บทที่ 1.3
“หวาน กรอบ อร่อยมากเลย”
ท่าทางสุดแสนอร่อยนั้น ทำเอาเกาอู่เยี่ยหลุดหัวเราะออกมา ร่างน้อยตกใจจนแทบหล่นลงมาจากต้นไม้ ยังดีที่นางคว้ากิ่งหนึ่งเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว ลูกพลับครึ่งลูกที่นางกินเหลือ หล่นลงมาบนพื้นเพราะหัวขโมยกำลังเกาะต้นพลับแน่น
“หากข้าบอกบ่าวไพร่ว่ามีขโมยแอบมาปีนต้นพลับอยู่ที่นี่ และพบว่า...”
เกาอู่เยี่ยเดินเข้ามาหยุดยังโคนต้น กระทั่งเงยหน้าขึ้นมองเจ้าร่างน้อยที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนกิ่งไม้ ความสูงของเขาทำให้นางที่อยู่บนต้นไม้อยู่ในระนาบเดียวกับไหล่กว้าง และนั่นทำให้อันซุ่ยเหลียนรับรู้ว่าเขาสูงถึงเพียงนี้
“ขะ...ข้าไม่ใช่ขโมย” นางเกาะกิ่งไม้นิ่ง
ความกลัวและหวั่นวิตก เผยออกมาทางสีหน้าจนสิ้น มองดูใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยประกายความเย็นชา แต่ดวงตากลับพราวระยับไปด้วยความขบขัน เด็กสาวพลันรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นดังเช่นคำร่ำลือ
ใช่ นางรู้จักเขา
เขาก็คือเกาอู่เยี่ย คุณชายรองจวนแม่ทัพวัยสิบเจ็ดปี บุรุษผู้ดุดันและเย็นชาที่อันเฟิ่งเซียนเคยพูดถึง ทั้งยังพานางไปแอบดูอยู่หลายครั้ง เนื่องจากเขาไม่เคยไปเยือนจวนตระกูลอันเลยสักครั้ง
ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองกรอบหน้าแตกตื่น ซาลาเปาสองก้อนของเด็กหญิงพันกันยุ่งเหยิง เนื่องจากถูกกิ่งไม้เกี่ยว ดวงตาสุกใสที่จ้องเขม็งราวกำลังพิจารณา ทำให้เขาอดทึ่งไม่ได้
...ไม่บ่อยนักที่จะมีคนกล้าสบตาเขาตรงๆ ยิ่งเป็นเด็กสาวคนหนึ่งก็ยิ่งไม่เคย
คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดวงตาคมเหลือบมองลูกพลับครึ่งซีกที่นางทำตกไว้ ก่อนจะก้มลงไปหยิบขึ้นมา
“ต้นพลับต้นนี้ข้าปลูกเอง ปีนี้ออกลูกดกทั้งยังมีรสหวานกรอบ ลูกนี้สุกเกินไปไม่อร่อยหรอก”
กล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเก็บลูกใหม่ที่น่าอร่อยกว่ามาจากต้นส่งให้นาง
อันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขาด้วยความงุนงง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังใช้มือหนึ่งยื่นออกไปรับ เขาเลื่อนมือหนีราวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามืออีกข้างของนางต้องเกาะกิ่งไม้เพื่อช่วยทรงตัว
เมื่อบิลูกพลับออกเป็นสองส่วน จึงส่งคืนให้นางส่วนหนึ่ง เขาถือเอาไว้ส่วนหนึ่ง
“อร่อยหรือไม่” เขาถามเมื่อเห็นนางกินด้วยท่าทางน่าอร่อยยิ่ง
“เจ้าค่ะ” นางพยักหน้ารับ
“จะเก็บไปฝากพี่สาวเจ้าในห้องหอหรือ”
“เจ้าค่ะ” นางยังคงพยักหน้ารับเช่นเคย
“เช่นนั้นลงมาเถิด ข้าจะเก็บให้”
เขายื่นสองมือไปข้างหน้า เป็นการบอกว่าจะช่วยพานางลงมาจากต้นพลับ ซึ่งแน่นอนว่าอันซุ่ยเหลียนยื่นสองมือไปหาเขาอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ
ทันทีที่สองมือของเขาสอดเข้าไปใต้ท่อนแขนเล็ก ความร้อนขุมหนึ่งแล่นผ่านปลายนิ้ว อาการวูบไหวไปทั่วทั้งร่าง ทำให้เกาอู่เยี่ยขมวดคิ้ว เขายังไม่วางนางลงทันที แต่กลับยกค้างเอาไว้ครู่หนึ่ง
ภาพความทรงจำเลือนรางปรากฏขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเลือนหายวับไป เป็นภาพการต่อสู้ฉากหนึ่ง ทั้งยังเป็นการต่อสู้ที่ไม่ใคร่จะยุติธรรมนัก เนื่องจากบุรุษชุดสีดำผู้นั้นถูกเหล่าบุรุษชุดสีขาวรุมทำร้าย
เมื่อเพ่งมองใบหน้านั้น เขากลับพบว่านั่นคือใบหน้าของเขาเอง!!!
“นี่คืออะไร...” เขาพึมพำออกมาเสียงเบา
กลิ่นอายบางอย่างทำให้เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่าน ความร้อนขุมจากผิวกายใต้แพรพรรณนุ่มมือ วิ่งผ่านเข้าไปในกายเขา ทำให้เขากระวนกระวายแปลกๆ
“คุณชายรอง”
เสียงแผ่วๆ ของนางทำให้เขารู้สึกตัว กระทั่งรีบวางนางลงบนพื้น พร้อมกับพูดกลบเกลื่อน “เจ้ามิใช่อายุสิบสี่แล้วหรอกหรือ”
เจ้าร่างน้อยในมือให้ความรู้สึกราวกับไร้น้ำหนัก กระทั่งเขาไม่ต้องออกแรงมากก็สามารถยกนางตัวลอยขึ้น เขามองนางขึ้นๆ ลงๆ รอบหนึ่ง กระทั่งสายตาไปหยุดที่ซาลาเปาสองข้างอีกครั้ง
“เหตุใดตัวไม่สูงขึ้นเลย” ก้มลงมองคนที่สูงแค่หน้าอกเขาถึงกับถอนหายใจอีกครั้ง