10 กลิ่นที่ทำให้คิดถึง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ศุภิสราเคาะประตูเป็นสัญญาณก่อนจะเปิดเข้าไป
“คุณโยษิตากลับไปแล้วเหรอพาย เธอว่ายังไงบ้าง” พัทธดนย์เงยหน้าจากหน้าจอแล็บท็อปที่เปิดค้างไว้ ดวงตาคมจ้องมองผู้ช่วยสาวที่ก้าวเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา ใจหนึ่งเขาก็รอฟังผลสรุปของโปรเจกต์สำคัญ แต่อีกใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เธอ
“คุณโยษิตาตกลงตามแผนเดิมค่ะ เดี๋ยวเธอจะส่งรายละเอียดมาให้จากนั้นก็เซ็นสัญญาได้เลยค่ะ”
“ผมให้คุณจัดการทุกอย่างตามที่เห็นสมควรนะ ส่วนแฟ้มนี่เอาออกไปได้เลยนะ ผมเซ็นเสร็จแล้ว”
“ค่ะบอส”
ศุภิสราพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่มากขึ้นเพื่อเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารที่พัทธดนย์เซ็นเสร็จแล้ว
ในจังหวะที่หญิงสาวโน้มเข้าไปใกล้นั้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็ลอยไปปะทะจมูกพัทธดนย์ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนกึกจนน่ารำคาญ แต่เป็นกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มันเป็นกลิ่นที่พัทธดนย์พยายามหลอกตัวเองว่าเขาลืมมันไปได้แล้ว แต่ในวินาทีนี้กลิ่นนั้นกลับกระตุ้นความทรงจำในคืนนั้นอีกครั้ง
ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ สัมผัสผิวกายที่เนียนละเอียด ความนุ่มนวลของเรือนร่างที่ขยับไหวอยู่ใต้ร่างของเขา และกลิ่นหอมนี้เองที่อบอวลอยู่ในทุกอณูของห้องนอนในคืนที่เขาสูญเสียการควบคุมตัวเอง
ความทรงจำนั้นทำให้หัวใจของพัทธดนย์กระตุกวูบ และความร้อนรุ่มบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นจนเขาต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกั้นอารมณ์ พัทธดนย์เงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวที่ยืนห่างไปเพียงไม่ถึงฟุต
แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเรียบเฉยเป็นความเย็นชาเพื่อปกปิดความปั่นป่วนภายใน ก่อนจะพูดปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกลงในความรู้สึกของคนฟัง
“วันหลังอย่าใช้น้ำหอมกลิ่นนี้มาทำงานอีก”
“ทำไมคะ” ศุภิสราชะงักมือที่กำลังรวบเอกสาร เธอขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
“ผมว่ากลิ่นมันแย่มาก กลิ่นโหล ๆ ราคาถูกๆ แบบนี้หาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป ผมไม่นึกเลยว่าผู้ช่วยของผมจะมีรสนิยมแย่ขนาดนี้” ชายหนุ่มแค่นยิ้มที่มุมปาก เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางกอดอกมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
คำพูดของเขาเหมือนตบหน้าเธอฉาดใหญ่ ศุภิสราหน้าชาไปครู่หนึ่ง กลิ่นน้ำหอมนี้เป็นกลิ่นที่เธอรักและใช้มานาน แต่วันนี้เขากลับตราหน้าว่ามันไร้รสนิยม
“ดิฉันคิดว่ากลิ่นนี้มันสุภาพและเหมาะกับการทำงานนะคะ”
“สำหรับผม มันเป็นกลิ่นที่ไม่โอเคเลย เปลี่ยนเธอผมได้กลิ่นแล้วรู้สึกปวดหัว” เขาพูดจบก็เบือนหน้าหนีไปมองทางหน้าต่างบานใหญ่ พลางโบกมือไล่คล้ายกับว่าเธอเป็นสิ่งของที่น่ารำคาญ
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำเพียงสั้น ๆ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ในใจกลับคิดต่อต้านอย่างรุนแรง น้ำหอมขวดนี้เธอลงทุนซื้อจากเคาน์เตอร์แบรนด์ในราคาหลายพัน มันไม่ใช่ของถูกอย่างที่เขาพูดแม้แต่นิดเดียว เธอเริ่มรู้สึกว่าจมูกของเขานั่นแหละที่น่าจะมีปัญหาหรือไม่เขาก็แค่หาเรื่องจะพาลใส่เธอเท่านั้น
หญิงสาวรวบเอกสารเข้าอ้อมแขนแล้วรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พัทธดนย์นั่งจมอยู่กับความเงียบและกลิ่นหอมที่ยังคงวนเวียนอยู่ในจมูก มันตอกย้ำว่าต่อให้เขาจะต่อว่าเธอแรงแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถสลัดภาพเธอในคืนนั้นออกจากหัวได้เลย
“เป็นอะไรเหรอพาย โดนบอสดุมาหรือเปล่า” จุฬาลักษณ์ถามขณะรับแฟ้มในมือของหญิงสาวมาวางบนโต๊ะ
“ไม่เชิงหรอกค่ะพี่จุ๋ม บอสเขาก็เป็นแบบนี้แหละ” ศุภิสราตอบเสียงขุ่นพลางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างแรง
“แต่หน้าพายไม่ได้บอกแบบนั้นนะ มีอะไรหรือเปล่าหรือว่างานที่ตกลงกับโยษิตาบอสไม่เห็นด้วย” จุฬาลักษณ์ยังคงเดาไปเรื่อย เพราะเห็นท่าทางฮึดฮัดของรุ่นน้องที่ปกติจะใจเย็นกว่านี้
“พี่จุ๋มคะ” หญิงสาวขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เพราะจะให้รุ่นพี่ช่วยพิสูจน์อะไรบางอย่าง
“ว่าไง มีอะไรจะเล่าล่ะสิ” เห็นท่าทางของรุ่นน้องแล้วจุฬาลักษณ์ก็พอจะเดาออกว่าต้องมีเรื่องคุย
“พี่จุ๋มว่าน้ำหอมที่พายฉีดมามันเหม็นและได้กลิ่นแล้วปวดหัวไหมคะ” เธอถามพลางยื่นแขนไปให้รุ่นพี่ช่วยพิสูจน์
“ไม่นะ กลิ่นหอมแบบนี้ผ่อนคลายดีออก ถ้าปวดหัวจริงพี่ว่าพายน่าจะปวดหัวมากกว่าพี่อีกนะ เพราะพายอยู่กับมันทั้งวัน ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ”
“บอสบอกว่าน้ำหอมของพายทำให้เขาปวดหัว และยังบอกว่ากลิ่นมันแย่ กลิ่นโหล ๆ ราคาถูกๆ แล้วก็มีรสนิยมแย่ด้วยค่ะ” เธอระบายออกมาเป็นชุดด้วยความอัดอั้น
“บอสของเราจมูกมีปัญหาหรือเปล่านะ น้ำหอมที่พายใช้ใช่จะราคาถูก” จุฬาลักษณ์ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่เจ้านายของพวกเธอพูด
“นั่นสิคะ พายก็ใช้ของพายมาตั้งนาน อยู่ด้วยกันมาเป็นปีไม่เห็นเขาจะว่าอะไร วันนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้” หญิงสาวกอดอกด้วยความหงุดหงิด
“พี่ว่าพายอย่าไปสนใจเลย ช่วงนี้บอสเป็นอะไรก็ไม่รู้ชอบหงุดหงิดแล้วก็เอาแต่ทำหน้าเครียดเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ สงสัยวัยทองจะเข้าหาเร็วเกินไปมั้ง” รุ่นพี่สาวพูดติดตลกพลางตบไหล่ปลอบใจรุ่นน้อง
“นั่นสิคะ เมื่อกี้ตอนพายเข้าไปก็เห็นเขาทำหน้าเครียดจัด ทั้งที่เรื่องงานก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลยแท้ๆ”
“พี่ว่าน่าจะเครียดเรื่องอื่นที่คนอย่างเราเข้าไม่ถึงนั่นแหละ แต่พายอย่าไปใส่ใจคำพูดแกเลยนะ ไปหาอะไรกินให้อารมณ์ดีกันดีกว่า” จุฬาลักษณ์ชวนพลางเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ
“เที่ยงแล้วเหรอนี่ ไวจัง เราไปกินอะไรกันดีคะพี่จุ๋ม ไปร้านเดิมไหมที่มีให้เลือกหลาย ๆ อย่าง จะได้แก้เครียดด้วย” ศุภิสราเริ่มปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นเมื่อนึกถึงของอร่อย
“ได้สิ พายโทรสั่งเลยนะ พี่ขอผัดซีอิ๊วทะเลอย่างเดิมนะ”
“แล้วบอสล่ะคะพี่จุ๋ม สั่งให้เขาหรือยัง ขืนเราหนีไปกินกันสองคนเดี๋ยวจะมาโมโหหิวใส่พายอีกรอบ” หญิงสาวถามอย่างรอบคอบแม้จะยังเคืองอยู่
“อ๋อ พี่สั่งให้ตอนที่พายไปคุยกับคุณโยษิตาแล้วล่ะ เดี๋ยวแม่บ้านคงยกมาให้ในห้องเองแหละจ้ะ พี่ไปเข้าห้องน้ำเตรียมตัวก่อนนะ พายอย่าลืมโทรสั่งล่ะ เดี๋ยวคนเยอะแล้วจะได้รอนาน” จุฬาลักษณ์บอกก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ค่ะพี่จุ๋ม พายจัดให้เดี๋ยวนี้เลย” ศุภิสราพยักหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรสั่งอาหารทันที หญิงสาวพยายามสลัดคำวิจารณ์ร้ายกาจของชายหนุ่มในห้องทำงานนั้นออกไปจากหัว แม้ว่ากลิ่นน้ำหอมที่เขากล่าวหาว่าราคาถูกจะยังคงลอยอบอวลอยู่รอบตัวเธอ ตอกย้ำถึงรอยแผลเล็ก ๆ ในใจที่เขาเพิ่งฝากไว้ก็ตาม