บทที่ 1.5
กล่าวจบก็ใช้สองมือยกเอวเล็กขึ้น ความรู้สึกเช่นเดิมยังคงวูบวาบยังปลายนิ้ว ราวกับเขาสามารถสัมผัสผิวเนื้อของนางโดยตรง
“ซุ่ยเหลียน ต่อไปหากมีบุรุษอื่นเข้าใกล้เจ้า เจ้าอย่าได้ปล่อยให้เขาถูกเนื้อต้องตัวเจ้า”
นางขมวดคิ้วเงยหน้ามองเขาราวยังไม่เข้าใจ “แต่...ท่านไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่หรือเจ้าคะ” นางมีท่าทีลังเล
“ท่านแม่บอกว่าพี่เซียนเอ๋อร์แต่งให้พี่ใหญ่หย่งหาน เขาลูบศีรษะข้า ทั้งยังบอกว่านับจากนี้ไม่ใช่คนอื่นไกล พวกเราล้วนเป็นคนกันเอง ท่านเป็นน้องชายของพี่ใหญ่หย่งหาน ก็ไม่นับว่าเป็นคนอื่น”
เกาอู่เยี่ยยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว “ข้าหมายถึงผู้อื่นที่ไม่ใช่เราสองตระกูล”
“อ๋อ เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจ” นางพยักหน้าพร้อมกับแบมือออกไป “ลูกพลับ”
มองรอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันนั้น เกาอู่เยี่ยก็ยิ่งใจเต้นรัว กลิ่นกายของนางทำให้เขาไม่อาจสงบ ดวงตาของนางทำให้ความชั่วร้ายในใจของเขาปะทุ
มือใหญ่สั่นเทาเล็กน้อย ในยามที่ความคิดทั้งดีและเลวกำลังขัดแย้งกัน
เอื้อมมือขึ้นไปไม่กี่ครั้ง ลูกพลับลูกใหญ่หวานฉ่ำสามลูกก็ถูกส่งให้มือน้อย รอยยิ้มหล่อเหลาเผยออกมา ในยามที่บอกให้นางรีบไป
กระนั้นดวงตาเคร่งเครียดกลับทำให้เด็กสาวสงสัย “ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ”
“เจ้ารีบไปเถิด ข้าเพียง...เหนื่อย”
เขากำมือแน่นเมื่อความคิดชั่วร้ายปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ทันทีที่มองไปยังน้ำตกจำลอง ตรงนั้นมีสถานที่ลับซึ่งเขาเป็นคนสร้างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อซุกซ่อนความลับเกี่ยวกับตัวเขาเอาไว้
เขาถึงกับกำลังคิดจะลากนางเข้าไปในนั้น!!!
“พี่อู่เยี่ย” เด็กสาวหันกลับมามองเขาทั้งยังยิ้มกว้าง “ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ท่านใจดีมากเลย”
เสียงปีศาจชั่วร้ายในตัวเขาคำรามลั่น...
เกาอู่เยี่ยนั่งหน้าซีดขาว เหงื่อซึมออกมาจากไรผมและฝ่ามือใหญ่ที่กำแน่น เขาฝืนยิ้มให้นางจากนั้นก็มองดูนางค่อยๆ เดินลับไปจากสวนของจวนแม่ทัพ
เสียงคำรามเบาๆ ในลำคอดังขึ้น ร่างเกร็งจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย
“ข้านะหรือใจดี...” เขาพึมพำอย่างเหม่อลอย
สายตาคมมองไปยังน้ำตกจำลอง สายลมที่พัดแผ่วเข้ามาเอื่อยๆ แมกไม้ในสวนปลิวไสว
ร่างสูงที่นั่งนิ่งลุกขึ้นจากนั้นจึงเดินตรงไปยังน้ำตกจำลอง กดมือเข้าไปยังรอยบุ๋มของแนวหินเหนือน้ำตก
ไม่นานประตูลับบานหนึ่งก็เลื่อนเปิด พร้อมกับความลับมากมายที่เขาซุกซ่อนเอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่าน
ทันทีที่แสงสว่างจากคบเพลิงส่องเข้าไปตามทางเดินทอดยาว ความมืดก็ถูกปัดเป่าหลงเหลือเพียงความเงียบงันวังเวง
เสียงฝีเท้าก้าวเข้าไปทีละก้าวๆ ของเกาอู่เยี่ย ดังก้องไปทั่วทั้งทางเดิน หัวใจอันเต้นรัวและความเจ็บปวดจากเรื่องราวในอดีต ไม่อาจทำร้ายเข้าได้อีกแล้ว นับตั้งแต่ได้รู้ความจริงเมื่อหลายปีก่อน
คราแรกแม้ไม่อาจยอมรับ หากแต่เวลาก็ค่อยๆ เยียวยา ทั้งยังทำให้เขาได้สติ
กลางห้องลับอับชื้นมีแท่นหินตั้งอยู่ บนนั้นมีหีบใบหนึ่งวางอยู่ด้านบน หีบซึ่งเก็บความลับเกี่ยวกับตัวเขา
คบเพลิงถูกเสียบเข้ากับข้างผนัง ร่างสูงเดินไปหยุดยังหน้าหีบเหล็ก กระทั่งเกาอู่เยี่ยเปิดหีบใบนั้นออกมา ใบหน้าของชายหนุ่มก็ยังคงเรียบเฉย
สิบเจ็ดปีแล้วหลังจากเกิดเรื่องที่ตำหนักซู่เฟิน คนตายล้วนถูกลืมเลือน ผู้ที่รอดชีวิตหรือก็ไร้ซึ่งผู้จดจำ ความทุกข์ทรมานที่ได้รับ ความทรงจำเลือนรางที่ล้วนอยากลืมให้สิ้น
ราชโองการลับที่ถูกซุกซ่อนในหีบถูกเปิดออก เกาอู่เยี่ยกวาดสายตาอ่านด้วยใบหน้าเรียบเฉย นับตั้งแต่อายุสิบเอ็ดเขาก็ติดตามเกาจิ้น เกาป๋อหยาง และเกาหย่งหานไปชายแดน
สงครามทำให้ตระกูลเกาซึ่งเป็นตระกูลแม่ทัพไม่อาจหลีกเลี่ยงการสูญเสีย เกาป๋อหยางสิ้นใจกลางสนามรบ ตัวเขาเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด และนั่นทำให้เขาได้รู้ความลับเกี่ยวกับชาติตระกูลของตัวเอง