บทที่ 2.2
“เขายังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ขอรับ เด็กคนนั้น องค์ชายใหญ่ตัวปลอม”
“ยังมีชีวิตอยู่”
ฟังน้ำเสียงของบิดา เกาอู่เยี่ยก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายมีชีวิตอยู่อย่างไรในตำหนักเย็น องค์ชายผู้ซึ่งมีข่าวลือว่าเป็นปีศาจ ทั้งยังเป็นสาเหตุให้มารดาและตระกูลหลินต้องพังพินาศ
“ลูกเยี่ย”
“ขอรับท่านพ่อ”
“พ่อดีใจที่เจ้าไม่ได้เติบโตในวังหลวง ดีใจที่แม้เจ้าจะรู้เรื่องนี้ แต่เจ้าก็ยังเป็นบุตรชายคนเดิมของตระกูลเกา”
“ข้าไม่อาจทำให้ท่านแม่เสียใจ นางเลี้ยงดูข้า มอบความรักให้ข้าไม่น้อยไปกว่าพี่ใหญ่ ทุกคนในจวนตระกูลเกาล้วนรักและหวังดีต่อข้า”
เกาจิ้นยิ้มออกมาจางๆ แม้ใจในจะหนักอึ้ง ฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์จะให้เขาพาบุตรชายคนนี้ไปเข้าเฝ้า แต่จนถึงตอนนี้เกาอู่เยี่ยก็ยังไม่ใจอ่อน
ที่สำคัญฮ่องเต้เองก็ดูเหมือนไม่ทรงมีพระประสงค์จะบีบบังคับ แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เขากลับอยากให้เกาอู่เยี่ยไปเข้าเฝ้าสักครั้ง
“ลูกเยี่ย”
“ท่านพ่อ หากอยากให้เข้าเข้าเฝ้า ข้ามีเรื่องหนึ่งแลกเปลี่ยน”
“อะไรหรือ”
“ข้าอยากพบเขาสักครั้ง องค์ชายใหญ่ซางหยาง เด็กคนนั้นที่ถูกจองจำแทนข้า”
เกาจิ้นมีท่าทางประหลาดใจไม่น้อย “เรื่องนี้...ให้พ่อลองหาทางดูก่อน หากฮ่องเต้ทรง...”
“ลูกไม่รีบขอรับ จนกว่าจะถึงวันออกเดินทางไปชายแดน ลูกจะรอคำตอบ”
“ได้” เกาจิ้นพยักหน้า “เช่นนั้นเรากลับออกไปข้างนอกกันเถิด แม่ของเจ้าคงกระวนกระวายแล้ว”
“ท่านแม่ตามหาลูกหรือขอรับ”
เกาอู่เยี่ยลุกขึ้นเก็บของกลับเข้าไปในหีบ จากนั้นจึงปิดเอาไว้เช่นเดิม คนทั้งสองหมุนกายเดินออกมา โดยไม่หันหลังกลับไปมองหีบใบนั้นอีก
สามวันถัดมาเกาอู่เยี่ยมาเยือนจวนตระกูลอัน ทำให้เจ้าบ้านรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ที่สำคัญไปกว่านั้นในมือของเขายังมีตะกร้าลูกพลับเหลืองอร่ามน่ากินติดมือมาด้วย
“พี่อู่เยี่ย” อันซุ่ยเหลียนยิ้มกว้าง
นางเดินเร็วๆ เข้าไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม ใบหน้าสดใสเงยขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นดวงตาก็จ้องตะกร้าลูกพลับเขม็ง “ของข้าหรือเจ้าคะ ของข้าใช่หรือไม่”
“ตัวตะกละน้อย ได้ยินว่าคราวก่อนที่ข้าส่งมากินหมดแล้ว ดังนั้นอย่าได้คิดซุกซนไปปีนต้นไม้ที่จวนอีกเล่า”
“เอ่อ”
เจ้าบ้านตระกูลอันกับฮูหยินถึงกับพูดไม่ออก พวกเขาเคยพบเกาอู่เยี่ยมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งก็หาได้สนิทสนมและพูดคุยกันมากนัก
ฟังจากบทสนทนาทั้งสองจึงกระจ่างว่าตะกร้าลูกพลับก่อนหน้านี้ ผู้ใดกันแน่ที่เป็นคนส่งมาให้อันซุ่ยเหลียน เห็นบุตรสาวของตนพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างคุ้นเคย สองสามีภรรยาก็อดที่จะหันไปมองหน้ากันไม่ได้
เด็กหนุ่มคนนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เพียงแต่หลังจากกลับมาจากชายแดน ทั้งยังบาดเจ็บสาหัส เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
จากที่สดใสยิ้มแย้ม กลับกลายเป็นเก็บเนื้อเก็บตัวมากขึ้น ไปมาหาสู่สหายน้อยยิ่งกว่าน้อย
วันนี้เกาอู่เยี่ยกลับมาเยือนจวนตระกูลอัน ทั้งยังมาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า พวกเขาออกจะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
“ท่านลุงกับท่านป้าหาต้องคิดมาก ข้าเพียงมาเยี่ยมเยียนเท่านั้น หลายวันก่อนมีโอกาสได้พบตัวตะกละน้อยตัวนี้ เห็นนางชอบลูกพลับ ข้าจึงเก็บมาฝาก”
“ลำบากคุณชายรองจริงๆ ที่ต้องมาที่นี่ อย่างไรเสียวันนี้เสี่ยวเฟิ่งกับเหลียนเอ๋อร์ของเราก็ต้องไปที่จวนแม่ทัพอยู่แล้ว วันนี้เกาฮูหยินรับปากว่าจะทำขนมอร่อยๆ ให้พวกนางทั้งสอง”
อันฮูหยินแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน ยิ่งในยามที่ลูบศีรษะเล็กของบุตรสาว
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “เช่นนั้นดีเลย ให้พวกนางไปพร้อมกันกับข้าก็แล้วกัน ข้าจะดูแลให้เป็นอย่างดี”
“จะเป็นการรบกวนหรือไม่ เด็กสองคนนี้ซุกซนแก่นแก้ว ท่านอาจรำคาญเอาง่ายๆ”