บทย่อ
เรื่องที่ 1 หย่า (รัก) สถานะเพื่อน เพราะเบื่อการถูกจับไปดูตัว... เขาจึงหันไปขอให้ "เพื่อนสนิท" แต่งงานหลอก ๆ ด้วยกัน เธอตอบตกลง ทั้งที่แอบรักเขามานานหลายปี เธอยอมเป็นภรรยาบังหน้า ยอมเก็บความรู้สึกไว้ในฐานะ "เพื่อน" และยอมปิดบังแม้กระทั่งความจริงว่า... ทะเบียนสมรสที่ใช้แต่งงานนั้นเป็นเพียงของปลอม แต่เมื่อเธอบังเอิญได้ยินว่า "แฟนเก่า" ของเขากลับมา และเขายังรักผู้หญิงคนนั้นอยู่... หัวใจที่อดทนมาตลอดก็พังทลาย เธอจากไปพร้อมลูกในท้อง โดยไม่ให้เขารู้แม้แต่น้อย ห้าปีต่อมา... เมื่อหญิงสาวที่เขาตามหามาตลอดกลับมาอีกครั้ง พร้อมเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ คนที่เคยเป็น "เพื่อน" จึงไม่มีวันยอมกลับไปเป็นแค่เพื่อนอีก เพราะครั้งนี้... เขาจะเปลี่ยนทะเบียนสมรสปลอม ให้กลายเป็นของจริง และเปลี่ยนสถานะของหัวใจให้เป็น "สามีภรรยา" ตลอดไป เรื่องที่ 2 เพลิงหิรัญ เพราะคำว่า ‘กตัญญู’ เธอจึงจำใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์ในฐานะตัวตายตัวแทนของน้องสาวที่หนีงานแต่ง ‘พิมพ์พิศา’ คิดว่าเธอต้องชดใช้เพื่อครอบครัว แต่สำหรับ ‘หิรัญ’ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและร้ายลึกเกินกว่าใครจะหยั่งถึง เขากลับมองว่าเธอคือผู้หญิงหน้าเงิน เจ้าเล่ห์ และไร้ศักดิ์ศรีที่วางแผนฮุบสมบัติของเขา! คืนวิวาห์ที่ควรหวานล้ำจึงกลายเป็นกรงขังแห่งเพลิงแค้น เขาตราหน้าและทำให้เธอตกเป็นของเขาความหึงหวงอันมืดบอด ทว่า คนอย่างพิมพ์พิศาไม่ใช่เหยื่อที่จะยอมให้ใครรังแกได้ง่าย ๆ สู้มาสู้กลับ เชือดนิ่ม ๆ ด้วยความจริง จนกระทั่งความบริสุทธิ์ของเธอฟาดเข้ากลางหน้า จากเสือร้ายที่เคยดุดันดั่งไฟ จึงกลายร่างเป็น ‘ไอ้โบ้หน้ามึน’ สายคลั่งรักที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อกอดขาขอขมาเมีย!
1
เล่ม 1 หย่า (รัก) สถานเพื่อน
"นัดเดทครั้งที่สิบเก้าของเดือน ให้มันได้อย่างนี้สิ"
รชตะ หรือ "รัช" ทายาทเพียงคนเดียวของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ถอนหายใจเฮือกยาวเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไรของวัน
เขาคลายเนกไทออกอย่างหงุดหงิด พลางกวาดสายตามองรายชื่อ 'ลูกสาวตระกูลไฮโซ' ที่มารดาคัดสรรมาให้ราวกับตารางนัดหมายรายวัน
นับตั้งแต่แฟนเก่าตัดสินใจทิ้งเขาไว้เบื้องหลัง แล้วบินไปเรียนต่อต่างประเทศจากการสอบชิงทุน มารดาของเขาก็แทบจะส่งสาวโปรไฟล์เลิศจากทุกตระกูลชั้นนำมาให้ดูตัวไม่เว้นแต่ละวัน
แต่เขาไม่สน...
คนอย่างรชตะ ถ้ารักใครก็รักจริง
เมื่อความรักพังลง เขาจึงตั้งใจทุ่มเททุกลมหายใจให้กับงาน มุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองเพื่อก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานบริหารอย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อถึงวันนั้น เขาจะเป็นคนกำหนดชีวิตตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ใครมาจับคลุมถุงชนอีก
"เอาล่ะ... วันนี้ฉันจะเล่นบทไหนดีนะ"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง พลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับมีแผนร้ายบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
ร้านอาหารฝรั่งเศสฟิวชันระดับมิชลินสตาร์ใจกลางเมือง
คุณหนูแพรวา บุตรสาวของท่านทูตชื่อดัง นั่งรออยู่ด้วยบุคลิกสง่างามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อผ้าหน้าผมเนี้ยบไร้ที่ติ สมกับเป็นคุณหนูไฮโซตัวจริง
รชตะก้าวเข้ามาในร้านด้วยสูทราคาแพง แต่จงใจปลดกระดุมผิดเม็ดจนเสื้อเบี้ยว แถมนิ้วมือยังมีคราบซอสเปื้อนจาง ๆ ซึ่งเจ้าตัวแอบไปป้ายมาจากร้านรถเข็นหน้าปากซอยก่อนเข้าร้านโดยเฉพาะ
"สวัสดีครับน้องแพรวา นี่พี่รัชเองครับ"
