บทที่ 2.1
ราชโองการลับนี้ เขาได้มาไว้ในครอบครองนับจากนั้น หากแต่...เขาพยายามแสร้งทำเป็นลืมเลือนเสมอมา ทั้งยังบอกตัวเองว่าเขาเป็นคนตระกูลเกา
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ชายหนุ่มชะงัก “ท่านพ่อ”
“นึกแล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่” เกาจิ้นถอนหายใจออกมาเสียงเบา
นับตั้งแต่บุตรชายของเขาอายุได้หกขวบ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ล้วนมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ กระนั้นหลังจากล่วงรู้ความลับของชาติกำเนิดตัวเอง เกาอู่เยี่ยกลับใช้ที่นี่เก็บของสำคัญ และไม่ก้าวเข้ามาในนี้อีกเลยจนถึงตอนนี้
เขาเดินมาหยุดข้างๆ บุตรชายที่เขาเลี้ยงดูมาตลอดระยะเวลาสิบเจ็บปีมานี้
เรื่องราวในอดีตหากเลือกได้เขาย่อมไม่อยากให้ลงเอยเช่นนี้ หากเลือกได้...เขาย่อมอยากให้เกาอู่เยี่ยเป็นบุตรชายที่แท้จริงของเขากับฮูหยิน
มือใหญ่ที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นหยิบผ้าผืนหนึ่งในหีบขึ้นมา “สิบเจ็ดปีก่อน จำได้ว่าในวันนั้นฟ้าผ่าลงมาเหนือตำหนักซู่เฟิน ไฟลุกโหมรุนแรง ท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองเพราะพระสนมทั้งสองต่างก็มีพระประสูติการในค่ำคืนเดียวกัน”
เกาอู่เยี่ยฟังบิดาซึ่งเลี้ยงดูสั่งสอนเขามาเป็นอย่างดีด้วยท่าทีสงบ
“คืนนั้นฝนตกหนักฟ้าร้องคำราม หลินกุ้ยเฟยหลังมีพระประสูติการกลับเอาแต่กรีดร้องโวยวาย นางอาละวาดทำลายข้าวของทั้งยังพยายามทำร้ายโอรสของตัวเอง”
“ท่านแม่เคยบอกข้าแล้วขอรับ นางอยู่ในเหตุการณ์ด้วย” เกาอู่เยี่ยพึมพำ “นางบอกว่ามารดาที่ให้กำเนิดบอกว่าข้าเป็นปีศาจร้าย”
เกาจิ้นตบลงบนไหล่ของบุตรชาย “เจ้าเป็นบุตรชายของข้า”
“ข้ายินดีที่ท่านพ่อตัดสินใจพาข้าออกมา เพียงแต่...” เกาอู่เยี่ยมองดูผ้าในมือของเกาจิ้น ผ้าผืนดังกล่าวก็คือผ้าที่ใช้ห่อหุ้มเด็กทารกในวันที่เขาเกิด
“หากไม่ใช่เพราะอีกตำหนักวางแผนร้าย เรื่องคงไม่ง่ายถึงเพียงนี้” เกาจิ้นถอนหายใจออกมา
หลินกุ้ยเฟยมีพระประสูติการองค์ชาย แต่กลับคลุ้มคลั่งกระทั่งทำให้เกิดเพลิงไหม้ ผู้คนต่างก็ลือกันไปต่างๆ นานาว่าเป็นเพราะฟ้าผ่า และแน่นอนองค์ชายน้อยย่อมได้รับผลกระทบ
หากแต่อีกตำหนัก ฟางกุ้ยเฟยเองก็เตรียมแผนสลับตัวทารก หากไม่ใช่โอรส...คนตระกูลฟางก็เตรียมเด็กแรกเกิด ทั้งยังเป็นชายเอาไว้สับเปลี่ยน เรื่องนี้มีหรือโอรสสวรรค์จะไม่ระแคะระคาย
“ท่านพ่อ”
“ว่าอย่างไร”
“ทำไมวันนั้นท่านจึงพาข้าออกมาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ขอรับ”
เกาจิ้นถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เรื่องนี้เกาอู่เยี่ยเคยถามเขาหลายครั้ง แต่เขากลับยังไม่เคยให้คำตอบ “เจ้าอายุสิบเจ็ดแล้ว อีกทั้งเดือนหน้าก็จะตามพ่อไปชายแดน”
เกาอู่เยี่ยหันไปสบตากับบิดา “ขอรับ”
“มีคนไม่มากที่รู้เรื่องนี้ เพราะในคืนที่เจ้าเกิดมีสิ่งหนึ่งติดตัวเจ้ามาด้วย”
เกาอู่เยี่ยขมวดคิ้วมองบิดา “ท่านพ่อหมายถึงมีของบางอย่าง...”
“ใช่ ตอนที่เจ้าเกิดมา เจ้ากุมบางอย่างเอาไว้ในมือ หินก้อนหนึ่งมีสีดำ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถแตะต้อง เว้นเพียงหลินกุ้ยเฟย ตอนที่นางกำลังพยายามยื้อแย่ง เจ้ากลับกลืนมันเข้าไป หินสีดำก้อนนั้นใหญ่มาก แต่เจ้ากลับกลืนเข้าไปได้ทั้งที่เจ้าเป็นเพียงเด็กทารก เพราะอย่างนี้หลินกุ้ยเฟยจึงคลุ้มคลั่ง และหาว่าเจ้าเป็น...”
“ปีศาจร้าย” เกาอู่เยี่ยเอ่ยเสียงเรียบ
“ตอนนั้นเรื่องทารกที่ตระกูลฟางนำมาสับเปลี่ยนถูกเปิดโปง ฮ่องเต้ทรงเล็งเห็นแล้วว่าเรื่องนี้ไม่อาจอยู่ในการควบคุม ตระกูลหลินไร้อิทธิพลที่จะคุ้มครองเจ้า ตระกูลฟางแข็งแกร่งจนแม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทรงไม่แน่พระทัยว่าเจ้าจะปลอดภัยในวังหลวง”
เกาอู่เยี่ยนิ่งเงียบ เขามองราชโองการลับในมือนิ่ง ราชโองการลับที่เขียนรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้อย่างชัดเจน
รายละเอียดที่ว่าเกาอู่เยี่ยก็คือองค์ชายใหญ่แคว้นเทียนเฉา แต่เพราะอิทธิพลของตระกูลฟาง เด็กทารกที่ตระกูลฟางนำมาเพื่อสับเปลี่ยน กลับกลายเป็นตัวแทนของเขา เพราะในคืนนั้นฟางกุ้ยเฟยเองก็มีพระประสูติการองค์ชายเช่นกัน