ตอนที่ 6 ไม่ชอบติดค้างบุญคุณใคร
ตอนที่ 6 ไม่ชอบติดค้างบุญคุณใคร
ระหว่างทางกลับบ้าน เธอเดินสวนกับลู่ลู่ที่กำลังเดินออกมาจากทางหมู่บ้าน ลู่ลู่มองเห็นถุงของกินมากมายในมือซูเนี่ยน แววตาของเธอก็ลุกวาวด้วยความริษยา
“อ้าว! ซูเนี่ยน... ไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะถึงซื้อของได้ขนาดนี้ล่ะ?” ลู่ลู่ถามเสียงสูงจงใจให้ชาวบ้านแถวนั้นได้ยิน “อย่าบอกนะว่าเธอแอบเอาของในบ้านพี่เฉียงไปขายอีกแล้ว หรือว่า...เธอไปขอเงินใครเขามา?”
คำพูดส่อเสียดนั้นทำให้ชาวบ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลเริ่มหันมาซุบซิบกันถึงพฤติกรรมเก่าๆ ของเจ้าของร่างเดิมที่ชอบลักเล็กขโมยน้อยและผลาญเงินสามี
ซูเนี่ยนหยุดชะงักฝีเท้าลง เธอไม่ได้มีท่าทีลนลานหรือเกรี้ยวกราดเหมือนที่ลู่ลู่คาดหวัง ในทางตรงกันข้ามเธอกลับยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เป็นยิ้มที่คนมองรู้สึกอึดอัด
“แหม...ลู่ลู่ความจำของเธอช่างเป็นเลิศจริงๆ นะ ถ้าเธอไม่พูดก็คงไม่มีใครว่าเธอเป็นใบ้หรอก!...แล้วเรื่องจับผิดคนอื่นนี่คงเป็นงานถนัดของเธอสินะ” พูดจบซูเนี่ยนก็หัวเราะในลำคอเบาๆ
ชาวบ้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เริ่มเงี่ยหูฟัง ลู่ลู่หน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้มสู้ “ฉันก็แค่ถามดูเพราะเป็นห่วงพี่เฉียง เห็นเธอกลับมาพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งที่เมื่อก่อนเธอแทบไม่เคยขยับตัวทำอะไร นอกจากใช้เงินที่พี่เฉียงหามาได้ยากลำบาก...ฉันกลัวว่าพี่เฉียงจะเดือดร้อนเพราะเธออีกน่ะ”
“ขอบใจที่เป็นห่วงสามีของฉันนะลู่ลู่” ซูเนี่ยนเน้นคำว่าสามีจนลู่ลู่หน้าตึง “แต่ทีหลังไม่ต้อง เพราะคนที่เดือดร้อนคือสามของฉันไม่ใช่เธอ! และคนเราถ้าคิดจะปรับปรุงตัว มันก็ต้องเริ่มจากการลงมือทำ ไม่ใช่ดีแต่พูดหรือคอยสอดส่องชีวิตคนอื่นไปวันๆ วันนี้ฉันเอากระเป๋าผ้าที่ฉันปักไปขายที่ตลาดในตำบล ถึงได้มีเงินซื้อของพวกนี้กลับมา ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีอย่างที่เธอคิด”
ซูเนี่ยนไม่ได้เปิดโอกาสให้ลู่ลู่ได้โวยวายต่อ เธอวางถุงข้าวสารลงชั่วคราว แล้วเอื้อมมือลงไปในตะกร้าหวายใบใหม่ที่เธอเพิ่งซื้อมา เธอหยิบถุงไข่ไก่ที่จัดวางไว้อย่างดีออกมา
“อ้อ... เกือบลืมไปเลย” ซูเนี่ยนหยิบไข่ไก่ขึ้นมาสามฟอง แล้วเดินเข้าไปหาลู่ลู่ช้าๆ “เมื่อวานเห็นเธอบอกว่าเอาไข่ไก่มาฝากเด็กๆ ด้วยความหวังดี ฉันเป็นคนไม่ชอบติดค้างบุญคุณใครนานๆ ตอนนี้ฉันมีปัญญาซื้อไข่ไกกินเองแล้ว และซื้อมาเยอะด้วย...ไข่สามฟองฉันขอคืนให้เธอ”
ซูเนี่ยนคว้ามือของลู่ลู่ขึ้นมาแล้วยัดไข่ไก่สามฟองนั้นใส่มือหญิงสาว ลู่ลู่ยืนค้างทำอะไรไม่ถูก
“และต่อไปนี้อย่าเอาอะไรมาให้ลูกฉันอีก... เพราะฉันมีปัญญาซื้อให้ลูกๆเองได้”
ซูเนี่ยนหันไปยิ้มให้ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ “ไปก่อนนะจ๊ะป้าๆ น้าๆ วันนี้ต้องรีบกลับไปทำขนมหวานให้เด็กๆ และทำกับข้าวรอพี่เฉียง”
เธอหยิบข้าวสารและของกินพะรุงพะรังเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ลู่ลู่ยืนถือไข่ไก่สองฟองจนมือสั่น
เมื่อซูเนี่ยนเดินกลับมาถึงบ้านดิน เธอก็เห็นจินเป่ากำลังกวาดลานหน้าบ้านอยู่ ส่วนหยวนเป่านั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้าน พอเด็กน้อยทั้งสองเห็นแม่เลี้ยงเดินมาพร้อมถุงของกินมากมาย แววตาของพวกเขาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
“แม่กลับมาแล้ว!” หยวนเป่าตะโกนลั่น วิ่งเตาะแตะเข้ามาหา
ซูเนี่ยนยิ้มแก้มปริ เธอวางของลงบนม้านั่ง “ดูสิ วันนี้แม่ซื้ออะไรมาบ้าง มีน้ำตาลทรายแดงด้วยนะ เดี๋ยวแม่จะทำไข่หวานให้กิน”
จินเป่าเดินเข้ามาใกล้ๆ มองดูถุงข้าวสารถุงใหญ่และน้ำมันพืชขวดใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย แต่เธอก็ไม่กล้าถามอะไรมากเพราะกลัวแม่เลี้ยงรำคาญ
ซูเนี่ยนไม่รอช้า เธอเริ่มจัดการทำความสะอาดห้องครัวใหม่ เธอเทข้าวสารใส่ถังไม้ที่ล้างสะอาด จัดวางเครื่องปรุงที่เพิ่งซื้อมาให้อยู่ในที่ทางที่เหมาะสม
เธอเริ่มลงมือทำอาหารเย็นอย่างตั้งใจ วันนี้มีไข่เจียว ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง และเมนูพิเศษคือไข่หวานน้ำขิงที่เธอตั้งใจทำเพื่อบำรุงร่างกายเด็กๆ กลิ่นหอมของน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวกับขิงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นหอมออกไปถึงหน้าบ้าน
ขณะที่เธอกำลังตักไข่หวานใส่ถ้วย เหว่ยเฉียงก็เดินกลับเข้าบ้านมาพอดี เขาหยุดยืนที่ธรณีประตู สูดกลิ่นอาหารที่หอมแปลกไปจากทุกวัน สายตาของเขาเลื่อนไปมองของกินที่วางเรียงรายอยู่ในครัว แล้วกลับมาหยุดที่ซูเนี่ยนซึ่งกำลังส่งยิ้มให้เขา
“กลับมาแล้วเหรอคะ พี่ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ อาหารเสร็จพอดี วันนี้ฉันขายของได้เยอะเลยซื้อข้าวสารกับเครื่องปรุงมาเพิ่มด้วย”
เหว่ยเฉียงนิ่งอึ้ง เขาเดินเข้าไปสำรวจของในครัวอย่างเงียบๆ ความระแวงในใจยังมีอยู่ แต่หลักฐานตรงหน้ามันค้านสายตา เขาเห็นความมุ่งมั่นในตัวผู้หญิงคนนี้ และเห็นแววตาของลูกๆ ที่เริ่มมีชีวิตชีวา
“เธอ...ขายได้จริงๆ งั้นเหรอ?” เขาถามเสียงเบา
“ค่ะ ได้มาเกือบ 7 หยวนเชียวนะคะ” ซูเนี่ยนตอบพลางส่งถ้วยไข่หวานให้เขา “ลองชิมดูสิคะไข่หวานน้ำขิง”
เหว่ยเฉียงรับถ้วยมาอย่างงงๆ เขามองดูภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเกลียดเข้าไส้ แต่ตอนนี้เธอกลับดูมีเสน่ห์และดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าที่เขาเคยรู้จัก
มื้อค่ำวันนั้นเป็นมื้อที่พิเศษที่สุดเท่าที่ครอบครัวนี้เคยมีมา เด็กๆ กินไข่หวานกันอย่างเอร็ดอร่อยจนเกลี้ยงชาม เหว่ยเฉียงเองก็ทานข้าได้มากกว่าปกติ
หลังจากเด็กๆ เข้านอนแล้ว ซูเนี่ยนยังคงนั่งอยู่หน้าตะเกียงน้ำมัน ค่อยๆ แกะห่อเมล็ดพันธุ์ผักที่ซื้อมา
“พี่เฉียงคะ...” เธอเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “พรุ่งนี้ช่วยฉันถางหญ้าหลังบ้านหน่อยได้ไหมคะ? ฉันอยากปลูกผักไว้กินเองและเอาไปขายที่ตลาดด้วย”
เหว่ยเฉียงที่กำลังซ่อมเก้าอี้ไม้เงยหน้าขึ้น มองดูผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา นี่ใช่ซูเนี่ยนคนเดิมที่เคยกรีดร้องเพียงเพราะเห็นหนอนในแปลงผักข้างบ้านจริงๆ หรือ? แต่แววตาของเธอมันบอกว่าเธอไม่ได้พูดเล่น
“อืม... เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจัดการให้”
คำตอบรับสั้นๆ ของเขาทำให้ซูเนี่ยนยิ้มออก แม้หนทางปลดหนี้ 500 หยวนจะยังอีกไกล และความเชื่อใจยังไม่เต็มร้อย แต่วันนี้เธอก็ได้พิสูจน์แล้วว่าแม่เลี้ยงใจร้ายคนนี้ กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ให้ทุกคนได้เห็น