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะกล่าวทักทายจบ ชายหนุ่มก็กวักมือเรียกพนักงานเสียงดังลั่นร้าน จนแขกหลายโต๊ะหันมามองพร้อมกัน
"น้อง! เอาขาหมูเยอรมัน ต้มยำน้ำข้น แล้วก็ขอพริกน้ำปลาถ้วยใหญ่ ๆ เลยนะ อ้อ... มีข้าวเหนียวไหม"
คุณหนูแพรวากะพริบตาปริบ ๆ สีหน้าช็อกจนแทบพูดไม่ออก
"เอ่อ... พี่รัชคะ ที่นี่เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสฟิวชันนะคะ ไม่มีข้าวเหนียวหรอกค่ะ"
"อ้าว... เหรอครับ ว้า... วัยรุ่นเซ็งเลย ปกติพี่ชอบกินส้มตำปูปลาร้าหอยดองครับ เลยติดสั่งข้าวเหนียวมากินด้วยกัน ถ้ามีไก่ย่างด้วยยิ่งดีเลยครับ"
รัชถอนหายใจทำหน้าเสียดาย ก่อนจะใช้มือเปล่าหยิบขนมปังฝรั่งเศสเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ จนเศษขนมปังร่วงเกลื่อนเต็มอกเสื้อ
"แล้วน้องแพรวาชอบกินอะไรล่ะครับ พี่น่ะชอบกินทุกอย่างที่ขวางหน้าเลยครับ" พูดไปทั้ง ๆ ที่อาหารเต็มปาก
แพรวาได้แต่นั่งอึ้ง สีหน้าค่อย ๆ ซีดลงทุกวินาที ถึงจะมีเงิน แต่ถ้าสกปรกซกมก มูมมาม ตะกละเธอก็ไม่ไหวเหมือนกัน ยังไม่ทันจะตั้งหลักได้ ซุปหัวหอมก็ถูกยกมาเสิร์ฟ
รัชก้มหน้าซดทันที
"ซู๊ด!"
เสียงดังสนั่นจนบรรยากาศเงียบหรูของร้านสะดุด แขกทั้งร้านพร้อมใจกันหันมามองเป็นตาเดียว
แพรวาแทบอยากมุดโต๊ะหนี
แต่ความพีคยังไม่จบ เมื่อกินอิ่ม รัชก็แกล้งเรอเสียงดัง
"เอิ๊ก!"
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะฟาดมือลงบนโต๊ะดังปังแล้วลุกพรวดขึ้น
"คนบ้า! ทั้งสกปรก ทั้งตระกละ แพรไม่มีวันแต่งงานกับคนแบบพี่เด็ดขาด!" พูดจบก็สะบัดตัวเดินจากไปในทันที ทิ้งให้สายตาทั้งร้านจับจ้องมาทางชายหนุ่มเพียงคนเดียว
รชตะกลับหัวเราะชอบใจ หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก พลางผิวปากอารมณ์ดี
"ฮ่า ๆ ๆ ด่านที่สิบเก้า... ผ่านฉลุย!"
ค่ำวันเดียวกัน
โรงแรมหรูใจกลางเมืองกำลังจัดงานนิทรรศการศิลปะเพื่อการกุศลของตระกูลชั้นนำ บรรยากาศเต็มไป
ด้วยแขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจ นักการเมือง และคนในวงสังคมระดับประเทศ
แสงสปอตไลต์สาดส่องไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าเปียโนแกรนด์สีดำกลางเวที ปลายนิ้วเรียวงามร่ายรำบนคีย์ขาวดำอย่างพลิ้วไหว ท่วงทำนองคลาสสิกที่บรรเลงออกมาทั้งอ่อนโยนและทรงพลัง สะกดให้ทั้งห้องจัดเลี้ยงเงียบกริบ
เธอคือ "พิมพ์นรี" หรือ "พิมพ์"
เพื่อนสนิทของรชตะตั้งแต่เด็ก ชนิดที่โตมาด้วยกันจนรู้ไส้รู้พุงกันทุกเรื่อง
พิมพ์นรีเติบโตภายใต้การดูแลของคุณตาคุณยายผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลในวงสังคม ส่วนพี่ชายของเธอก็เป็นนักการเมืองดาวรุ่งที่กำลังมาแรง
เธอเป็นหญิงสาวสายอาร์ตโดยแท้ ทั้งดนตรี การวาดภาพ และงานศิลป์แทบทุกแขนง ล้วนเป็นสิ่งที่เธอทำได้อย่างโดดเด่น
ค่ำคืนนี้ พิมพ์อยู่ในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่อง บุคลิกอ่อนหวาน สง่างาม จนหลายคนในงานอดกระซิบชื่นชมไม่ได้
แต่ไม่มีใครรู้ว่าหัวใจของหญิงสาวคนนี้แอบมีใครคนหนึ่งครอบครองมานานหลายปี
คนคนนั้นก็คือรชตะ เพื่อนรักของเธอนั่นเอง
เธอหลงรักความจริงใจ ความอบอุ่น และนิสัยบ้าบอของเขา แม้จะรู้ดีว่าเขาเคยมีแฟนเก่าซึ่งฐานะต่างกันมาก และเธอก็เป็นเพียงคนที่คอยให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ เสมอ
เมื่อบทเพลงสุดท้ายสิ้นสุดลง เสียงปรบมือก็ดังสนั่นทั่วทั้งห้อง
พิมพ์นรีก้าวลงจากเวที ก่อนจะสบตาเข้ากับชายหนุ่มที่ยืนถือแก้วแชมเปญอยู่ไม่ไกล พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทตามแบบฉบับของเขา
"เป็นไงบ้างพิมพ์ วันนี้เล่นดีจนขนลุกเลย สวยฉ่ำจนจำเกือบไม่ได้" รชตะเดินเข้ามา พร้อมใช้ศอกสะกิดแขนเพื่อนอย่างคุ้นเคย

