บท
ตั้งค่า

11 บอสจอมหาเรื่อง

เช้าวันรุ่งขึ้นศุภิสราตัดสินใจไม่ฉีดน้ำหอมแม้แต่หยดเดียว หญิงสาวมองตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจนัก เพราะปกติเธอมักจะเพิ่มความมั่นใจด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เพื่อตัดปัญหาและคำถากถางจากเจ้านายหนุ่ม เธอจึงยอมทิ้งความชอบส่วนตัวนั้นไป

“ซื้อมาตั้งแพงยังจะมาว่าอีก จมูกตัวเองมีปัญหาแต่มาโทษน้ำหอมของเรา” หญิงสาวบ่นขณะหยิบน้ำหอมขึ้นมาดมแล้วตัดใจวางลงที่เดิมก่อนจะออกจากห้อง

หญิงสาวออกจากคอนโดแล้วขึ้นรถไฟฟ้ามายังบริษัท ตลอดการเดินทางเธอไม่อยากอยู่ใกล้คนอื่นเท่าไหร่เพราะไม่มั่นใจเลยที่วันนี้ไม่ได้ฉีดน้ำหอมก่อนออกมา

ศุภิสรามาถึงที่ทำงานก่อนเวลา เธอเปิดคอมพิวเตอร์ทั้งของตนเองและโต๊ะของจุฬาลักษณ์ก่อนจะเริ่มทำงาน

“สวัสดีค่ะพี่จุ๋ม ถืออะไรมาเยอะแยะเลยค่ะ มาค่ะเดี๋ยวพายช่วย” หญิงสาวทักทายรุ่นพี่ก่อนจะเดินไปรับของในมือ

“สวัสดีจ้ะ พายช่วยเอาขนมไปใส่ตู้ให้พี่หน่อยนะ”

“ค่ะพี่จุ๋ม” หญิงสาวรับขนมและเดินเอาไปใส่ตู้เย็นก่อนจะกลับมาพร้อมกับน้ำดื่มและส่งให้รุ่นพี่

“ขอบใจนะ เดี๋ยวถ้าบอสมาพี่ฝากพายเอาขนมที่พี่ซื้อมาไปเสิร์ฟพร้อมกาแฟด้วยนะ พี่เห็นว่าช่วงนี้บอสหงุดหงิดบ่อยได้กินขนมอร่อย ๆ น่าจะดีขึ้น”

“ค่ะพี่จุ๋ม”

หญิงสาวนั่งทำงานต่อจนกระทั่งพัทธดนย์เข้ามาทำงาน เธอรีบไปเตรียมขนมและกาแฟก่อนจะเข้าในห้องทำงานของพัทธดนย์

ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารเงยหน้าขึ้นมองพลางทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

“กาแฟกับขนมค่ะบอส พี่จุ๋มบอกว่าร้านนี้อร่อยมากค่ะ”

“ผมฝากขอบคุณเธอด้วย คุณจุ๋มเธอทำงานดียังเอาใจใส่ แต่กับคุณ....”

“ฉันทำไมคะ” หญิงสาวสงสัยกับคำพูดของเขา เธอจ้องอย่างต้องการคำตอบ

“เมื่อวานผมสั่งคุณว่าอย่าใส่น้ำหอมราคาถูกมาอีก แต่ดูเหมือนคุณจะไม่ฟังคำสั่งของผมเลยนะพาย” พัทธดนย์พูดขึ้นด้วย น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดเพราะเขายังได้กลิ่นที่คุ้นเคย

“ขอโทษนะคะบอส บอสไม่สบายหรือเปล่าคะ”

“ผมสบายดี แต่ตอนนี้จะเริ่มปวดหัวก็เพราะกลิ่นน้ำหอมของคุณนั่นแหละ”

“แต่วันนี้ฉันไม่ได้ใช้น้ำหอมเลยค่ะ” ศุภิสรารีบบอก

พัทธดนย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างจ้องจับผิด เพราะเขายังคงได้กลิ่นที่มันติดอยู่ในความทรงจำ กลิ่นที่ทำให้เขานึกถึงเรื่องในคืนนั้น เรื่องที่เขากำลังพยายามลืม แต่มันกลับยิ่งชัดเจนเมื่อเธอยืนอยู่ตรงนี้

