ตอนที่ 7 ฝีเข็มแห่งความหวัง
ตอนที่ 7 ฝีเข็มแห่งความหวัง
เช้าวันต่อมา เมื่อแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ซูเนี่ยนก็ลืมตาขึ้นในห้องนอนแคบๆ ของเธอ แม้ร่างกายจะยังรู้สึกเพลียจากการนั่งเย็บปักผ้าเมื่อคืน แต่เธอก็รีบขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงไม้กระดานแข็งๆ จัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวออกไปยังห้องครัวดิน
ในบ้านยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงไก่ป่าขันแว่วมาจากภูเขาไกลๆ ซูเนี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่าฝีมือการทำอาหารของเธอไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่การดูแลปากท้องของคนในครอบครัวคือหัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ใหม่เธอต้องตั้งใจพยายามทำให้รสชาติออกมาดีที่สุด เท่าที่จะทำได้
ซูเนี่ยนเริ่มจุดไฟในเตา จากนั้นเธอก็หยิบข้าวสารที่ซื้อมาเมื่อวานมาล้างน้ำ วันนี้เธอตั้งใจจะทำโจ๊กใส่ไข่บำรุงเด็กๆ แม้จะเป็นเมนูง่ายๆ แต่ซูเนี่ยนก็ใส่ใจในทุกขั้นตอน เธอคอยปรับไฟไม่ให้แรงเกินไปจนข้าวต้มไหม้ติดก้นหม้อ เหมือนที่เจ้าของร่างเดิมเคยทำส่งๆ จนกินไม่ได้
เมื่อทำอาหารเสร็จและปิดฝาหม้อพักไว้ ซูเนี่ยนไม่ได้หยุดพัก เธอรีบกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบเศษผ้าที่เหลืออยู่ออกมาวางบนโต๊ะไม้
“ผ้าเหลือไม่มากแล้ว ถ้าจะทำผ้าเช็ดหน้าคงได้ไม่ถึงห้าผืน แต่ถ้าเป็นกระเป๋าใส่เหรียญใบเล็กๆ น่าจะพอได้อีกหลายใบ” เธอพึมพำกับตัวเอง
นิ้วเรียวสวยเริ่มขยับกรรไกรตัดผ้าเป็นรูปทรงกลมและสี่เหลี่ยมอย่างชำนาญ การออกแบบกระเป๋าใส่เหรียญในครั้งนี้ เธอตั้งใจจะทำให้มันดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย โดยการใช้เทคนิคการกุ๊นขอบด้วยผ้าคนละสีเพื่อสร้างความแปลกตา
ขณะที่เสียงกรรไกรฉับๆ ดังขึ้นเป็นจังหวะ เหว่ยเฉียงก็เดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ที่เขานอนรวมกับลูกๆ เขาอยู่ในชุดทำงานสีเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ใบหน้าคมเข้มนั้นยังดูเรียบเฉยแต่แววตาไม่ได้แข็งกร้าวเท่าเมื่อวันก่อน เขาเดินไปที่บ่อน้ำ ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดจนรู้สึกสดชื่น ก่อนจะสายตาเลื่อนไปเห็นควันไฟที่ครัวและร่างของซูเนี่ยนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้อง
เขาไม่ได้ทักทายเธอ แต่เดินไปหยิบจอบเหล็กที่พิงอยู่ข้างฝาบ้าน แล้วตรงไปยังพื้นที่รกร้างหลังบ้านตามที่ได้รับปากเธอไว้เมื่อคืน
ที่หลังบ้านนั้น มีแปลงผักเล็กๆ ที่เหว่ยเฉียงเคยปลูกทิ้งๆ ขว้างๆ ไว้ มีเพียงต้นหอมและผักชีที่ขึ้นอยู่อย่างตามมีตามเกิด ท่ามกลางหญ้าคาที่ขึ้นรกชัฏ เขาไม่รู้หรอกว่าซูเนี่ยนจะทำได้อย่างที่ปากว่าจริงไหม แต่การที่เห็นเธอตื่นเช้ามาทำอาหารและนั่งทำงานอย่างขยันขันแข็ง มันทำให้เขารู้สึกว่าความหวังที่ริบหรี่ในบ้านหลังนี้ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่นานนัก จินเป่าและหยวนเป่าก็ตื่นนอน เด็กน้อยทั้งสองขยี้ตาเดินออกมาจากห้อง ซูเนี่ยนเห็นเข้าพอดีจึงวางงานในมือลง
“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะเด็กๆ มาหาแม่มา เดี๋ยวแม่พาไปล้างหน้า” ซูเนี่ยนส่งเสียงเรียกอย่างอ่อนโยน
ทว่าจินเป่ากลับชะงัก เธอรีบกุมมือหยวนเป่าไว้แน่นแล้วส่ายหัวเบาๆ “ไม่ต้องค่ะแม่ หนูพาน้องทำเองได้ค่ะ”
ซูเนี่ยนมองดูภาพที่เด็กหญิงตัวเล็กๆ อายุเพียง 7 ขวบ จูงมือน้องชายไปที่อ่างน้ำดินเผา จินเป่าใช้ผ้าเก่าๆ ชุบน้ำบิดจนหมาด แล้วค่อยๆ เช็ดหน้าให้หยวนเป่าอย่างเบามือ จากนั้นเธอก็จัดการล้างหน้าตัวเองอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางที่พึ่งพาตัวเองได้ดีเกินวัยนั้นทำให้ซูเนี่ยนรู้สึกสะท้อนใจลึกๆ
“จินเป่าเก่งมากเลยลูก งั้นล้างหน้าเสร็จแล้วมาทานข้าวกันนะ แม่ทำข้าวต้มใส่ไข่ไว้ให้” ซูเนี่ยนยิ้มชื่นชม พยายามไม่เข้าไปก้าวก่ายเพื่อให้เด็กๆ รู้สึกสบายใจ
เมื่อครอบครัวพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร เหว่ยเฉียงเดินเข้ามาในสภาพเหงื่อซึมกาย
“ปลูกผักตรงนั้น...ฉันถางหญ้าออกให้แล้วนะ เหลือแค่ขุดร่องดิน” เหว่ยเฉียงพูดขึ้นขณะรับถ้วยข้าวต้มจากซูเนี่ยน
มื้อเช้าผ่านไปอย่างเรียบง่าย หยวนเป่ากินข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนจินเป่าก็ดูจะเจริญอาหารขึ้นกว่าทุกวัน หลังจากทานเสร็จ ซูเนี่ยนบอกให้เด็กๆ ไปช่วยกันเก็บเศษหญ้าที่พ่อถางไว้ ส่วนตัวเธอก็กลับมานั่งประจำที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง
วันนี้ซูเนี่ยนตั้งใจจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานเย็บปัก หลังจากที่เธอเย็บตัวกระเป๋าใส่เหรียญแบบใหม่จนเสร็จเป็นรูปร่างประมาณ 10 ใบ เธอก็เริ่มขั้นตอนการปักต่อโดยไม่หยุดพัก
รอบนี้เธอไม่ได้ปักเพียงดอกเหมยเรียบๆ เหมือนเมื่อวาน แต่เธอหยิบแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัวมาใช้ เธอปักลายผีเสื้อตัวน้อยที่กำลังตอมดอกไม้ ลายกิ่งไผ่ที่พริ้วไหว และลายปลาคู่ที่สื่อถึงความมงคล เธอใช้เทคนิคการไล่เฉดสีด้ายทำให้ลายปลาคู่ดูมีมิติเหมือนกำลังว่ายอยู่ในผืนผ้าจริงๆ ลายที่ซับซ้อนขึ้น จะทำให้อัพราคาได้ใบละ 1-2 หยวน
เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ซูเนี่ยนนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ใต้แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา เธอไม่ยอมลุกไปไหน แม้เหงื่อจะซึมตามไรผม แต่สมาธิของเธอกลับนิ่งสงบ เธอรู้สึกถึงความสุขอย่างประหลาด ความสุขที่ได้ใช้ฝีมือของตัวเองเพื่อสร้างอนาคตให้กับเด็กๆ และผู้ชายที่ดูเหมือนน้ำแข็งคนนั้น
ทางด้านหลังบ้าน เหว่ยเฉียงแอบมองเข้ามาในหน้าต่างอยู่บ่อยครั้ง เขาเห็นภรรยานั่งนิ่ง ขยับเพียงปลายนิ้วที่ถือเข็มอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังของเธอที่เคยสวมใส่แต่เสื้อผ้าหรูหรา บัดนี้สวมเพียงเสื้อผ้าฝ้ายธรรมดา
เขาหันกลับไปก้มหน้าก้มตาขุดร่องดินต่อ ตลอดทั้งบ่าย ซูเนี่ยนยังคงนั่งปักผ้าอย่างไม่ลดละ เธอเพิ่มรายละเอียดเล็กๆ เพื่อทำให้กระเป๋าใส่เหรียญใบเล็กๆ ดูน่าซื้อยิ่งขึ้น
