4
ชายหนุ่มรีบทิ้งกระเป๋าทำงานลงกับพื้นแบบไม่สนใจ ก่อนจะถลาเข้าไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอในทันที
"พิมพ์! เป็นอะไรไป หน้าซีดเชียว" น้ำเสียงที่เคยสุขุมเต็มไปด้วยความร้อนรน เขารีบคว้ามือเย็นเฉียบของหญิงสาวมากุมเอาไว้แน่น
พิมพ์นรียิ้มจางๆ พยายามปลอบอีกฝ่ายทั้งที่ตัวเองยังเจ็บจนแทบไม่มีแรง
"พิมพ์... ปวดท้องประจำเดือนน่ะรัช วันแรกมักจะปวดหนักแบบนี้ประจำ"
รชตะถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าที่ตื่นตกใจค่อยๆ ผ่อนคลายลง
"โธ่เอ๊ย... นึกว่าเป็นอะไร"
พูดจบเขาก็ลุกพรวด เดินวุ่นไปทั่วบ้านอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะรีบหยิบถุงน้ำร้อนนำมาวางประคบหน้าท้องให้เธออย่างแผ่วเบา จากนั้นก็กดโทรศัพท์สั่งอาหารรสอ่อนที่ทั้งย่อยง่ายและช่วยบำรุงร่างกายจากร้านโปรดของเธอในทันที
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงกลับมานั่งข้างๆ ค่อยๆ วางฝ่ามืออุ่นลงบนหน้าท้องของหญิงสาว แล้วนวดคลึงเบาๆ อย่างระมัดระวัง
"ดีขึ้นไหมพิมพ์" เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนปิดไม่มิด
พิมพ์นรีมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังตั้งใจดูแลเธอ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
"อืม... ดีขึ้นมากเลย ขอบใจนะรัช" รอยยิ้มอ่อนโยนแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากของหญิงสาว
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา รวมถึงการดูแลทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ราวกับเป็นสัญชาตญาณของคนที่ห่วงใยกัน ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นจนเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง
บางที... เขาอาจจะเริ่มมีใจให้เธอบ้างแล้วก็ได้
แต่ในความเป็นจริง รชตะกลับไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ความใส่ใจที่มีให้พิมพ์นรีในทุกๆ วัน ได้ค่อยๆ ซึมลึกจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว
ไม่ใช่แค่เวลาที่เธอไม่สบาย... หากแต่แทบทุกช่วงเวลาของชีวิต เขามักจะนึกถึงเธอเป็นคนแรกเสมอ
ไม่ใช่แค่เรื่องปวดท้อง... แต่ดูเหมือนรชตะจะมีอาการ "ติดเมีย" โดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
กลางดึกคืนหนึ่ง พิมพ์นรีที่กำลังจะเคลิ้มหลับต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องเบาๆ พอเปิดออกก็พบรองประธานหนุ่มหน้าดุเวลาอยู่บริษัท กำลังยืนอุ้มตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวเก่าคร่ำคร่าที่มีรอยเย็บชุนเต็มตัว มันคือ "หมีน้ำลาย" ของขวัญที่พิมพ์นรีเคยให้เขาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่รชตะติดนักหนาและต้องกอดนอนทุกคืน
"มีอะไรเหรอรัช" พิมพ์นรีขยี้ตาพลางเอ่ยถาม
"พิมพ์... รัชนอนไม่หลับ หมีมันเหงา" รชตะทำหน้าอ้อนออด แววตาคมกวนประสาท
"แถมตอนนี้ฉันอยากหาคนช่วยกล่อมนอนด้วย เกาหลังให้หน่อยสิ ไม่งั้นรัชนอนไม่หลับแน่ ๆ"
พิมพ์นรีส่ายหน้าขำๆ แต่ก็ยอมเปิดทางให้คนตัวโตเดินอุ้มหมีตัวเล็กเข้ามานอนหนุนตักบนเตียงของเธอ
หญิงสาวเอื้อมมือไปเกาแผ่นหลังกว้างให้เบาๆ ท่ามกลางความเงียบ รชตะหลับตาพริ้ม สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวพิมพ์นรีอย่างแสนสบายใจ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้ม ความเคยชินแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนห้องนอนที่เคยแยกฝั่ง เริ่มมีความอบอุ่นของรชตะเข้ามาเติมเต็มเกือบทุกค่ำคืน
วันต่อมา มีงานเลี้ยงสังสรรค์ทางธุรกิจครั้งใหญ่ รชตะในคราบรองประธานผู้เนี้ยบ เข้ม ดุ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางงาน โดยมีพิมพ์นรียืนอยู่เคียงข้าง จังหวะที่หญิงสาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ไฮโซสาวสายอ่อยคนหนึ่งที่จับตามองรชตะมานานก็สบโอกาส เดินเข้าหาด้วยชุดเว้าหน้าแหวกหลังเข้ามาประชิดตัวชายหนุ่มในทันที
"แหม คุณรัชคะ แต่งงานกับสาวเฉิ่ม ๆ โลกส่วนตัวสูงอย่างพิมพ์นรี คงน่าเบื่อแย่เลยใช่ไหมคะ คืนนี้ไปต่อกับเคทไหมคะ รับรองว่าเคทมีอะไร 'เร้าใจ' กว่าเสียงเปียโนเยอะ" หญิงสาวส่งสายตาเชิญชวน เอามือลูบไล้แผงอกเสื้อสูทของเขา
รชตะนัยน์ตากร้าววับ ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา ชายหนุ่มปัดมือของหล่อนออกอย่างไม่ใยดี ทั้งยังมีท่าทีรังเกียจปนขยะแขยง ทำเอาหญิงสาวจอมยั่วหน้าเสียไปในทันที
ก่อนที่ปากคมจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้ทันจนคนรอบข้างสะดุ้ง
"ขอโทษนะครับคุณเคท เมียผมเขาเล่นเปียโนสะกดคนทั้งงานได้ แต่คุณคงทำได้แค่ทำเสียงน่ารำคาญสะกดคนในที่อับๆ และที่สำคัญ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพิมพ์นรีเลยครับ เพราะมันห่างชั้นกันเกินไป"
ไฮโซสาวหน้าหงาย ช็อกจนอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี รีบก้าวถอยหลังแล้วเดินสะบัดก้นหนีไปทันที จังหวะเดียวกับที่พิมพ์นรีเดินกลับมาพอดี รชตะรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม คว้าหมับเข้าที่เอวบางของภรรยาหลอก ๆ ในทันที
"กลับบ้านกันเถอะพิมพ์ รัชเบื่องานนี้แล้ว อยากให้พิมพ์เกาหลังจะแย่" ชายหนุ่มอ้อนเสียงเบาจนพิมพ์นรีหัวเราะคิก
“อยากกลับบ้านเพราะอยากให้นอนเกาหลังให้นี่นะ อะไรของรัช” เธอย่นจมูกใส่เขาอย่างน่ารัก เขาอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มป่องและบีบจมูกเล็ก ๆ นั้นอย่างเอ็นดู
ค่ำคืนเปลี่ยนผันสู่คืนที่ความสัมพันธ์ก้าวข้ามเส้นกั้น
ในคืนวันครบรอบโปรเจกต์ใหญ่ รชตะต้องดื่มกับคู่ค้าทางธุรกิจอย่างหนักจนสภาพเมามายไม่ได้สติ เพื่อนสนิทต้องหามรองประธานหนุ่มกลับมาส่งที่บ้าน พิมพ์นรีรีบเข้ามาประคองร่างหนาไปนอนบนเตียงกว้างในห้องของเขา