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังจะบ้า เขาต้องการจะลบภาพคืนนั้นทิ้งไปให้หมด แต่ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ ร่างกายของเขากลับทรยศด้วยการจดจำทุกอย่างได้แม่นยำ และนั่นทำให้เขารู้สึกเสียหน้าและโมโหตัวเองจนต้องพาลใส่คนตรงหน้า

“ถ้าไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมก็คงเพราะกลิ่นตัวคุณนั่นแหละ มันเหม็นชวนให้ผมสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าน้ำหอมราคาถูกนั่นเสียอีก ผมว่าคุณถอยออกไปห่าง ๆ ผม อย่าเข้ามาใกล้เกินหนึ่งเมตรดีกว่านะ”

ศุภิสรารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยถ้อยคำที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้รับ ความน้อยใจทำให้ขอบตาร้อนผ่าว เธอทำตามที่เขาบอกแล้วแต่เขากลับบอกว่ากลิ่นตัวเธอเหม็นและสะอิดสะเอียน

“ขอโทษค่ะบอส ต่อไปฉันจะระวังไม่ให้เข้าใกล้คุณเกินความจำเป็น” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบถอยห่างออกมาแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบที่สุด

หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องละตรงไปยังห้องน้ำทันที

น้ำตาแห่งความเสียใจและน้อยใจไหลพรากเพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำพูดดูถูกจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านาย จากที่คิดว่าจะทำงานกับเขาได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรแต่กลับกลายเป็นว่าเขากำลังทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองเป็นคนน่ารังเกียจ

“รู้งี้คืนนั้นไม่ช่วยก็ดี คนอะไรไม่รู้จักบุญคุณ” หญิงสาวบ่นกับตัวเองก่อนจะออกจากห้องน้ำและกลับมาที่โต๊ะทำงาน

“พาย เป็นอะไรหรือบอสว่าเรื่องน้ำหอมอีก”

“วันนี้พายไม่ได้ฉีดน้ำหอมมาเลยสักนิด แต่เขาก็ยังบ่นและยังสั่งให้พายอยู่ห่างเขาหนึ่งเมตรด้วยนะคะ เขาบอกว่าเหม็นด้วยค่ะ”

“บอสเป็นอะไรกันนะ หรือว่าจมูกจะมีปัญหาจริง ๆ พี่คงต้องเตือนบอสให้ไปตรวจแล้วล่ะ”

“อย่าเลยค่ะพี่จุ๋ม ตอ่ไปนี้พายจะไม่เข้าใกล้บอสก็แล้วกันค่ะ”

“แต่พายต้องออกไปทำงานกับบอสนะ”

“แต่ช่วงนี้ไม่มีงานที่ข้างนอก พายว่าปล่อยเขาไปเถอะค่ะ”

“พี่เห็นใจพายนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไงแต่เรื่องกลิ่นพายอย่าคิดมากนะ พี่ไม่ได้กลิ่นเลย”

ตลอดทั้งวันศุภิสราไม่ได้เข้าไปในห้องของพัทธดนย์อีกเลยไม่ใช่เพราะกลัวคำสั่งของเขาแต่เธอกำลังคิดหาทางเอาคืนกับเรื่องนี้ให้ได้เพียงแต่ว่าตอนนี้หญิงสาวยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง

.......

หลังเลิกงานศุภิสราทิ้งตัวลงบนโซฟาที่คอนโดด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหามริษาเพื่อปรับทุกข์และหาทางเอาคืนเขาเรื่องที่ว่าตัวเธอเหม็น

“มัดหมี่ฉันไม่ไหวแล้วว่ะ” เสียงของศุภิสราเริ่มสั่นเครือทันทีที่เพื่อนรับสาย

“พาย เป็นอะไรใครทำอะไรแก” มริษาถามด้วยความเป็นห่วง

“ฉันถามอะไรแกหน่อยสิมัดหมี่”

“ว่ามาสิ”

“ตอนแกอยู่ใกล้ฉันแกได้กลิ่นตัวฉันไหม”

“ไม่นะตัวแกหอมจะตายขนาดแกไม่ใช้น้ำหอมฉันก็อยากรู้สึกว่าตัวแกหอมมาก ๆ นึกยังไงถามฉันแบบนี้ล่ะ”

“บอสว่าฉันตัวเหม็น”

“เป็นไปได้ยังไง เล่ามาสิ”

“เมื่อวานเขาว่าฉันฉีดน้ำหอมราคาถูก รสนิยมต่ำ เขาได้กลิ่นปวดหัว วันนี้ฉันก็เลยไม่ได้ฉีดน้ำหอมไปแต่แกเชื่อไหม วันนี้เขาบอกว่าตัวฉันเหม็นเขาบอกว่ากลิ่นตัวฉันมันน่าสะอิดสะเอียน”

“นี่มันจะมากไปแล้วนะ พูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย แล้วแกไปนอนกับเขาแค่คืนเดียว มันผิดร้ายแรงขนาดที่เขาต้องมาดูถูกแกขนาดนี้เลยเหรอพาย”

“เขาคงอยากลืมเรื่องคืนนั้นมากจนแค้นที่เห็นหน้าฉันละมั้งมัดหมี่” ศุภิสราสะอื้นไห้

“ฉันว่าเขาไม่ได้เกลียดน้ำหอมหรอก ฉันว่ามันทำให้เขานึกถึงเรื่องคืนนั้นมากกว่า เขาเลยพยายามทำลายความมั่นใจของแก พยายามทำให้แกรู้สึกด้อยค่าหรือนี่อาจเป็นการบีบให้แกลาออกทางอ้อมกันนะ ฉันคิดว่าบอสแกน่าจะหาเรื่องแก่แล้วล่ะ”

“ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ”

“แกจะเอายังไงลาออกเลยดีไหม”

“ถ้าลาออกก็เข้าทางเขาสิ คนอย่างฉันไม่ได้ทำผิดอะไรจะลาออกทำไม เรื่องงานฉันก็รับผิดชอบอย่างเต็มที่ รู้งี้คืนนั้นฉันไม่น่าช่วยเขาเลย คนอะไรไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเลยที่ ฉันจะต้องหาทางแก้เผ็ดเรื่องนี้ให้ได้แล้ว”

“แกจะทำยังไงเขาเป็นบอสแกนะ”

“ก็เพราะฉันไม่รู้จะทำยังไงนี่แหละก็เธอเลยโทรมาปรึกษาแก แกว่าเอายังไงดีล่ะ”

“เขาไม่อยากอยู่ใกล้ฉันว่าแกก็อยู่ใกล้ ๆ ไปเลยดูซิเขาจะทำยังไง”

“แต่ช่วงนี้ฉันไม่มีงานต้องออกไปทำข้างนอกกับเขาก็คงใกล้ชิดได้ไม่”

“มันจะยากอะไร แกเข้าออกห้องบอสเป็นประจำอยู่แล้วนี่เวลาเอาแฟ้มไปวางก็เข้าไปใกล้ ๆ สิ อ้อ!....อย่าลืมใส่น้ำหอมไปด้วยนะดูสิเขาจะทนได้แค่ไหน”

“แล้วถ้าเกิดเขาปวดหัวไม่สบายขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ”

“ถ้าเขาจะปวดหัวก็ต้องปวดหัวไปนานแล้ว”

“เขาคงหาทางไล่ฉันออกเพราะกลัวฉันเอาเรื่องนั้นไปบอกคนอื่น ฉันก็จะขู่เขากลับบ้างถ้าเขายังว่าฉันตัวเหม็นหรือไม่ให้เกียรติกันแบบนี้ฉันจะบอกทุกคนเลยว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น”

“แค่ขู่ใช่ไหม คงคิดทำจริงนะ”

“อือ ใครจะกล้าเอาเรื่องน่าอายของตัวเองไปบอกคนอื่นล่ะ ตอนนี้ฉันสบายใจมากเลยล่ะมัดหมี่อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จังเลย อยากจะเห็นหน้าเขาเวลาที่ฉันเข้าไปอยู่ใกล้” เมื่อคิดวิธีเอาคืนเจ้านายแล้วศุภิสราก็คุยกับเพื่อนอีกสักพักก่อนจะวางสาย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel