่...ณจันทร์!”
