5
หล่อนจัดแจงแกะเนกไท ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต และนำกะละมังใส่น้ำอุ่นมาคอยเช็ดตัวให้ชายหนุ่มอย่างเบามือด้วยความรักและความเต็มใจ
"รัช... เช็ดตัวหน่อยนะ จะได้สบายตัวขึ้น" พิมพ์นรีพึมพำขณะใช้ผ้าชุบน้ำลูบไล้ไปตามใบหน้าและแผงอกแกร่ง
ทว่า ความอุ่นซ่านของผ้าและกลิ่นกายอันคุ้นเคยที่เขาเสพติดมาตลอดปี ทำให้อารมณ์ของคนที่เมามายจุดติด รชตะลืมตาปรือขึ้นจับข้อมือบางของพิมพ์นรีไว้แน่น แรงอารมณ์บวกกับความผูกพันลึกซึ้งทำให้นาทีนั้น รชตะดึงร่างของพิมพ์นรีลงมาประทับจุมพิตอย่างรวดเร็ว
"รัชเมามากแล้วนะ" พิมพ์นรีประท้วงเสียงหลง แต่รสจุมพิตที่ทวีความอ่อนหวานขึ้น กลับทำให้หัวใจของหล่อนสยบยอม
รชตะพลิกตัวขึ้นทาบทับ กอดรัดหล่อนไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่ง สัมผัสที่ลึกซึ้งและอ่อนหวานดำเนินไปตามแรงปรารถนาของหัวใจที่ซ่อนอยู่
พิมพ์นรียินดีมอบครั้งแรกและทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้แก่ผู้ชายที่หล่อนรักสุดหัวใจในค่ำคืนอันยาวนานนั้น
เช้าวันต่อมา...
แสงแดดยามเช้าค่อย ๆ สาดลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาแต้มความสว่างภายในห้องนอนอันเงียบสงบ
รชตะขยับตัวช้า ๆ ด้วยอาการปวดศีรษะจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างมึนงง แต่เพียงหันไปมองร่างของเพื่อนสนิทที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ดวงตาคมก็เบิกกว้างทันที
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนค่อย ๆ ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำทีละฉาก
ชายหนุ่มถึงกับชะงัก หัวใจหล่นวูบ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
เขาเผลอล่วงเกินเพื่อนรักของตัวเองเพราะความเมา
รชตะรีบลุกขึ้นนั่ง พลางหันไปมองหญิงสาวด้วยสายตาร้อนรนและสำนึกผิด ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
"พิมพ์... รัช... รัชขอโทษ รัชไม่ได้ตั้งใจ" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกดดันและรู้สึกผิดอย่างแท้จริง ราวกับกำลังโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พิมพ์นรีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองใบหน้าของชายหนุ่มที่ซีดเผือดไม่ต่างจากเมื่อคืน แววตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความรู้สึกผิด
หัวใจของหญิงสาวบีบรัดจนเจ็บแปลบ
สำหรับเธอ... ค่ำคืนที่ผ่านมาไม่เคยเป็นความผิดพลาดเลย มันคือช่วงเวลาที่เธอยินดีมอบให้ผู้ชายที่รักสุดหัวใจ
แต่สำหรับเขา... มันกลับเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แม้ความจริงจะทำให้เจ็บปวดเพียงใด พิมพ์นรีก็ไม่ต้องการให้รชตะต้องแบกรับภาระหรือความรู้สึกผิดเพียงเพราะคำว่า "ความรับผิดชอบ"
หญิงสาวจึงเก็บซ่อนความปวดร้าวทั้งหมดไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยน เธอสบตาเขานิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุด
"ไม่ต้องรับผิดชอบหรอกรัช... ถือว่ามันเป็นอุบัติเหตุนะ เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม" เพียงประโยคเดียว กลับทำให้รชตะนิ่งงัน ราวกับมีบางสิ่งมาจุกอยู่ที่ลำคอจนไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้
บางทีการที่เธอเรียกร้องให้เขารับผิดชอบยังดีกว่าเธอทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนี้
หลังจากค่ำคืนที่เป็นดั่งอุบัติเหตุในวันนั้น กำแพงที่เคยกั้นระหว่างห้องนอนของทั้งสองก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
แม้พิมพ์นรีจะยืนยันว่าไม่ต้องการให้รชตะรับผิดชอบ แต่ทั้งหัวใจและความรู้สึกของชายหนุ่มกลับค่อย ๆ ทรยศต่อคำว่า "เพื่อน" โดยไม่รู้ตัว
รชตะหาเหตุผลสารพัดเพื่อย้ายตัวเองเข้าไปนอนห้องเดียวกับเธอแทบทุกคืน บางคืนอ้างว่าฝันร้าย บางคืนบอกว่าหมีน้ำลายเหงา บางครั้งก็เดินมาทำหน้าตาออดอ้อนอยากหาคนช่วยเกาหลังบ้าง นอนไม่หลับบ้าง จนสุดท้ายห้องของพิมพ์นรีก็กลายเป็นห้องนอนประจำของเขาไปโดยปริยาย
ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทุกวัน ค่อย ๆ หลอมรวมความผูกพันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งสองใช้ชีวิตเคียงข้างกันราวกับสามีภรรยาที่รักกันจริง ๆ อยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันเป็นเวลานานถึงสองปีเต็ม
กระทั่งเช้าวันหนึ่ง...
ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป
"พิมพ์ เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีด ๆ นะช่วงนี้"
รชตะเอ่ยถามพลางผูกเนกไทหน้ากระจก สายตาคมเหลือบมองหญิงสาวที่กำลังจัดมื้อเช้าอยู่หน้าโต๊ะอาหารด้วยความเป็นห่วง
พิมพ์นรีหันมายิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบอย่างไม่อยากให้อีกฝ่ายกังวล
"พิมพ์แค่เพลีย ๆ น่ะรัช ช่วงนี้ปั่นงานศิลปะส่งนิทรรศการดึกไปหน่อย"
รชตะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ยกหลังมือแตะหน้าผากคนตัวเล็กเบา ๆ
"แน่นะ ถ้าไม่ไหวต้องบอกรัชนะ เดี๋ยวจะให้คนเตรียมยาไว้ให้"
พิมพ์นรีพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
"อืม รัชรีบไปทำงานเถอะ เดี๋ยวสายนะ"
"งั้นดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ" ชายหนุ่มยกมือขยี้ศีรษะเธอเบา ๆ ตามความเคยชิน ก่อนจะหยิบกระเป๋าเอกสารแล้วเดินออกจากบ้าน
ทันทีที่รถของรชตะเคลื่อนพ้นประตูรั้ว พิมพ์นรีก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาการคลื่นไส้ที่ฝืนกลั้นมาตลอดระเบิดออกจนเธออาเจียนแทบหมดเรี่ยวแรง
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามตั้งสติ ก่อนจะตัดสินใจขับรถไปโรงพยาบาลเพียงลำพัง
ไม่นานนัก... ผลตรวจจากคุณหมอก็ทำให้ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความยินดี
"ยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งครรภ์ได้ประมาณสองเดือนแล้วครับ" เพียงได้ยินประโยคนั้น โลกทั้งใบของพิมพ์นรีก็เหมือนถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแห่งความสุข
