บท
ตั้งค่า

3

เสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างดังครางแผ่ว ใบไม้เสียดสีกันอยู่ภายนอก ราวกับช่วยตอกย้ำความโดดเดี่ยวในหัวใจของเด็กชายวัยเจ็ดขวบให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

เขาเพิ่งสูญเสียมารดา เพิ่งถูกขับออกจากห้องนอนเดิม และเพิ่งเข้าใจว่าในบ้านหลังนี้ ไม่มีใครปกป้องเขาอีกแล้ว

ในขณะที่ศรุตกำลังซุกหน้าลงกับหัวเข่า เสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เด็กชายสะดุ้งเล็กน้อย

เขารีบใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา ก่อนลุกขึ้นเดินไปยังประตูด้วยความระแวดระวัง

ในใจคิดว่าอาจเป็นรังสรรค์ หรือไม่ก็รสสุคนธ์ที่ตามมาซ้ำเติมเขาอีกครั้ง แต่เมื่อเปิดประตูออก

ภาพตรงหน้ากลับทำให้หัวใจที่แห้งผากราวผืนดินแตกระแหงได้รับสายฝนแรกแห่งความอบอุ่น

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมสวยดั่งเม็ดนิลทอดมองเขาด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด

เธอคืออัญชัน คู่หมั้นวัยเยาว์ของเขา

ด้านหลังมีนางอัมพร มารดาของอัญชัน ยืนส่งยิ้มอ่อนโยนอยู่ไม่ไกล ราวกับตั้งใจให้เด็กทั้งสองได้พูดคุยกันตามลำพัง

“พี่ชายรุต” อัญชันเรียกเสียงเบา

ใบหน้าสงบนิ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองว่าเย็นชา กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองมาที่เขา

ศรุตรู้สึกว่าก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอพลันคลายลง

“น้องอัญ... คุณน้าอัมพร” เขาเอ่ยเสียงเครือ

“ทำไมมาอยู่ที่นี่ครับ บนตึกใหญ่ท่านพ่อกับ...”

เด็กชายพูดได้เพียงเท่านั้นก็หยุดลง

อัมพรเดินเข้ามาลูบศีรษะเขาเบา ๆ

“น้าขออนุญาตท่านชายมาเยี่ยมชายรุตจ้ะ น้าเสียใจจริง ๆ นะลูก” คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของศรุตร้อนผ่าวอีกครั้ง ก่อนลงมาที่นี่ นางก็พูดจาประชดประชันสามีเพื่อนรักไปหลายคำ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจ อัมพรเลยได้แต่ทำใจ

อัมพรทอดมองเด็กชายด้วยความเวทนา ก่อนขอตัวไปยืนรอที่ท่าน้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทั้งสองได้พูดคุยกัน

อัญชันก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาคู่สวยกวาดมองห้องพักแคบ ๆ อย่างเงียบงัน

เตียงไม้เก่า หน้าต่างชำรุด ผ้าห่มบาง ๆ เพียงผืนเดียว ทุกอย่างบ่งบอกว่าเด็กชายตรงหน้าถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงใด

เด็กหญิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนยื่นห่อผ้าสีขาวสะอาดส่งให้

“คุณลุงโกรธอะไรพี่พี่ชายรุตคะ ถึงให้ย้ายมาอยู่ที่นี่” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ

“พี่คงไปขัดหูขัดตาพวกเขาน่ะ” ศรุตพูดเสียงเศร้า

“อัญทำมาให้พี่ชายรุตค่ะ” เด็กหญิงเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นความเศร้าในแววตาคู่นั้น

ศรุตรับมาด้วยความสงสัย เมื่อเปิดออกจึงพบกล่องขนมใบเล็กวางอยู่ภายใน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยแตะปลายจมูกทันที

“ขนมช่อม่วงค่ะ” อัญชันบอกด้วยน้ำเสียงเรียบอ่อน

“อัญทำกับคุณยายอุ่นเรือน” เธอช้อนสายตาขึ้นมองเขา

“พี่ชายรุตต้องทานเยอะ ๆ นะคะ จะได้มีแรง คุณน้าศรีกานดาเคยมอบสูตรนี้ให้คุณยายไว้ อัญตั้งใจทำเต็มที่เลยค่ะ”

ศรุตก้มมองขนมในมือ หัวใจที่แตกสลายราวกับได้รับการเยียวยาทีละน้อย

เขาแอบชอบอัญชันมาตั้งแต่จำความได้ ชอบความเรียบร้อย ชอบความใจดี ชอบกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ไทยที่ติดอยู่กับตัวเธออยู่เสมอ

“ขอบใจนะอัญ” เด็กชายพยายามยิ้ม

“พี่จะกินให้หมดเลย”

อัญชันยิ้มบาง ๆ ตอบกลับ ก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่ง

“พี่ชายรุตคะ” น้ำเสียงของเธอเบาลง

“อัญมีเรื่องจะบอก”

ศรุตเงยหน้าขึ้นทันที

“จากนี้ไป อัญต้องย้ายไปอยู่กับคุณยายอุ่นเรือนที่อยุธยาค่ะ คุณพ่อคุณแม่อยากให้อัญไปเรียนหนังสือและฝึกการเรือนที่นั่น อีกทั้งคุณยายไม่มีใครเลยส่งอัญไปอยู่กับคุณยายค่ะ” จริงๆ คุณยายมีสาวใช้คอยดูแล แต่เพราะบิดามารดาเห็นว่าทรัพย์สมบัติของคุณยายมากมาย อยากให้เธอไปสืบทอดแต่เด็ก เลยส่งเธอไป ทางนี้ก็มีพี่ชายอยู่แล้ว ธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างของบิดาก็ให้ค่อยให้พี่ชายสืบทอดไป พี่น้องจะได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก เรียนจบก็จะได้ดูแลอย่างเต็มตัว

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย

“เราอาจไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ แล้วนะคะ”

คำบอกเล่านั้นทำให้หัวใจของศรุตวูบไหว ราวกับแสงสว่างเพียงดวงเดียวในชีวิตกำลังจะห่างไกลออกไปอีกคน

เด็กชายก้มหน้าลง ก่อนเงยขึ้นอีกครั้งพร้อมความมุ่งมั่นที่ไม่สมวัย เขายื่นมือไปกุมมือเล็กของอัญชันเอาไว้

“ไม่เป็นไรน้องอัญ” น้ำเสียงหนักแน่นเกินเด็กวัยเดียวกัน

“ต่อให้น้องอัญอยู่ที่อยุธยา หรือเราไม่ได้เจอกันเป็นสิบปี พี่ก็จะไม่ลืมน้องอัญเด็ดขาด”

ดวงตาของเขาเปล่งประกายแน่วแน่

“และพี่จะไม่มีวันลืมสัญญาหมั้นของเรา”

อัญชัญยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า

“รอพี่นะน้องอัญ”

ศรุตกล่าวต่อ

“วันหนึ่ง ถ้าพี่เข้มแข็งพอ และเอาทุกอย่างของท่านแม่กลับคืนมาได้ พี่จะทำให้น้องอัญเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด” อัญชันกระชับมือเขาตอบเบา ๆ

“อัญจะรอค่ะ” น้ำเสียงนั้นจริงจังและมั่นคง

“อัญจะไม่แต่งงานกับใคร นอกจากพี่ชายรุตคนเดียว” คำมั่นของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ กลับหนักแน่นยิ่งกว่าคำสาบานใด

ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางแสงสลัวในห้องเล็กหลังเรือนคนใช้ เป็นภาพความทรงจำที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากหัวใจของคนทั้งสอง

ก่อนที่อัญชันจะถูกมารดาเรียกตัวกลับ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของขนมช่อม่วง และประกายความหวังที่กลับมาส่องสว่างในหัวใจของหม่อมราชวงศ์ศรุตอีกครั้ง เขาไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป

หลังจากคืนนั้น อัญชันย้ายไปอยู่กับคุณยายอุ่นเรือนที่อยุธยา

ส่วนศรุตยังคงใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์รังสิโยภาส ท่ามกลางการกลั่นแกล้งของรสสุคนธ์และรังสรรค์ แต่พวกเขาไม่เคยขาดการติดต่อ ทุกเดือน จะมีจดหมายซองสีครีมถูกส่งมายังตู้ไปรษณีย์ลับหน้าปากซอยคฤหาสน์

ผู้ส่งมีเพียงคนเดียวคืออัญชัน

ลายมืออ่อนช้อยงดงามบนกระดาษแต่ละแผ่น เปรียบเสมือนหยดน้ำเย็นที่ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจของเด็กชายผู้กำลังเติบโตท่ามกลางพายุแห่งความแค้น

ภายในจดหมาย เธอมักเล่าเรื่องชีวิตที่อยุธยา เรื่องเรือนไทยริมคลอง เรื่องการร้อยมาลัย เรื่องอาหารไทยโบราณที่คุณยายสอน และเรื่องสวนผักอินทรีย์ที่เธอช่วยดูแล ทุกฉบับลงท้ายคล้ายกันเสมอ

ขอให้พี่ชายรุตดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี อัญยังคงสวดมนต์และส่งกำลังใจให้พี่ชายรุตทุกวัน และอัญเชื่อว่าพี่ชายรุตของอัญจะผ่านทุกอุปสรรคไปได้แน่นอนค่ะ

ทุกครั้งที่ได้รับจดหมาย ศรุตจะนั่งอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก สูดกลิ่นมะลิอ่อน ๆ ที่อบร่ำมากับกระดาษ และปล่อยให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า รอยยิ้มที่ไม่มีใครในคฤหาสน์เคยเห็น เพราะเขารู้ดีว่า ปลายทางของความเหนื่อยยากทั้งหมด มีกุลสตรีผู้แสนดีคนหนึ่งกำลังรอเขาอยู่ และนั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้เขามีแรงยืนหยัดต่อไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel