การกลับบ้านของพี่ชาย
“คืนนี้ฉันจะรอดไหมนะ หรือว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วปรึกษาน้าจิ๋วกับพี่นะนายดี”
แกะซองมาม่าไปพลาง ก็คิดไปพลาง ตอนนี้จรัสจันทร์รับหน้าที่จัดแจงหม้อมาม่า เข้าไปเสิร์ฟน้องๆ ที่กำลังอ่านหนังสือกัน เธอแกะกล่องพลาสติกที่บรรจุของสดในตู้เย็น เอาพวกเนื้อ หมู กุ้ง วางเรียงในหม้อ เธอกำลังรื้อชั้นผัก เพื่อหาผักเอามาใส่เพิ่ม สามคนนั้นชอบกินกะหล่ำปลีแบบซอยละเอียด คนเป็นพี่รองอย่างเธอรู้ใจน้อง ว่าชอบไม่ชอบอะไร
“ทำอะไรครับ คุณณจันทร์”
เสียงห้าว ที่เธอจำได้จนเจนใจ ได้ยินเสียงนี้มาตั้งแต่เยาว์วัย จนเพิ่งมาแยกไกลไปบ้างยามเธอและเขาเติบโต ยิ่งอายุมากขึ้นเสียงนี้ก็ยิ่งห่างไกล...ได้ยินน้อยลง
“ทำมาม่ามื้อดึก”
ตอบทั้งไม่มองหน้าเขา จรัสจันทร์หน้างอโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาผิดสัญญากับเธอหนก่อน ทำให้เธอโกรธมาก งอนไม่พูดไม่จากับเขามาจนถึงวันนี้ และบินเหนือก็รู้ดีว่าน้องคนนี้โกรธอะไร
ตาคมกริบของผู้ฝูงหนุ่ม มองหน้าใสของคุณหมอคนสวย ตอนนี้จรัสจันทร์เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง คือเสื้อยืดตัวใหญ่สีดำ และกางเกงวอร์มสีเทาเข้ม ผมยาวนั้นมัดไว้เป็นมวยหลวมๆ ยามเจ้าตัวเม้มปากแก้มนั้นจะปรากฏรอยบุ๋มขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และเป็นท่าที่เธอชอบทำเวลาไม่พอใจ
คนเป็นพี่ ที่เลี้ยงดูน้องเปลี่ยนผ้าอ้อมให้บ้างมากับมือ มองออกหมดนั่นแหละ...
“โกรธอะไรพี่หรือเปล่า?”
“ไม่ได้โกรธอะไร”
จรัสจันทร์ก็ยังไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ดี เธอยื่นกะละมังใส่กะหล่ำปลีให้เขาแล้วเอ่ยเสียงห้วนๆ
“อะ จะกินด้วยมะ กินด้วยก็ช่วยหั่นให้หน่อย เอาแบบฝอยๆ เล็กๆ นะ”
รับกะละมังไป มีกะหล่ำปลีหัวหนึ่งอยู่ในนั้น เขาตัดหั่นครึ่งหัว หม้อไฟมาม่านี้ เขาเป็นคนริเริ่มเอามาเผยแพร่ให้น้องๆ ได้ลองกัน และกลายเป็นของดียามดึก ถ้ารวมกลุ่มกันในเครือญาติ ก็มักจะจบที่เมนูนี้เสมอ
“ผอมลงหรือเปล่า?”
เขาทัก มือยังคงหั่นกะหล่ำปลี จรัสจันทร์ตอนนี้หยิบเอาแคร์รอต และ ข้าวโพดอ่อน รวมถึงเห็ดมาวางเรียงในหม้ออย่างสวยงาม
“ไม่ผอมเลย เท่าเดิมนั่นแหละ”
ตอบพี่ห้วนๆ ตากลมเหมือนแมวมองเขาแล้วตวัดค้อน บินเหนือหันมาเห็นพอดี ก็ยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก
“คุณย่าคุยเรื่องนะนาย กับ ณจันทร์ด้วยไหม?”
