ความสุขมันหายไป
บินเหนือวนรถมารับจรัสจันทร์ตรงตามเวลาที่บอกเป๊ะ...ทางนั้นยิ้มตาหยีส่งให้เขาพร้อมกับโบกมือเป็นสัญญาณ เล่นเอาหัวใจคนเป็นพี่สะดุดไปเล็กน้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่จอดรถทาบขอบฟุตบาท และประตูรถก็เปิดออก กลิ่นดอกไม้จางๆ นำมาก่อนตัว...เจ้าตัวเปิดประตูรถขึ้นมานั่งข้างเขา แล้วบอกเสียงแจ๋ว
“อยากรับประทานอะไรคะ คุณผู้ฝูง อะไรที่โคราชไม่มีแล้วอยากกิน บอกน้องมาจะจัดให้”
“แถวนี้มีอะไรน่าสนใจ เจ้าถิ่นแนะนำได้เลย”
เขาค่อยๆ ออกรถ แอบมองตรงลำคอของน้อง...ผิดหวังที่ไม่เห็นสิ่งที่ตนคาดว่าจะเห็น ใจมันก็ห่อเหี่ยวไปนิดหน่อย เขาคิดว่ายัยน้องจะเอามาใส่เสียอีก
ก็แค่ของขวัญชิ้นหนึ่งของพี่ชาย เขาหวังอะไร? ขนาดว่าของพ่อแม่ให้ ยัยน้องยังไม่ใส่เลย...เขาจำได้ว่าปีนี้ของขวัญวันเกิดของจรัสจันทร์จากบิดาและมารดา คือสร้อยทองมีจี้เป็นพระเครื่องที่ปภพเอาไปทำล้อมเพชรสลับกับไพลินมาให้ ยัยน้องยังไม่ใส่บอกว่ามันอลังการเกินไป ขออนุญาตเก็บไว้ใส่เวลาวันสำคัญหรือไปทำบุญแทน
“มีผัดไทยในตำนานอร่อยมาก แต่ไม่ใช่ร้านดัง หนูไม่อนุญาตให้ดังเพราะเดี๋ยวจะอดกิน”
“บอกทางมาเลย”
“เราไปหาที่จอดรถก่อน เพราะร้านอยู่ในซอย ไม่มีที่จอดรถ”
จรัสจันทร์บอกว่าเขาจะต้องไปจอดที่ไหน มันเป็นวัดแห่งหนึ่งเข้าซอยไปไม่ไกลนัก และต้องเดินเข้าตรอกไปอีก ไหนๆ มาถึงวัดแล้วเธอเลยชวนว่า ขากลับแวะมาไหว้พระกัน เขาตอบตกลงทันที โอกาสแบบนี้ไม่ค่อยได้มีบ่อยนัก ที่เธอและเขาจะได้อยู่กันตามลำพังและทำบุญด้วยกัน
ตาคมมองตามร่างบางที่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าออกแล้วเรียบร้อย เป็นชุดสบายๆ เสื้อยืดสีเทาอ่อน กับกางเกงยีนเดฟขาห้าส่วนสีดำ รองเท้าแตะแบบคีบ จรัสจันทร์มักจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนกลับบ้านถ้ามีเวลา เธอไม่ชอบใส่ชุดสครับกลับบ้าน เนื่องจากบางทีก็แวะที่อื่นก่อนกลับมันไม่สะดวก เกรงว่าจะไปเผลอทำอะไรไม่ดีให้คนว่ามาถึงสถานที่ทำงาน
พึ่งสังเกตว่ายัยน้องทาเล็บเท้าเสียด้วย ด้วยสีแดงมันเข้ากับเท้าขาวอมชมพูและอูมเล็กน้อยนั่นมาก จรัสจันทร์คนที่เขารู้จัก คือคนที่ไม่ค่อยแต่งตัว แต่งหน้า ไม่ชอบเข้าร้านเสริมสวย อาจจะเพราะวัยนั้นเจ้าตัวยังเด็ก เคร่งครัดกับการเรียนแพทย์ที่ค่อนข้างหนัก จนไม่มีเวลาสนใจจะสวยก็ได้ แต่ตอนนี้... จรัสจันทร์ของเขาเปลี่ยนไปมาก
ก็อายุปีนี้ 25 ย่าง 26 แล้ว ไม่ใช่เด็กที่เขาจะอุ้มเล่นเหมือนเดิมนี่
เขามองคนตัวเล็กกว่า ที่ตอนนี้เดินเคียงเขา มองได้เต็มที่เพราะส่วนสูงที่ต่างกันมาก บินเหนือสูง 190 เซนติเมตร ส่วนเธอนั้นสูงแค่ 162 เซนติเมตร ส่วนสูงของเธออยู่ในระดับอกเขาพอดี มองยังไงเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าโดนมอง มันเป็นโอกาสดีของเขานั่นแหละ
ครั้งสุดท้ายที่ได้อยู่กันตามลำพังตั้งแต่เมื่อไหร่หนอ...
ครั้งสุดท้ายที่สายตาของเขามองน้องแบบเอ็นดูมันเริ่มเปลี่ยนไปเป็นแบบอื่น...ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ?
บินเหนือตอบหัวใจตัวเองไม่ได้ รู้แต่ว่า...มันทั้งสุขทั้งแปลบไปพร้อมกัน เฮ้อ...
“ซื้อไปฝากที่บ้านด้วยไหม? วันนี้น้องๆ อยู่บ้านกันครบเลย ยัยณดาวบอกว่าอยากกิน แต่หนูไม่เคยซื้อไปฝากสักที”
“ยังเมาค้างอยู่เลย กินอะไรไม่ได้สักอย่าง ณดาวน่ะ”
คำพูดของบินเหนือ ทำให้จรัสจันทร์หัวเราะคิก แล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าของบินเหนือ ก่อนจะทำตาวาวๆ ใส่เขา
“พี่หนมโก๋ต้องรับผิดชอบด้วยแหละ พาน้องชิมของไม่ดี”
“หึๆ ของดีต่างหาก อย่าไปแอบฟ้องคุณลุงปริ้นซ์นะ พี่กลัวโดนระเบิดลงข้อหาพาน้องลองเมา”
“มีอะไรปิดปาก”
ได้โอกาสคนเป็นพี่เลยเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“ก็ให้ของขวัญไปแล้วไง นั่นแหละของปิดปาก ไม่ได้แกะดูเหรอว่าพี่ให้อะไร”
พี่ทวงมาแบบนั้น จรัสจันทร์เลยทำตาปริบๆ เหมือนจะนึกขึ้นได้ ว่าเธอได้ของขวัญจากเขา
“จริงสิ หนูว่าจะแกะตั้งแต่เช้าแล้วยุ่งๆ อยู่ อื้ม...พี่หนมโก๋ให้อะไรหนูเหรอ?”
มองเขาตาแป๋ว บินเหนือเอื้อมมือไปโคลงศีรษะของเธอแล้วพูดเสียงอ่อน
“เปิดดูเองสิ ว่าชอบไหม”
“ไม่รู้ว่าอะไรนะ?”
เธอล้วงเอาถุงกำมะหยี่มาชู ขึ้นให้กับพี่ชายดูแล้วหลิ่วตาลงข้างหนึ่ง บินเหนือถือโอกาสนั้นโอบไหล่คนตัวเล็ก เพราะเดินด้วยกันในตรอกที่กำลังจะเข้าไปในร้านผัดไทยเมนูอาหารกลางวันที่ยัยน้องนำเสนอ มีป้ายบอกกำกับเป็นระยะว่าร้านอยู่ตรงไหน ความใกล้ชิดนี้ทำให้คนพี่อุ่นหัวใจเหลือเกิน
สายตาของคนที่เดินสวนมาจะมองคุณหมอคนสวย เห็นผู้ชายเรือนร่างสูงสง่าที่ยืนข้างๆ โอบเจ้าหล่อนแบบนั้น ก็ถึงกับรีบเบนไปทางอื่น ผู้ชายเขารู้กันว่าสายตานั้นเป็นแบบไหน ขณะที่บางทีผู้หญิงก็อาจจะมองไม่ออก
“อย่างพี่หนมโก๋จะให้อะไรหนูน้า...”
“พี่ว่าณจันทร์ต้องชอบมากแน่ๆ”
“แพงไหม?”
ถามแบบนั้นคนพี่ถึงกับกลอกตาแล้วถอนใจ
“งกเอ๊ย”
“ก็แค่อยากรู้ว่ากับน้องกับนุ่ง ทุ่มทุนเท่ากับสาวไหมนะ?”
“ไม่บอก...”
ถึงร้านพอดี บทสนทนาเลยยุติแค่นั้น ป้าคนขายที่เป็นคนไข้ของเธอด้วยเอ่ยทักทายคุณหมอสาวที่วันนี้มากินถึงร้าน บินเหนือเดินเข้าไปในร้านก่อนเพื่อหาโต๊ะนั่ง ตามประสาคุณหมอกับคนไข้เลยต้องซักถามอาการกันเล็กน้อย และย้ำนัดหมายให้คุณป้าไปหาเธอตามกำหนดนัดแพทย์ด้วย
“ป้าไม่ค่อยเวียนหัวแล้ว ยังต้องไปเหรอ?”
คุณหมอสาวทำตาวาวๆ ใส่ในทันที
“ยังต้องไปค่ะ ไปตามนัดไปตรวจเลือดตามปรกตินะคะ”
“แหม...”
ทำท่างอแง ลูกสาวที่ยืนข้างๆ รับบทนางฟ้องหมอ เพราะแม่ดื้อในทันที
“จะไม่ไปหาหมอค่ะ บอกว่ากินยาสมุนไพรแล้วน้ำตาลลด ไขมันหาย”
“นังเล็ก เงียบๆ”
คนเป็นแม่ขึงตาใส่ แต่ลูกสาวตอนนี้เบรกไม่ได้แล้ว ต้องถือโอกาสฟ้องคนที่แม่กลัว
“คุณป้า ไปกินสมุนไพรอะไรมาคะ แล้วที่ว่าน้ำตาลลด ไขมันลด ตรวจผลได้ยังไง”
หนนี้คุณหมอทำตาดุใส่ วิญญาณอาชีพหมอเข้าสิงในทันที คุณป้ายิ้มแหยแก้ตัวอ้อมแอ้ม
“ก็ป้าไม่เวียนหัว แล้วบีบพุงก็ไม่มีที่ย้วยๆ ป้าเลย...”
“คิดเอาเองว่ามันดีขึ้น”
จรัสจันทร์ทำเสียงสูง ป้าผัดไทยหัวเราะแหะๆ คนเป็นลูกรีบเอาสมุนไพรที่ว่าชูให้คุณหมอดูจรัสจันทร์รับไปดูแล้วทำตาโต
“คุณป้า! ห้ามกินแล้วนะคะ ห้ามขาดเลย นี่ไปซื้อมาจากที่ไหนคะ”
ตอนนี้ขวดยาอยู่ในมือจรัสจันทร์แล้วเรียบร้อย
“ในเน็ตค่ะ”
ลูกสาวชิงตอบแทน ป้าผัดไทยทำเสียงอ่อย
“นังเล็กนี่ขี้ฟ้องจริงๆ”
“ก็แม่อะดื้อ ไปซื้ออะไรไม่รู้มา ไปเชื่อเขาหนูบอกก็ไม่ฟังอะ”
“หมอขอริบนะคะ แล้วก็ห้ามซื้อมาแล้วนะ รู้ไหมยี่ห้อนี่ตำรวจเพิ่งไปจับเอง หมอจดชื่อเอาไว้ แล้วเก็บภาพเอาไว้ด้วย คนไข้ไปกินมาเยอะมาก บางคนไตวายนะคะ”
“แหะๆ”
ค้อนลูกสาวขวับหนึ่ง แล้วยิ้มหวานส่งให้คุณหมอที่ไม่ละเว้นมาทำงานนอกสถานที่ จรัสจันทร์เอาภาพให้กับคุณป้าและลูกสาวดู ลูกสาวบ่นแม่ไปก็จัดของเตรียมให้แม่ผัดขายไป แล้วก็ยิ้มขยิบตาให้กับคุณหมอสาว คนเป็นแม่ถึงกับจ๋อยไปเลยหนนี้
การทำงานนอกเวลาของจรัสจันทร์อยู่ในสายตาของพี่ชายที่กอดอกมามายังเธอด้วยสายตาอบอุ่น
จรัสจันทร์ถือขวดยาสมุนไพรกลับมายังโต๊ะ ตอนนี้เที่ยงลูกค้าแน่นเอี๊ยดเต็มร้าน ป้าโดนหมอบ่นและยึดยาไปแล้วลูกสาวก็สบายใจ ควงตะหลิวช่วยแม่ผัดกลิ่นหอมโชยทั่วร้าน ขณะที่แม่ได้แต่พึมพำให้พรแม่ลูกสาวตัวดีขมุบขมิบไปด้วยทำงานไปด้วย
“เฮ้อ...ดีนะที่มาวันนี้ ไม่อย่างนั้นคุณป้าไม่รู้จะเป็นยังไง คนเราก็เห็นแก่ได้มาก ทำของอันตรายมาขาย”
“บ่นมากหน้าแก่หมดแล้วนะ คุณหมอ”
“พี่หนมโก๋ปีนี้ตรวจสุขภาพหรือยัง”
ว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ เลยถามพี่ชายแบบนั้น ตั้งแต่เป็นหมอนี่ เธอจับทุกคนในบ้าน ทุกคนจริงๆ ไม่เว้นกระทั่งคนรับใช้ให้ตรวจสุขภาพประจำปี บางทีมีการควบคุมไปจนถึงอาหารการกินของคนในบ้านด้วย จะว่าดีก็ดี แต่บางทีคนในบ้านก็หวาดจรัสจันทร์กับการควบคุมจำกัดแบบนี้ ของอร่อยบางทีมันเกินยั้งใจนี่นา แล้วก็ไม่อยากไปหาหมอ ไม่อยากกินยา อันนี้โรคติดต่อสำหรับคนวัยกลางคนค่อนไปจนถึงสูงวัย ร้อยละแปดสิบกลัวหมอกลัวโรงพยาบาล
“พี่อยู่ทอ. เขาจับตรวจทุกปีอยู่แล้วครับคุณหมอ”
“เขาตรวจโรคเพศสัมพันธ์ด้วยหรือเปล่า?”
ทำเสียงเข้า ทำหน้าทำตาเข้า เห็นแล้วอยากจับมาหอมแรงๆ สักที
“หวงพี่หรือไง? กลัวพี่ไปมั่วสาวหรือเราน่ะ”
นายทหารหนุ่มถาม จรัสจันทร์ทำหน้าเคร่งแล้วตอบสั้นๆ
“หวง”
ทำไมหัวใจมันพองจังน้อ...ยัยน้องก้มลงหยิบถุงกำมะหยี่ขึ้นมา ถึงเวลาดูของขวัญของพี่สักที
“หนูเปิดแล้วนะ พี่หนมโก๋ให้อะไรน้อ อุ๊ย!”
ถึงกับอุทานเมื่อเห็นของนั้น...
สร้อยไข่มุกเม็ดเล็กสีชมพูน่ารัก มีจี้รูปหัวใจเป็นไพลินสีเข้มสวย สิ่งที่เกินคาดนี้ทำให้คุณหมอสาวมองหน้าพี่ชายอย่างประหลาดใจ...ไข่มุกสีชมพูคืออัญมณีโปรดของเธอ...ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบสิ่งนี้ เพราะเธอไม่เคยบอกใคร แล้วพี่รู้ได้ยังไง อาจจะบังเอิญแต่เป็นความบังเอิญที่ถูกใจเธอมากที่สุด
“ชอบไหม?”
“มาก...”
ยิ้มแป้นแล้นส่งให้กับพี่ชาย แล้วยื่นสร้อยมุกให้กับเขา พลางหันหลังให้ ผมที่มัดเกล้าไว้เป็นมวยโดนัทเปิดให้เห็นต้นคอที่ไม่ได้มีเครื่องประดับใดๆ
“ใส่ให้หน่อย คนให้ต้องเป็นคนใส่นะ”
เขารับไปแล้วลุกขึ้นยืน พลางติดตะขอสร้อยให้ จรัสจันทร์ก้มดูไพลินสีน้ำเงินที่ส่งประกายให้เธอ บังเอิญไปไหมที่มันเป็นรูปหัวใจ? แต่...พี่หนมโก๋ไม่ได้คิดอะไรหรอกมั้ง เธอกับเขาเป็นพี่ชายน้องสาวนะยัยณจันทร์
“น่ารักที่สุดเลย”
เธอยิ้มกว้างจนแก้มบุ๋ม รอยยิ้มนั้นทำให้คนให้ตาพร่า คุ้มกับราคาของมันที่เขาจ่ายไป มุกสีชมพูจากญี่ปุ่นราคาไม่เบานักหรอก ไหนจะไพลินจากเมืองจันทร์ของแท้ตกทอดมา...เขาไปคาดคั้นขอซื้อมาจากดวงพิทักษ์ที่ตอนแรกจะไม่ยอมขายให้ มาทำให้น้องสาวคนสำคัญ
“อย่าบ่นว่าพี่ไม่ให้อะไรเราอีกล่ะ”
“ไม่บ่นแล้วค่ะ ถ้าได้สร้อยข้อมือเป็นมุกสีนี้อีกสักเส้น จะไม่ทวงของขวัญไปจนอีกสามปีเลยแหละ”
“งก”
เขาว่า ลิสต์ไว้ในใจว่า เดี๋ยวจะไปสั่งให้น้องอีกสักเส้นตามที่ยัยน้องอยากได้ ค่อยส่งตามมาอีกที
ผัดไทยมาเสิร์ฟแล้ว ทั้งคู่เลยหยุดคุยกันหันไปสนใจอาหารตรงหน้า จรัสจันทร์ปลื้มมากกับของขวัญของเขา เขาเองก็ปลื้มที่น้องชอบ จรัสจันทร์หันไปสั่งผัดไทยเพิ่มให้กับคนในบ้านปริมาณที่สั่งทำให้ป้าผัดไทยต้องขึ้นป้ายปิดร้านกันเลยทีเดียวเพราะของหมด
“อร่อยสมกับที่พาเข้าซอยมากิน”
บินเหนือว่า ตามองจี้ไพลินที่สะท้อนสายตาเป็นประกายวิบวับ ไอ้ดวงจะมีไพลินเหลืออีกไหมนะ เม็ดเล็กๆ เอามาเข้ากับมุกร้อยเรียงกันเป็นเซ็ตกับที่คอน้องคงจะน่ารักดี
“มารอบหน้ามากินอีกได้นะ หนูจะสั่งไว้รอ”
คุณหมอเองตอนนี้ถ่ายรูปเซลฟี่ตัวเองกับสร้อยของพี่รัวๆ ยิ่งทำให้คนให้ปลื้มมากไปอีก จนต้องมองแล้วเผลอยิ้มตาม
“เอ่อ...จริงสิพี่หนมโก๋ หนูมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่หนมโก๋”
คนตัวเล็กเอ่ยเมื่อพากันหอบหิ้วผัดไทยมาบนรถ และแวะทำบุญเรียบร้อยแล้วกำลังจะเดินทางกลับบ้านวัชระโชติ
“มีอะไรหรือ?”
“หนูคือว่าหนู”
อ้ำอึ้งนิดหน่อย แล้วตกลงใจโพล่งออกไป
“หนูมีว่าที่คู่หมั้นจะแนะนำให้คนที่บ้านรู้จัก หนูควรทำยังไงดี เขินๆ อะพี่หนมโก๋ช่วยหน่อย”
“หืม”
หูเขาฝาดหรือเปล่านะ
บินเหนือหันขวับไปในทันที ยัยน้องยิ้มแหย แล้วย้ำอีกหน
“คือว่าหนูอยากพาแฟนไปให้ที่บ้านเราได้รู้จักอะ แล้วเราก็กำลังจะหมั้นกัน แหะๆ หนูไม่กล้าบอกพวกผู้ใหญ่ พี่หนมโก๋ช่วยน้องหน่อยนะ”
ความสุขทั้งหมดวันนี้ของบินเหนือตอนนี้ หายวับไปแล้วในทันที
