บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

“ข้าจะปักปิ่นปีหน้าเจ้าค่ะ ยังมีเวลาสูงขึ้นอีกตั้งปีหนึ่ง”

เขาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ปลายนิ้วที่ยังคงหลงเหลือสัมผัสนุ่มนิ่ม ทำให้เขามองสบตานางด้วยดวงตาพิจารณา

มือใหญ่ยื่นออกไปช่วยนางปัดๆ เส้นผมที่ยุ่งเหยิง ภาพเดิมๆ ยังคงปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาแตะต้องนาง

“เจ้าชื่ออะไร”

“ซุ่ยเหลียนเจ้าค่ะ อันซุ่ยเหลียน”

“ข้าจะช่วยเจ้าเก็บลูกพลับ แล้วก็...เจ้าคงต้องทำอะไรบางอย่างกับผมเจ้าแล้ว”

อันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบมวยผมที่หลุดลุ่ยยุ่งเหยิง ใบหน้าน้อยๆ เกิดเค้าของความยุ่งยาก นางมองไปยังทิศทางที่สหายตัวน้อยทั้งสองคนเดินจากไป

“ข้าช่วยเจ้าก็แล้วกัน”

นางหันขวับกลับมามองเขา ด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ท่านหรือเจ้าคะ”

“ข้าดูไม่น่าเชื่อถือถึงเพียงนั้นเลยหรือ”

เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ ในใจรู้สึกชอบดวงตางดงามส่องประกายแห่งความบริสุทธิ์ที่ยากจะได้เห็น

ได้ยินมาว่าตระกูลอันหวงแหนบุตรสาวคนเล็กยิ่งกว่าสิ่งใด เห็นทีเรื่องนี้คงจะไม่ใช่เป็นเพียงข่าวลือ เพราะจนป่านนี้เขาเองก็เพิ่งเคยได้พบนาง ทั้งที่บ้านของทั้งสองก็อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

หากไม่ใช่เพราะเพิ่งเกี่ยวดองกัน และอันซุ่ยเหลียนแอบตามสหายตัวน้อยเข้ามา เห็นทีเขาเองที่ไม่ใคร่จะสนใจคนรอบข้าง คงไม่มีโอกาสได้เข้าถึงตัวนางเป็นแน่ ยิ่งเป็นหลังปักปิ่นก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

“นั่งตรงนั้นก็แล้วกัน”

เกาอู่เยี่ยชี้มือไปยังหินก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากต้นพลับ เขายิ้มกว้างเมื่อมองเห็นนางพยักหน้าโดยดี

เมื่อนั่งลงชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตบลงยังที่นั่งข้างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางปีนขึ้นมานั่ง อันซุ่ยเหลียนกลับทำให้เขาสะดุ้ง

นางถึงกับปีนขึ้นมานั่งบนตักของเขาเสียอย่างนั้น!!!

เกาอู่เยี่ยอ้าปากค้างมองการกระทำของอีกฝ่าย กลิ่นหอมเย้ายวนจากเจ้าร่างนิ่ม ส่งผลให้ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เขาพบว่ากลิ่นอายของนาง ทำให้ความชั่วร้ายบางอย่างในร่างของตนตื่นตัว

“เจ้าทำอะไร”

ไม่วายมองไปโดยรอบ เนื่องจากเกรงว่าจะมีบ่าวไพร่ในจวนผ่านมาเห็น

“ก็ท่านบอกจะม้วนมวยผมให้ข้าใหม่”

“ก็...ใช่ แต่ไม่ต้องถึงกับนั่งบนตักเช่นนี้กระมัง”

“ท่านแม่กับแม่นมก็ให้ข้านั่งเช่นนี้ทุกครั้ง”

นางกะพริบตามองเขาราวกำลังไม่เข้าใจ รู้สึกว่าตัวนางเองสามารถไว้ใจเขาได้ นับจากที่เขาใจดีช่วยพานางลงมาจากต้นพลับ

“เจ้าตัวนุ่มนิ่มแสนอันตราย” เกาอู่เยี่ยพึมพำ

“เจ้าคะ” อันซุ่ยเหลียนเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นเชิงถาม

“ไม่มีอะไรนั่งนิ่งๆ”

นางขยับเพื่อหาท่าทีสบายตัว แต่กลับได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ของชายหนุ่ม

“ดูเหมือนจวนสกุลอันจะไม่มีบุตรชายสินะ”

เขาพยายามดึงความสนใจของตัวเองไปที่เรือนผมนุ่มสวย บอกตัวเองให้มองข้ามสะโพกนิ่มซึ่งกำลังถูไถไปมากับหน้าขา ในยามที่เด็กสาวแกว่งเท้าทั้งสองข้างไปมาบนตัก

แม้อันซุ่ยเหลียนนับว่ายังไม่ปักปิ่น แต่เรือนร่างของนางที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้า ทุกอย่างกลับอวบอิ่มและเริ่มมีน้ำมีนวล

เกาอู่เยี่ยสบถกับตัวเองในใจ เขาเร่งมือม้วนมวยซาลาเปาก้อนแรกขึ้นอย่างทุลักทุเล กระทั่งสายตาเผลอมองไปยังสาบเสื้อ ซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงไปตามจังหวะหายใจ

ภายใต้เสื้อตัวหลวมนั้นเขาให้สงสัยว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า เด็กสาวซึ่งมีกลิ่นกายละมุนจะงดงามขึ้นเพียงใด และหากวันหนึ่งเขาได้ไล้มือเข้าไปยังใต้สาบเสื้อนั้นสักครา...

“สองหรือสามได้หรือไม่เจ้าคะ”

“อะไรนะ!” เขาเสียงดังขึ้นอย่างลืมตัว

“ลูกพลับ ท่านเก็บให้ข้าเพิ่มอีกสักสองหรือสามลูกได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากเอากลับไปฝากท่านพ่อ ท่านแม่ ยังมีแม่นมด้วย”

เกาอู่เยี่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก่นด่าตัวเอง ก่อนจะรีบจัดการกับซาลาเปาก้อนที่สอง “ข้าจะให้บ่าวไพร่เก็บใส่ตะกร้าส่งไปที่จวนตระกูลอันก็แล้วกัน”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel