6
หญิงสาวยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองอย่างอ่อนโยน พลางกำใบรายงานผลตรวจไว้แนบอกแน่น รอยยิ้มเปี่ยมความหวังผุดขึ้นบนใบหน้า
เธออยากให้รชตะเป็นคนแรกที่ได้รับรู้ข่าวดีนี้
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า พิมพ์นรีเดินเข้าไปในสำนักงานใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มือยังคงกำผลตรวจครรภ์ไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต
เธอเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของรองประธานบริหารคนใหม่ แต่กลับพบว่าเลขาฯ ไม่อยู่ที่โต๊ะ ขณะที่ประตูห้องทำงานแง้มเปิดไว้เพียงเล็กน้อย
หญิงสาวกำลังจะยื่นมือไปเคาะประตู
ทว่า... เสียงของนนท์ เพื่อนสนิทของรชตะ กลับดังลอดออกมาก่อน
"เฮ้ยไอ้รัช มีคนบอกว่ากิ่งแก้วกำลังจะกลับมาไทยแล้วนะ เห็นว่าเรียนจบแล้ว นายกับเธอก็จากกันสองปีแล้วใช่ไหม"
ปลายนิ้วของพิมพ์นรีชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
ภายในห้องทำงาน รชตะหยุดมือจากเอกสารตรงหน้า แววตาคมนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพึมพำเสียงเบา
"กิ่งกลับมาแล้วเหรอ..."
นนท์รีบถามต่อทันที
"เออ! แล้วนายจะเอายังไงต่อ ตอนนี้นายก็ได้อำนาจบริหารบริษัทเต็มตัวอย่างที่หวังแล้ว แฟนเก่าก็กลับมาแล้ว แล้วนายจะเอาไงกับพิมพ์วะ สองปีก่อนนายบอกฉันว่าแต่งงานกับพิมพ์เพื่อบังหน้าไม่ให้ผู้ใหญ่นัดดูตัวอีก แล้วตอนนี้ล่ะ เป็นยังไงแล้ว" เพราะสนิทกันมาก เขาจึงรับรู้เรื่องของเพื่อนดีทุกอย่าง
พิมพ์นรียืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือที่กำผลตรวจครรภ์เริ่มสั่นเทา หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก
เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อรอฟังคำตอบของผู้ชายที่เธอรัก
รชตะถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบ
"แรกเริ่มเดิมที... ฉันก็ขอให้พิมพ์มาแต่งงานเพื่อบังหน้าไม่ให้โดนคลุมถุงชนอยู่แล้ว"
นนท์พยักหน้ารับ ก่อนจะถามตรงประเด็น
"งั้นนายก็จะเลิกรา หย่ากับพิมพ์ไปหาแฟนเก่าใช่ไหมล่ะ เพราะยังไงมันก็เป็นการแต่งงานกันแค่ในนามอยู่แล้ว แล้วฉันถามนายจริงดิ๊ นายยังรักกิ่งแก้วอยู่ไหม"
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบอึดใจหนึ่ง
ก่อนที่รชตะจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ยังรักและปรารถนาดีอยู่เสมอ..."
ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดใหญ่ฟาดลงกลางหัวใจของพิมพ์นรีอย่างแรง
คำว่า "ยังรักและปรารถนาดีอยู่เสมอ" ดังก้องวนซ้ำอยู่ในโสตประสาท จนเสียงอื่น ๆ รอบตัวพลันเลือนหาย
ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด มือที่กำผลตรวจครรภ์สั่นไม่หยุด หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงจะรอฟังอะไรอีก
ในความคิดของเธอ... รชตะกำลังจะเลิกกับเธอ เพื่อกลับไปหาผู้หญิงที่เขารักมาตลอด
พิมพ์นรีก้าวถอยหลังอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะหมุนตัววิ่งออกจากบริษัททั้งน้ำตา หัวใจที่เคยเต็มเปี่ยมด้วยความสุขเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
ในเมื่อเขายังรักและปรารถนาดีกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ ดังนั้นเธอก็ควรหลีกทางให้ไม่ใช่เหรอ เธอไม่ใช่คนที่จะชอบยื้อคนที่ไม่รักเอาไว้ให้เสียศักดิ์ศรี ลูกคนเดียวเธอเลี้ยงได้
พิมพ์นรีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กลับมายังบ้านพิทักษ์พงศ์ในสภาพน้ำตานองหน้า ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ตลอดทาง คุณตาเทพและคุณยายอนงค์ที่นั่งพักผ่อนอยู่ในห้องรับแขกถึงกับตกใจ รีบลุกขึ้นมาหาหลานสาวทันที
"คุณตาคุณยาย พิมพ์ขอโทษค่ะ" สิ้นเสียงนั้น หญิงสาวก็ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าผู้ใหญ่ทั้งสอง โผกอดขาท่านไว้แน่นก่อนปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
คุณยายอนงค์รีบลูบศีรษะหลานสาวด้วยความตกใจ
"ยัยพิมพ์! เกิดอะไรขึ้นลูก ร้องไห้ทำไม"
ส่วนคุณตาเทพสีหน้าขรึมลงทันที มือหนาตบโต๊ะดังปังด้วยความเดือดดาล
"เกิดอะไรขึ้นยัยพิมพ์ ใครทำอะไรหลาน หรือเจ้ารัช
ทำอะไรหลาน"
พิมพ์นรีรีบส่ายหน้า น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม
"รัชไม่ได้ทำอะไรค่ะ แต่พิมพ์โกหกทุกคนมาตลอด"
ผู้ใหญ่ทั้งสองชะงักทันที หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นสะอื้นก่อนเอ่ยต่อ
"ทะเบียนสมรสที่พิมพ์เอามาให้คุณตาคุณยายดู มันเป็นของปลอมค่ะ พิมพ์กับรัชเราแค่เล่นละครแต่งงานบังหน้าเท่านั้น พิมพ์แค่ช่วยรัชไม่ให้โดนจับคลุมถุงชนน่ะค่ะ" คุณยายอนงค์ถึงกับยกมือทาบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"อะไรนะยัยพิมพ์! นี่เราเล่นพิเรนทร์อะไร"
พิมพ์นรีก้มหน้าลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"พิมพ์รักเขาค่ะคุณยาย พิมพ์อยากช่วยให้รัชได้สืบทอดบริษัทตามที่เขาต้องการ ตอนนี้รัชได้อำนาจเต็มตัวแล้ว แฟนเก่าเขาก็กลับมาแล้ว พิมพ์หมดหน้าที่แล้วค่ะ" หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตา สูดลมหายใจเพื่อสะกดก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความอ่อนล้า แต่เธอเลือกเก็บงำความจริงเรื่องลูกในท้องไว้เพียง
ลำพัง
เธอไม่อยากให้ครอบครัวนำเรื่องนี้ไปกดดันรชตะ หรือบังคับให้เขารับผิดชอบเพียงเพราะหน้าที่
"พิมพ์จะไปเมืองนอกค่ะ" คำพูดนั้นทำให้ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ
พิมพ์นรีเงยหน้าขึ้นมองผู้ใหญ่ทั้งสอง พลางยกมือไหว้อย่างอ้อนวอน
"พิมพ์ขอร้องนะคะคุณตาคุณยาย อย่าบอกเรื่องที่อยู่ของพิมพ์ให้รัชรู้เด็ดขาด พิมพ์อยากให้เขาได้มีความสุขกับคนที่เขารัก" คุณตาเทพกับคุณยายอนงค์สบตากัน ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจ
