
บทย่อ
จะเป็นเช่นไร เมื่อวิญญาณดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตต้องมาอยู่ในร่างหญิงร้ายกาจที่ผลาญเงินครอบครัวจนล่มจม เธอเดินไปทางไหนก็มีแต่คนรังเกียจ ลูกเลี้ยงทั้งสองต่างหวาดกลัวเธอ ส่วนสามีก็มองเธอด้วยสายตาชิงชัง
ตอนที่ 1 ตื่นมาก็เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายเสียแล้ว
ตอนที่ 1 ตื่นมาก็เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายเสียแล้ว
ซูเนี่ยนรู้สึกเหมือนศีรษะกำลังจะระเบิด ความทรงจำสุดท้ายของเธอ คือเสียงเบรกดังสนั่นและแรงกระแทกมหาศาลจากอุบัติเหตุรถยนต์บนทางด่วน แต่ทำไมตอนนี้หลังของเธอกลับรู้สึกถึงพื้นเตียงแข็งๆ และผ้าห่มที่มีกลิ่นอับชื้นแทนที่จะเป็นเตียงของโรงพยาบาล
"แม่... แม่ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเล็กๆ สั่นเครือดังขึ้นข้างหู
ซูเนี่ยนพยายามลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานไม้เก่าๆ ที่มีหยากไย่แมงมุมเกาะอยู่ เมื่อหันไปตามเสียงเธอก็ต้องชะงัก เด็กชายตัวน้อยอายุประมาณ 5 ขวบ สวมเสื้อผ้าปะชุนจนแทบไม่เห็นเนื้อผ้าเดิม ยืนกอดถังน้ำใบเล็กอยู่มุมห้อง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"ที่นี่คือที่ไหน..." เธอพึมพำเบาๆ
เด็กน้อยสะดุ้งจนน้ำในถังกระฉอก "หยวนเป่าผิดไปแล้ว! อย่าตีหยวนเป่าเลยนะครับแม่ เดี๋ยว...เดี๋ยวพี่จินเป่าจะเอาโจ๊กมาให้แม่กินแล้ว"
พูดจบเด็กน้อยก็วิ่งหนีออกไปจากห้องราวกับเห็นผี ซูเนี่ยนขมวดคิ้วด้วยความมึนงง ก่อนที่ความทรงจำประหลาดจะหลั่งไหลเข้ามาในหัว
นี่คือปี 1980 วิญญาณของเธอมาอยู่ในร่างของซูเนี่ยน หญิงสาวที่มีชื่อเหมือนกันกับเธอ แต่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วราวฟ้ากับเหว ซูเนี่ยนถูกพ่อแม่ส่งมาแต่งงานกับเหว่ยเฉียง พ่อหม้ายลูกติดที่เป็นอดีตทหาร เพื่อแลกกับเงินสินสอด
ซูเนี่ยนเจ้าของร่างเดิมนั้นมีนิสัยร้ายกาจเหลือทนจนสามีเอือมระอา เธอโกรธพ่อแม่ที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ในหมู่บ้านชนบทแบบนี้ เกลียดลูกติดของสามี และมักจะหาเรื่องดุด่าทุบตีเด็กๆ ลับหลังเหว่ยเฉียงเสมอ
หญิงสาวพยุงร่างกายที่อ่อนแรงลุกขึ้นเดินออกไปที่ห้องครัว ภาพที่เห็นทำให้ใจของเธอสั่น ที่หน้าเตาไฟเก่าๆ จินเป่า เด็กหญิงตัวเล็กอีกคนอายุประมาณ 7 ขวบ กำลังยืนบนม้านั่งเตี้ยๆ พยายามคนหม้อโจ๊กที่มีแต่น้ำใสๆ ส่วนหยวนเป่านั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ
"เดี๋ยวฉันทำเอง" ซูเนี่ยนเดินเข้าไปหา
เด็กทั้งสองคนสะดุ้งโหยง จินเป่ารีบเอาตัวบังน้องชายไว้ "แม่...จะเสร็จแล้วค่ะ อย่าตีพวกเราเลยนะคะ"
ซูเนี่ยนถอนหายใจยาว เธอพยายามปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนที่สุด "ฉันไม่ได้จะตี ใครบอกว่าจะตี หลีกไปเดี๋ยวไฟจะลวกเอา"
ขณะที่เธอกำลังจะหยิบทัพพีไม้จากมือจินเป่า เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากหน้าบ้าน ชายหนุ่มร่างสูงกำยำในชุดสีเขียวขี้ม้าซีดๆ เดินเข้ามา
พร้อมแบกฟืนกองใหญ่ไว้บนหลัง ใบหน้าของเขาคมเข้ม คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นซูเนี่ยนอยู่ใกล้ๆ ลูกของเขา
"ซูเนี่ยน!!...เธอจะทำอะไรลูกอีก" เหว่ยเฉียงวางฟืนลงเสียงดัง ก่อนจะก้าวเข้ามาขวางระหว่างเธอกับเด็กๆ แววตาของเขาเย็นชาและแฝงไปด้วยความชิงชังอย่างไม่ปิดบัง
แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
"พี่เฉียง...พี่กลับมาแล้ว"
เป็นลู่ลู่หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าดูสะอาดสะอ้าน เธอเดินถือตะกร้าไข่เข้ามาในบ้านด้วยรอยยิ้ม
"พี่เฉียงอย่าโกรธซูเนี่ยนเลยค่ะ เธออาจจะแค่อารมณ์ไม่ดีตามประสาคนเมืองที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบตามใจ ฉันเอาไข่ไก่มาฝากเด็กๆค่ะ กลัวว่าเด็กๆ จะไม่ได้กินอิ่ม" ลู่ลู่หันมามองซูเนี่ยนด้วยสายตาเยาะเย้ย
ซูเนี่ยนปรายตาไปมองไข่ไก่ในตะกร้าของลู่ลู่ที่เธอเพิ่งหยิบออกมา จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาขี้อิจฉาหรือเกรี้ยวกราดอย่างไร้สติเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นแววตาที่นิ่งสงบและอ่านยากจนลู่ลู่รู้สึกใจหายวาบ
“ลู่ลู่...ขอบใจมากนะสำหรับไข่ไก่ แต่ทีหลังถ้าจะเอามาให้ ก็วางไว้เฉยๆ ไม่ต้องแถมคำพูดจิกกัดว่าฉันเลี้ยงลูกไม่ดีหรอก"
“ซูเนี่ยน ฉัน... ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันแค่เป็นห่วงเด็กๆ เพราะเห็นว่าเมื่อก่อนเธอ...” ลู่ลู่พยายามทำเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้พลางหันไปมองเหว่ยเฉียงเพื่อขอความเห็นใจ
“เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อน ครอบครัวของฉัน...ฉันดูแลเองได้” ซูเนี่ยนตัดบทเสียงเรียบ “ธุระของเธอก็เสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ ไข่ก็ได้ให้แล้ว คำค่อนแคะก็ได้พูดแล้ว งั้นก็กลับไปเถอะ ที่บ้านเธอก็คงมีงานต้องทำเหมือนกัน อย่ามาเสียเวลากับครอบครัวคนอื่นเลย”
ลู่ลู่หน้าชาเหมือนถูกตบกลางอากาศ เธอหันไปมองเหว่ยเฉียง หวังจะให้ชายหนุ่มตำหนิความไร้มารยาทของภรรยา แต่เหว่ยเฉียงกลับขมวดคิ้วจ้องมองซูเนี่ยนอย่างไม่วางตา เขาแปลกใจที่เห็นซูเนี่ยนมีสติสัมปชัญญะและพูดจาเป็นเหตุเป็นผลได้ขนาดนี้ ปกติเธอต้องโวยวายเสียงดังจนบ้านแทบแตก
“พี่เฉียงคะ... ดูซูเนี่ยนสิคะ ฉันแค่หวังดี...”
“ขอบใจสำหรับไข่นะลู่ลู่ ตอนนี้เธอกลับไปก่อนเถอะ” เหว่ยเฉียงพูดเสียงเข้ม แม้เสียงจะนิ่งแต่มันคือคำขาด ลู่ลู่กำชายเสื้อตัวเองแน่นด้วยความแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากลานบ้านดินด้วยท่าทีฮึดฮัด