“ก็คุยๆ อยู่นะ พี่นะนายเครียดมาก ตอนนี้น้าจิ๋วก็พานเครียดด้วยอีกคน เพราะกลัวคุณย่าจับไปดูตัว”
“ณจันทร์ไปดูตัวด้วยไหม?”
ถามขึ้นมาลอยๆ แล้วก็เงยหน้ามาสบตากัน จรัสจันทร์ย่นจมูกเล็กน้อย เกือบจะพูดอะไรออกมาบางอย่างแต่ยั้งไว้
“ไม่อะ หนูหาของหนูได้”
“หืม? หมายความว่ายังไง มีไอ้หนุ่มที่ไหนมาจีบเหรอ”
เสียงเริ่มแข็ง ตาคมกริบนั้นมองจ้องน้องเขม็ง มือหยุดหั่นผักในทันที
“หืม...ทำไมจะต้องทำตาดุ เสียงดุใส่หนูด้วย หวงหรือไงพี่หนมโก๋ พี่หนมโก๋จะหวงน้องสาวทุกคนแบบนี้ไม่ได้นะเออ”
แกล้งว่าหยอก แล้วยิ้มตาหยีใส่ คนที่เผลอตัวเหมือนจะรู้ตัว เขาเอานิ้วถูสันจมูกเล่นแก้เก้อ แล้วรีบเอ่ยออกมาเสียงนุ่ม
“ไม่ได้หวงสักหน่อย แค่เป็นห่วง พี่ไม่ได้หวงใครเลย โดยเฉพาะเราน่ะ พี่กลัวว่าจะไปเป็นตัวอันตรายกับผู้ชายมากกว่า ยัยแสบ”
“อึ๋ย”
ทำแก้มป่องใส่พี่ แก้มบุ๋มๆ น่าหยิกนัก ถ้าเป็นเด็กเป็นเล็กเหมือนแต่ก่อนคงจับมาหอมสักฟอดไปแล้ว แต่น้องโตแล้ว คนเป็นพี่ทำเหมือนอดีตไม่ได้ ได้แต่มองอย่างมันเขี้ยวเท่านั้น
ถ้าจรัสจันทร์เป็นน้องสาวแท้ๆ ไปเสียก็คงจะดี
บินเหนือได้แต่คิด...บางอย่างต้องระมัดตัวระวังใจ บางอย่างได้แต่คิดแล้วดึงตัวเองกลับมา บางสิ่งได้แต่มองเหมือนกระต่ายมองพระจันทร์
“จริงสิ พี่หนมโก๋มีผู้ชายโปรไฟล์ดี มาแนะนำพี่นะนายไหมล่ะ? เผื่อน้าจิ๋วด้วยก็ดีนะ เพราะงานนี้ดูท่าจะโดนจับใส่ตะกร้าขายคู่”
“มีแหละ ก็ว่าจะพามาแนะนำอยู่”
บินเหนือคิดถึง ท่านหมอ...รุ่นพี่ของเขา จรัสจันทร์เองขณะที่ถามพี่ ใจก็กระหวัดคิดไปถึง น.อ.แกล้วกล้า เพื่อนสนิทของพี่ชายที่เธอบังเอิญได้รู้จักเขา ตอนไปฝึกงานและออกตรวจพื้นที่กับคณะแพทย์อาสา
“จริงสิ พี่หมอกล้า ยังโสดไหมอะพี่หนมโก๋”
“โสดสนิท ไม่มีสาวไหนกล้าเข้าใกล้เลย”
พูดแบบนั้นแล้วก็แอบดูปฏิกิริยาของน้องสาวนอกไส้
“ว้าว ดีเลย...เราแนะนำให้พวกเขารู้จักกันไหม? หนูว่าพี่หมอกล้าอะ เป็นผู้ชายที่สมควรแก่การให้เป็นสามีของพี่นะนาย”
“ถ้าท่านหมอ ชอบกับนะนายขึ้นมาจริงๆ พี่ก็สนับสนุนนะ”
“เรามาคิดแผนให้เขาเจอกันดีไหมพี่หนมโก๋”
ยัยตัวแสบมองหน้าพี่ตาวาววิ้งเลยล่ะ ขณะที่บินเหนือขมวดคิ้วนิดๆ
“จะมาคิดวางแผนแม่สื่อ คุณณจันทร์ว่างแล้วหรือครับ ได้ข่าวว่าเพิ่งเป็นแพทย์ประจำบ้านด้วย งานยุ่งไม่ใช่หรือไง?”
“รู้ด้วยว่าหนูได้เลื่อนแล้ว”
เธอทำแก้มป่องใส่พี่ หน้าหวานนั้นงออีกรอบ ทุกคนในครอบครัวดีใจกับเธอ มีของขวัญให้ ยกเว้นก็คนนี้แหละ หึ!
“รู้สิ เราบอกพี่แล้วจำไม่ได้หรือ?”
“จำได้ หนูก็บอกทุกคนในบ้านนั่นแหละ ทุกคนดีใจกับหนู เว้นก็แต่...”
เสียงไลน์ดังขึ้น ทำให้เธอกดรับ ขณะที่บินเหนือนั้นค่อยๆ เลื่อนมือไปที่กระเป๋ากางเกง...แล้วดึงเอาถุงกำมะหยี่มาไขว้หลังไว้
“เสร็จหรือยังคะพี่สาว น้องหิวแล้ว”
เสียงของจรัสดารินทร์ดังขึ้นเมื่อเธอเปิดสปีกเกอร์โฟน เสียงของหนุ่มๆ อีกสองคนดังสนับสนุนอยู่ด้านหลัง
“หิวมากคร้าบ เมื่อไหร่เสบียงจะพร้อมเสิร์ฟ”
“พี่หนมโก๋...คุณย่าหลับแล้ว พ่อกับแม่ของพวกเราเข้านอนแล้ว ทางสะดวกนะครับ”
เสียงของปพนภพดังแทรกขึ้นมา คุยกับบินเหนือ แทนที่จะคุยกับเจ้าของโทรศัพท์ คำถามนั้นทำให้ จรัสจันทร์ขมวดคิ้ว
“อะไรคือทางสะดวกไนท์ นี่...ทางสะดวกอะไรไม่น่าจะใช่เรื่องดีแน่ๆ พี่หนมโก๋ ชวนน้องทำอะไรก่อน”
หันมามองบินเหนือ ที่ยักไหล่ แล้วยิ้มส่งให้เธอ พร้อมกับส่งเสียงไปบอกปลายสาย
“เตรียมแล้วครับผม เดี๋ยวลงมาไปกินมาม่ากันที่ระเบียง ไนท์ไปกับพี่ไปขนของดีกัน”
“ครับผม ท่านผู้ฝูง”
“เดี๋ยวลงไปเลยค่า”
ทางนั้นวางสายไปแล้ว เธอหันมาทำตาโตใส่เขา
“พี่หนมโก๋ นัดน้องทำอะไรกันอะ ถ้าทำไม่ดีหนูฟ้อง คุณย่านะ”
“เอ้า...ของขวัญคนเก่ง ควบของขวัญวันเกิด”
ถุงกำมะหยี่ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอแทนคำตอบ จรัสจันทร์กะพริบตาปริบๆ เสียงคุยกันดังใกล้เข้ามา ทำให้เธอคว้ามันไว้แล้วเอาไปซุกใส่ในกระเป๋ากางเกง ก่อนที่น้องๆ จะเข้ามาในห้องครัว
“พี่หนมโก๋ ไปเอาของกัน”
ปพนภพโผล่เข้ามา พุ่งเป้าตรงหาพี่หนมโก๋ ปีนี้เขาโตขึ้นมาก ความสูงหยุดที่ 195 ในวัย 22 ปี เขามีพี่หนมโก๋เป็นไอดอลในหลายๆ เรื่อง เกือบคิดอยากไปเป็นทหารเหมือนกัน แต่เพราะคุณพ่อนั้นปลูกฝังเรื่องธุรกิจครอบครัวมาว่าเขาจะต้องรับหน้าที่สืบทอดดูแลต่อไป มันก็ทำให้เขามุ่งเรียนทางสายที่จะไปเกื้อหนุนกับงานอย่างวิศวกรรมศาสตร์ ให้น้องชายได้ทำตามสิ่งที่ตนชอบ คือเรียนสายภาพยนตร์ ส่วนเขานั้นเลือกที่จะช่วยพี่นะนายดูแลบริษัท
ปพนภพนั้นสูงกว่าบินเหนือไปแล้วนิดหน่อย รูปร่างหน้าตาเป็นถึงเดือนคณะ เขาเลยมีอาชีพเสริมหารายได้ระหว่างเรียน คือไปรับเล่นละครคณะบ้าง เล่นละครสั้นของน้องชายบ้าง มีแมวมองอยากให้เขาเข้าวงการ และมีผู้ติดตามในสื่อโซเชียลหลักแสนฟลอเลิฟเวอร์ หน้าตาแบบนี้ แถมมีพี่บินเหนือเป็นไอดอล แน่ละ...ปพนภพไม่เคยแห้งแล้งสาวๆ ประสบการณ์เกินวัยไปมากแล้วตอนนี้
“นี่ ตกลงว่าของอะไรกัน? แอบทำอะไรกับพี่หนมโก๋”
พี่สาวอย่างจรัสจันทร์ ที่ตัวเล็กมินิ เพราะเอาความสูงมาจากกรรมพันธุ์มารดา ตัวสูงแค่อกน้องว่าฉอด เธอเงยหน้าดุปพนภพ ทางนั้นยิ้มตาหยีส่งให้พี่สาวอย่างกวนๆ
“ไม่ได้แอบครับผม ไม่ได้ของผิดกฎหมายด้วย พี่ณจันทร์ต้องลองด้วยนะ”
“เอ๊ะ?”
“เรามาขนของกินกันเหอะพี่ณจันทร์”
จรัสดารินทร์น้องคนเล็กของบ้านว่า ส่วนปพนภัทรรุนหลังพี่สาวให้ถอยหลังเข้าไปในครัว ปล่อยให้หนุ่มๆ เดินตามกันไปที่รถของบินเหนือ
ถุงกำมะหยี่นั้นยังอุ่นในกระเป๋า ไม่ได้ล้วงหยิบออกมาดูว่าพี่ให้อะไร ทั้งที่อยากรู้ใจจะขาด และไม่คิดว่าเขาจะมีของขวัญย้อนหลังมาให้แบบนี้
พบว่าของดีที่พี่ชายหอบหิ้วมาจากโคราชนั้น คือสุราชุมชน เธอก็ค้อนให้กับเขา และ...สุดท้ายเธอก็เข้าร่วมวงไปด้วยซะอย่างนั้น
จรัสจันทร์คืนนั้นนอนกับน้องๆ รวมกันในห้องนั่งเล่น ไม่มีใครกลับห้องของตัวเอง รวมถึงบินเหนือด้วย...ทุกคนอยู่ในสภาพมีแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกฎหมายกำหนด คนที่หนักเป็นพิเศษน่าจะเป็นน้องๆ ทั้งสามคนที่เพิ่งริลองของดีของพี่บินเหนือเข้าไป
คิดย้อนเหมือนอดีตวันวาน ที่บางทีตอนเป็นเด็กก็จะมานอนด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้
หมอนใบที่เธอหนุนคือใบเดียวกับที่พี่ชายใหญ่ของบ้านนอน
จรัสจันทร์นั้น...นอนซุกเข้าไปในวงแขนของบินเหนือได้ยังไงไม่รู้ได้ รู้ว่าตื่นมาอีกที เธอก็อยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว...
“อุ๊ย...”
เธอตกใจเล็กน้อย เมื่อรับรู้ว่าอยู่ในอ้อมอกใคร เสียงอุทานและการขยับตัวของเธอทำให้เจ้าของอ้อมแขนลืมตาขึ้นมาทันที อาชีพทหาร การถูกฝึกฝนให้รบ ทำให้เขาตื่นไว ประสาทสัมผัสฉับไว
นัยน์ตากลมโต มองสบกับนัยน์ตาคมกริบ
ใจของจรัสจันทร์เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...
หูของเธอแนบอยู่กับหัวใจของนายทหารหนุ่มพอดิบพอดี รับรู้ว่าใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมา...
เพราะอะไรนะ? พี่หนมโก๋ถึงได้หัวใจเต้นแรงจังหวะเดียวกับหนูเลย
“มิน่าเมื่อคืนพี่ถึงฝันว่าอยู่ในดงหมี หมีร้องในป่าทั้งคืน”
เงียบกันไปเกือบสามสิบวินาที บินเหนือก็เอ่ยเสียงทุ้มทำลายความเงียบและบรรยากาศแปลกๆ ที่กำลังห้อมล้อมระหว่างเขากับเธอเสีย
“เอ๊ะ”
“นอนกรนนะเราน่ะ คุณหมอ”
เขาคลายอ้อมแขน แล้วลุกขึ้นนั่งตัวตรง เหยียดยืดแขน ขณะที่จรัสจันทร์ลุกขึ้นนั่งบ้าง แก้มเธอยังแดงก่ำ ใจยังเต้นตุบๆ เธอมองเขาพลางทำแก้มป่องใส่ แก้มบุ๋มๆ นั่น ทำให้คนมองมันเขี้ยว...
“ฮึ่ย...หนูนอนกรนแล้วมากอดหนูทำไม เนี่ยมากอดหนูนอนแบบนี้หนูเสียหายนะพี่หนมโก๋”
“เรียกค่าเสียหายเป็นอะไรดีล่ะ”
เขามองยัยน้อง...น้องสาวที่บินเหนือรักที่สุด รักไม่เหมือนคนอื่น ไม่เหมือนนะนาย ไม่เหมือนณดาว ไม่เหมือนที่ห่วงหยกมณี
“สามหมื่นค่ากอดหนูนอน หนูจะปิดปากให้เงียบเลย ไม่งั้นจะฟ้องคุณย่า ถ้าหนูฟ้องคุณย่าพี่หนมโก๋โดนดุแน่ๆ”
“งกเอ๊ย! มารีดกับพี่ตั้งสามหมื่น คิดว่าพี่เป็นทหารได้เงินเดือนเยอะนักหรือไง”
เขาเอื้อมมือไปบีบแก้มบุ๋มสองข้างนั่น ใจอยากคิดทำมากกว่าบีบ แต่ทำได้แค่นี้
“โอ๊ย เจ็บอะ แก้มช้ำแล้ว คิดค่าแก้มช้ำอีกหมื่นห้า”
จรัสจันทร์โวยวาย คนเป็นพี่หัวเราะแล้วล้มตัวลงนอนหันหลังให้ คนอื่นๆ ยังคงนอนหลับสนิท เพราะเมื่อคืนนี้ เมากันมาก...
“ไม่มีไม่หนีไม่จ่าย”
บินเหนือพึมพำ นอนหันหลังให้ คุณหมอสาวเลยแกล้งจี๋เอว ไม่ยอมให้เขาหันหลังให้ง่ายๆ คนตัวโตนั้นจับข้อมือเธอได้ ก็พลิกเธอให้อยู่ในอ้อมกอดเขาอีกหน
ทุกอย่างทำตามสัญชาตญาณและแฝงด้วยส่วนลึกในหัวใจ
“พะ...พี่หนมโก๋”
ยัยตัวแสบทำตาโตใส่เขา หน้าแดงก่ำแล้วตอนนี้ เธอตกอยู่เบื้องล่างของบินเหนือ ที่พลิกเธอไว้ใต้ร่างเขา ตาต่อตามองสบกันอีกครั้ง ตาของเขานั้นดูแพรวพราวหวานระยับเหลือเกิน เมื่อมองเธอแบบนั้น
มันไม่ใช่สายตาของพี่ชายแบบเดิม...
จรัสจันทร์ใจเต้นจนแทบจะโลดออกมาเมื่อเขาทำแบบนั้น
ใบหน้าคมสันนั้นเคลื่อนเข้าใกล้...อย่างลืมตัว
คนตัวเล็กนั้นหลับตาพริ้ม เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง...
“อื้อ...เวียนหัว”
เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน พร้อมกับคนที่นอนอยู่ลุกขึ้นนั่งแบบหัวหูยุ่งฟู บินเหนือและจรัสจันทร์สะดุ้ง บินเหนือนั้นพลิกตัวลงมาจากร่างของน้องสาว ที่นอนใจเต้นระทึกกับสิ่งที่พี่ทำเมื่อครู่
“พี่หนมโก๋ หนูปวดหัว”
จรัสดารินทร์บ่นเสียงงอแง บินเหนือหันไปมองน้องเล็กพลางหัวเราะเอื้อมมือไปโคลงหัวน้องเล่น พร้อมกับลุกขึ้น
“เมาค้างล่ะสิ เดี๋ยวพี่ไปชงของแก้เมามาให้”
“ผมด้วย”
อีกเสียงดังขึ้น พร้อมกับชูมือโบกไหวๆ ปพนภพก็ตื่นแล้วเหมือนกัน เขาตื่นนานแล้ว...ตื่นก่อนจรัสดารินทร์เสียอีก แต่ยังนอนเงียบอยู่เพราะเห็น อะไร บางอย่าง...
“รับผิดชอบเลย ทำน้องๆ เมาค้าง”
จรัสจันทร์ที่คุมสติได้แล้วว่า เธอลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ พลางเหลือบไปมองนาฬิกาที่แขวนไว้ตรงผนัง
“อุ๊ย...จะแปดโมงแล้ว ต้องไปอาบน้ำเตรียมไปทำงานก่อน เดี๋ยวเข้าเวรไม่ทัน ไปก่อนนะเด็กๆ งานนี้พี่จะไม่ฟ้องคุณย่า เพราะเราเป็นสหายร่วมเมา”
เธอลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง บินเหนือก็ไปทางห้องครัว เพื่อจัดการเครื่องดื่มมาให้น้องๆ แก้แฮงก์
“งื้อเมาอะ”
ยัยตัวเล็กของบ้านบ่นอุบ เอามือปิดหน้า พร้อมกับครวญ
“หนูยังวิ้งๆ เหมือนเมาอยู่เลย”
“เอาน่าประสบการณ์ ต่อไปจะได้เมาอีกบ่อยๆ”
คนเป็นพี่หัวเราะ แล้วหันไปมองปพนภัทรที่ยังคงนอนหลับไม่ยอมตื่น
“นั่นก็ตายแล้วหรือเปล่าน่ะ เฮ้! ไนล์”
“อื้อ...”
น้องชายตอบแค่นั้น ไม่ยอมหันกลับมา ท่าทางจะอีกนานกว่าจะฟื้น ส่งเพียงเสียงอือออและกอดหมอนไว้แน่น
“หนูไม่เอาแล้ว ไม่ลองแล้ว”
จรัสดารินทร์ว่าบ่นโอด ปพนภพนั้นเอามือประสานบนอก หูฟังยัยน้องบ่นโวยวาย ใจก็คิดไปถึงสิ่งที่ตัวเองเห็น...ก่อนที่ จรัสจันทร์จะตื่น
พี่ณจันทร์กับพี่หนมโก๋
สองคนนี่...ยังไงกันหรือเปล่านะ?
