บท
ตั้งค่า

12 อย่าท้าทาย

เช้าวันรุ่งขึ้นศุภิสราตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ความโศกเศร้าและน้อยใจถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาคืน หญิงสาวบรรจงแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดีที่สุดในชุดพนักงานที่เน้นรูปร่างเพรียวบาง ก่อนจะหยิบขวดน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงระยับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธอขึ้นมา

หญิงสาวฉีดพรมน้ำหอมลงบนจุดชีพจรอย่างตั้งใจ กลิ่นหอมหวานละมุนที่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่กระจายฟุ้งไปทั่วห้อง

“ดูซิว่าวันนี้บอสจะปวดหัวจนระเบิดไปเลยไหม” เธอยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะคว้ากระเป๋าออกจากห้อง

.....

“วันนี้ดูสดใสกว่าเมื่อวานะพายเลิกคิดเรื่องที่บอสพูดแล้วใช่ไหม วันนี้ฉีดน้ำหอมมาด้วยนี่” จุฬาลักษณ์มักทายเมื่อเห็นรุ่นน้องเดินยิ้มมาแต่ไกล

“ค่ะพี่จุ๋ม ถ้าบอสจะเหม็นก็ให้เหม็นไปเลยค่ะ พายจะไม่ยอมถูกเขาว่าตัวเหม็นสะอิดสะเอียนอีกแล้ว”

“ดีแล้วที่กลับมาเป็นตัวของตัวเอง เพราะพี่นั่งทำงานกับพายตลอดก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร”

“ก็คงมีแค่บอสนั่นแหละค่ะที่เป็นปัญหา แต่พายไม่สนใจเขาหรอกค่ะ พายทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ไม่เคยผิดพลาดเพราะฉะนั้นเรื่องส่วนตัวแบบนี้บอสไม่มีสิทธิ์มาห้ามหรอกค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างมั่นใจ

“พี่ชอบที่พายมั่นใจแบบนี้นะ เรื่องงานเราทำเต็มที่เรื่องส่วนตัวก็เป็นเรื่องที่เจ้านายไม่มีสิทธิ์มาสั่งเรา”

ศุภิสรานั่งรอจังหวะอย่างใจเย็น จนกระทั่งเห็นพัทธดนย์เดินเข้าห้องทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ หญิงสาวรอประมาณสิบนาทีจึงรวบรวมแฟ้มเอกสารที่ต้องเซ็นกำกับไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานท่านประธานทันที

“พายเอาแฟ้มให้บอสก่อนนะคะพี่จุ๋ม”

เธอเคาะประตูเหมือนทุกครั้งแล้วเปิดเข้าไปด้วยท่วงท่าที่มั่นใจ พัทธดนย์ที่กำลังก้มหน้าอยู่กับแท็บเล็ตชะงักเมื่อกลิ่นหอมที่เขาพยายามลบออกจากสมองพุ่งเข้าปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นเดิม กลิ่นที่เขาโหยหาในความทรงจำส่วนลึก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ย้ำเตือนถึงความผิดพลาดในคืนนั้นที่เขาไม่อยากจะจดจำ

“ผมบอกว่าห้ามใส่น้ำหอมมาไง” พัทธดนย์ตวาดเสียงแข็งโดยที่ยังไม่เงยหน้า

“ฉันเอาเอกสารด่วนมาให้เซ็นค่ะบอส” ศุภิสราไม่ฟังคำสั่งที่ให้ถอยห่างหนึ่งเมตร เธอจงใจเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาจนแทบจะชิด

พัทธดนย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวที่ยืนห่างจากเขาไม่ถึงฟุต กลิ่นหอมรัญจวนใจนั้นรุนแรงขึ้นเมื่อเธอขยับตัววางแฟ้มลงบนโต๊ะ หัวใจของเขาเต้นรัวมันกำลังทรยศต่อความตั้งใจที่จะลืม

“ถอยออกไปพาย ผมบอกให้อยู่ห่างหนึ่งเมตรไง” เขาสั่งเสียงเข้มพลางถอยหลังจนเก้าอี้เลื่อนไปชิดผนัง

“แหม บอสคะ โต๊ะมันกว้างแค่ไม่กี่เซนติเมตรเอง ถ้าฉันยืนห่างหนึ่งเมตรแล้วจะส่งแฟ้มให้บอสยังไงคะ หรือบอสอยากให้ฉันโยนให้” เธอแกล้งทำเสียงซื่อแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความท้าทาย

หญิงสาวจงใจก้มลงเพื่อเปิดหน้าเอกสารให้เขาดู ทำให้ใบหน้าของเธออยู่ใกล้กับใบหน้าของเขาเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นกายสาวที่เขาเคยสัมผัสทำให้พัทธดนย์รู้สึกเหมือนอากาศในห้องหายไปดื้อ ๆ

“นี่คุณจงใจแกล้งผมใช่ไหม” เสียงของเขาเริ่มสั่น

“แกล้งอะไรคะบอส ฉันแค่มาทำหน้าที่ผู้ช่วยที่ดี บอสบอกว่าฉันตัวเหม็นน่าสะอิดสะเอียน ฉันเลยต้องพิสูจน์ไงคะว่าถ้าใส่น้ำหอม บอสจะยังรู้สึกแบบเดิมอยู่ไหม หรือว่าตอนนี้บอสกำลังปวดหัวหรือปั่นป่วนกันแน่คะ”

ศุภิสราส่งยิ้มหวานให้เจ้านายหนุ่ม ความสะใจเล็ก ๆ เกิดขึ้นเมื่อเห็นเขาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงและดวงตาดูเหมือนกำลังหวั่นไหว

“คุณออกไปเถอะ”

“เซ็นงานก่อนสิคะบอส ฉันจะได้รีบออกไปตามคำสั่ง”

พัทธดนย์คว้าปากกามาเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ได้อ่าน มือของเขาจงใจไม่ให้ไปสัมผัสถูกมือของเธอ แต่ทว่าในจังหวะที่ศุภิสรากำลังจะดึงแฟ้มกลับ หญิงสาวกลับจงใจขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเธอ

“อ้อ!....บอสคะ ถ้าพรุ่งนี้ยังบอกว่าฉันเหม็นอีก ฉันอาจจะคิดว่าจมูกบอสมีปัญหา หรือไม่บอสก็กำลังพยายามปฏิเสธความจริงบางอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นนะคะ” เธอพูดทิ้งท้ายด้วยระเบิดลูกใหญ่ก่อนหันหลังให้แต่ก็ช้าไปเมื่อจู่ ๆ พัทธดนย์ก็กระชากหญิงสาวอย่างไม่ทันตั้งตัว จนเธอถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างที่เขารวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิด

“คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะปล่อยให้คุณเดินออกไปง่าย ๆ งั้นเหรอพาย” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มความโกรธที่บวกกับความปรารถนาที่เขาพยายามกดทับไว้

“บอสจะทำอะไร ปล่อยนะฉัน” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจแล้วเอามือดันอกเขาไว้ แต่ยิ่งเธอดิ้นกลิ่นน้ำหอมที่เขาบอกว่าราคาถูกกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนจนสติสัมปชัญญะลดลง

“คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าผมปวดหัวหรือปั่นป่วนกันแน่...” พัทธดนย์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโดนกัน

“แต่บอสก็ไม่ควรใกล้ฉันแบบนี้ ไหนบอกว่าให้ฉันอยู่ห่างหนึ่งเมตรไงคะ” เพราะอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ศุภิสราจึงรู้สึกกลัวขึ้นมา

“ในเมื่อคุณจงใจเข้ามาท้าทายผมถึงในนี้ คุณก็ควรจะได้รับบทลงโทษที่บังอาจขัดคำสั่งของผม”

พูดจบริมฝีปากอุ่นก็บดขยี้ลงบนเรียวปากอิ่มอย่างรวดเร็วมันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยการสั่งสอนและระบายความอัดอั้น ศุภิสราเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอพยายามจะประท้วงแต่เสียงกลับถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อลิ้นร้อนฉกฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าไปรุกรานอย่างจาบจ้วง

พัทธดนย์รู้สึกดีอย่างประหลาดกลิ่นหอมที่เขาเคยตราหน้าว่าน่าสะอิดสะเอียน กลับกลายเป็นสารเสพติดที่ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ รสจูบที่ดุดันในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความโหยหา มือหนาที่เคยกดเอวเธอไว้แน่นเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนอย่างเผลอตัว

ศุภิสราที่ตั้งใจจะมาแก้เผ็ด กลับเป็นฝ่ายที่กำลังจะพ่ายแพ้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความช่ำชองจากจูบของเขาทำให้ขาของหญิงสาวอ่อนแรงจนต้องยึดไหล่กว้างของเขาไว้เป็นที่พึ่ง

พัทธดนย์เป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เขายังคงกักตัวเธอไว้ในอ้อมกอด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดใบหน้าของกันและกัน

“ทีนี้รู้หรือยังว่าการยั่วโมโหผม มันมีราคาที่ต้องจ่ายสูงแค่ไหน” เขากระซิบข้างใบหูที่แดงซ่านของเธอ

ศุภิสราหน้าแดงก่ำไปถึงคอ ทั้งโกรธ ทั้งอาย และสับสนในเวลาเดียวกันเธอรีบผลักอกเขาออกเต็มแรง

“บอสอย่าคิดว่าจะรังแกฉันได้แค่ฝ่ายเดียวนะคะ”

“นี่ท้าทายผมเหรอ”

“เปล่าค่ะ ฉันแค่จะบอกว่าถ้าบอสยังแกล้งฉันอีก เรื่องของเรามันจะไม่เป็นความลับ”

“ก็เอาสิ ถ้าเรื่องเปิดเผยออกไปคนที่เสียหายก็คือคุณนะพาย”

“ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะเทียบกันแล้วคนที่มีชื่อเสียงคือบอสและถ้าคนอื่นรู้ว่าบอสนอนกับลูกน้องของตัวเองบอสลองคิดดูนะคะว่ามันจะเป็นยังไง”

หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่แล้วคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมากอดไว้แนบอกก่อนจะรีบเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้พัทธดนย์ยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมที่ยังอบอวล เขาหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาขว้างลงพื้นเพื่อระบายความหงุดหงิดที่ตัวเองเผลอใจไปกับเธออีกจนได้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel