9 ไม่สะดวกที่จะทำงานด้วย
เสียงลิฟต์ของชั้นผู้บริหารดังขึ้นในเวลา 11.00 น. ศุภิสราเงยหน้ามองแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ใครกำลังเดินมาทางห้องของท่านประธาน
“สวัสดีค่ะคุณโยษิตา คุณลลิตา” หญิงสาวทักทายก่อนจะส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับทั้งสองคน
วันนี้โยษิตาไม่ได้มีนัดกับพัทธดนย์แต่ศุภิสราก็พอจะเดาออกว่าเธอมาที่นี่ทำไม
“สวัสดีค่ะคุณโยษิตา ขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาทแต่จุ๋มดูตารางแล้ววันนี้คุณไม่ได้นัดไว้นี่คะ หรือว่ามีเรื่องด่วนกันค่ะ” จุฬาลักษณ์รีบลุกขึ้นมาต้อนรับ
“โยมีเรื่องงานจะคุยกับคุณดนย์ค่ะ เรื่องค่อนข้างด่วนเลยไม่ได้โทรนัด หวังว่าจะได้เจอเขานะคะ” โยษิตาให้เลขาโทรมาถามสายของเธอแล้วว่าวันนี้พัทธดนย์ว่างตลอดทั้งวัน
“ได้เจอสิค่ะ คุณโยษิตาไปรอที่ห้องประชุมก่อนดีกว่านะคะเดี๋ยวจุ๋มจะไปบอกบอสให้ค่ะ พายพาคุณโยษิตาไปที่ห้องประชุมเล็กนะ”
“เชิญทางนี้เลยค่ะคุณโยษิตา คุณลลิตา”
ศุภิสราเดินนำหญิงสาวสองคนไปที่ห้องประชุมก่อนจะเตรียมกาแฟและของว่างไปให้
“ลลิตาออกไปข้างนอกก่อนฉันมีเรื่องจะคุยกับผู้ช่วยของดนย์” โยษิตาสั่งเลขาของตนเอง
“ได้ค่ะคุณโย” ลลิตาเดินออกไปจากห้องตามคำสั่งของเจ้านายอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ภายในห้องประชุมมีเพียงศุภิสราและโยษิตาแค่สองคนเท่านั้น บรรยากาศดูอึมครึมเมื่อโยษิตาเอาแต่จ้องหน้าอีกฝ่ายจนเธอนั่งตัวเกร็งไปหมด
“คืนนั้นเธอเป็นคนมารับดนย์ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” ศุภิสราก้มหน้าตอบคำถามเพราะกลัวสายตาที่จ้องมาอย่างจับผิด
“จากนั้นเธอพาเขาไปไหนต่อ”
“บอสบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ ฉันเลยไปส่งเขาที่โรงพยาบาลจากนั้นฉันก็กลับบ้านค่ะ”
“แล้ววันต่อมาบอสพูดอะไรกับเธอบ้างไหม”
“ไม่นี่ค่ะ บอสก็มาทำงานตามปกติค่ะสงสัยว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณโยษิตามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกก็แค่ถามดูน่ะ” หญิงสาวรู้สึกโล่งใจมากที่คืนนั้นพัทธดนย์ไม่ได้จบลงบนเตียงกับผู้ช่วยของเขาอย่างที่เธอเป็นกังวล
ศุภิสราภาวนาว่าเจ้านายของเธอก็จะตอบเหมือนกันตามที่ได้ตกลงไว้ก่อนหน้านี้
“ขอโทษที่มาช้านะครับ” เสียงพัทธดนย์ทำให้ศุภิราถึงกับสะดุ้งและรีบกลับไปนั่งประจำตำแหน่ง
“สวัสดีค่ะคุณดนย์” โยษิตาทักทายเสียงหวาน เธอยิ้มเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำตัวตามปกติเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์
“สวัสดีครับคุณโย เลขาผมแจ้งว่าคุณมีเรื่องด่วนจะคุยกับผม”
“ค่ะ ก็เรื่องสินค้าที่เราคุยกันค้างไว้ โยอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมค่ะแล้วโยก็มีสินค้าตัวใหม่ที่จะให้บริษัทของคุณผลิตให้ค่ะ โยอยากคุยเรื่องส่วนผสมที่ต้องนำเข้ามาเพิ่ม”
“ไม่มีปัญหาครับ เรื่องนี้คุณโยคุยกับผู้ช่วยของผมได้เลย”
“แต่โยอยากคุยกับคุณดนย์มากกว่านี่คะ ถ้าคุยกับผู้ช่วยเธอก็ต้องไปถามคุณดนย์อีกนี่คะ โยไม่อยากเสียเวลาค่ะ สินค้าตัวนี้โยอยากให้เสร็จก่อนสิ้นปีค่ะ”
“พายเป็นผู้ช่วยที่เก่งและผมก็ไว้ใจเธอ ถ้าคุณโยอยากให้ทางบริษัทเราผลิตสินค้าให้จริง ๆ ผมต้องรบกวนให้คุณโยประสานงานกับพายโดยตรงนะครับ”
“ทำไมล่ะคะแต่ก่อนโยก็คุยกับคุณดนย์มาตลอด”
“ต้องขอโทษคุณโยด้วย แต่ว่าช่วงนี้ผมคงไม่สะดวกคุยเท่าไหร่ ผมมีงานที่จะต้องรับผิดชอบอีกมากครับ” พัทธดนย์พยายามจะปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุดเพราะในเวลานี้เขาไม่สามารถร่วมงานกับเธอได้อย่างสนิทใจอีกต่อไป
“ถ้าคุณดนย์พูดแบบนี้โยจะไปจ้างบริษัทอื่นให้ผลิตสินค้าตัวใหม่นะคะ ส่วนสินค้าตัวเก่าก็ดีลตามเดิมแต่คงไม่เพิ่มยอดแล้ว” เธอ” โยษิตาไม่พอใจกับท่าทางเย็นชาของเขาและยังมีบริษัทผลิตเครื่องสำอางอีกมากในประเทศไทยที่เธอจะจ้างผลิตไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นของบริษัทของพัทธดนย์บริษัทเดียว
“แล้วแต่คุณโยสะดวกเลยครับ ถ้าไม่มีอะไรจะคุยแล้วผมขอตัวก่อน”
พัทธดนย์เดินออกจากห้องไปแล้วแต่โยษิตายังนั่งอยู่ที่เดิมปากเธอบอกว่าอยากเปลี่ยนบริษัทแต่ถ้าต้องไปเริ่มต้นกันใหม่ก็จะกินเวลาไปมาก
“คุณโยษิตาตัดสินใจยังไงดีคะ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเงียบไปศุภิสราจึงถามขึ้น
“เธอจะทำอย่างที่บอสเธอบอกได้ไหมล่ะ”
“คุณโยษิตาเชื่อใจฉันได้เลยค่ะ ฉันทำงานที่นี่มาสี่ปีแล้วเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ คุณคุยกับฉันได้เลยนะคะ”
“วันนี้บอสของเธอโกรธอะไรหรือเปล่าทำไมเขาดูเย็นชากับฉันแบบนั้น”
“ช่วงนี้บอสงานยุ่งค่ะ พอดีบริษัทใหม่ ๆ ติดต่อเข้ามาเยอะบอสก็เลยเครียดกับการเลือกลูกค้าค่ะ” ศุภิสราอธิบายความจริงบางส่วนแต่เธอรู้ว่าเพราะอะไรพัทธดนย์ถึงยกงานมาให้เธอ
“นี่เธอกำลังบังคับให้ฉันต้องเลือกที่นี่ใช่ไหม”
“ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะแค่จะบอกคุณโยษิตาว่านอกจากบริษัทของคุณโยษิตาที่จ้างเราผลิตเครื่องสำอางแล้วยังมีอีกหลายบริษัทที่เราต้องจัดการ เดี๋ยวนี้พวกดาราเซเล็บเขาก็มักจะสั่งผลิตภัณฑ์เป็นแบรนด์ของตัวเองแล้วบริษัทเราก็นำเข้าสารที่นำมาผลิตมากที่สุด ถึงแม้ลูกค้าบางคนจะดีลงานกับทางเกาหลีจีนหรือญี่ปุ่นโดยตรงแต่การนำเข้าก็ต้องขออนุญาตยุ่งยากค่ะ”
“เรื่องนั้นฉันรู้”
“ถ้าคุณโยษิตารู้แล้วก็ดีเลยค่ะ ฉันจะบอกคุณว่าถ้าหากสินค้าตัวใหม่คุณไม่ผลิตกับเราแล้ว ทางเราจะได้ตอบตกลงคนอื่นเพราะสารตัวนั้นค่อนข้างยากที่จะสั่งและนำเข้ามาเพิ่มเพราะเรามีใบอนุญาตอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณโยษิตาจะไปจ้างที่อื่นก็รีบหน่อยนะคะเพราะการขออนุญาตใช้เวลานาน แล้วคุณโยษิตาบอกว่าอยากจะเปิดตัวสินค้าใหม่สิ้นปีนี้จะไม่ลองพิจารณาอีกทีเหรอคะ”
โยษิตาคิดตามที่ผู้ช่วยของพัทธดนย์พูด ตอนนี้เธอเหลือเวลาอีกไม่นานถ้าต้องเริ่มต้นใหม่ก็คงจะเสร็จไม่ทันสิ้นปีซึ่งเธอวางแผน โปรโมตสินค้าและจ้างพรีเซนเตอร์ไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าเริ่มใหม่ทุกอย่างคงจะผิดแผนไปหมด
“แต่ฉันหวังว่าการทำงานกับเธอคงจะไม่มีปัญหา”
“ฉันรับรองได้เลยค่ะ ทุกอย่างจะไม่เป็นปัญหาบางทีงานอาจจะได้เร็วกว่าติดต่อกับบอสโดยตรงก็ได้นะคะเพราะบอสงานยุ่งตลอดเวลาค่ะ” ศุภิสราพยายามโน้มน้าวให้โยษิตาจ้างงานตามแผนเดิมเพราะมันหมายถึงโบนัสก้อนใหญ่ถ้างานสำเร็จ
“ตกลงฉันทำให้ที่นี่ผลิตตามเดิมส่วนเรื่องรายละเอียดเดี๋ยวฉันจะส่งทางอีเมลอีกที”
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณโยษิตา” หญิงสาวโล่งใจที่ทุกอย่างเป็นตามแผนเดิม
ศุภิสราคุยกับโยษิตาและเลขาของเธออีกพักใหญ่ก็เดินออกมาส่งทั้งสองคนที่หน้าลิฟต์ก่อนจะกลับไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง
“เป็นไงบ้างโอเคไหมพาย” จุฬาลักษณ์รีบถาม
“ค่ะพี่จุ๋ม บอสให้คุณโยษิตาคุยกับพายโดนตรง ตอนแรกเธอก็ไม่อยากสั่งผลิตกับเราแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจค่ะ พายขอเข้าไปบอกบอสก่อนนะคะ”