3
รชตะหลับตาพริ้มพลางหยิบขนมปังอบเสร็จใหม่ๆ ที่วางในจานข้าง ๆ เข้าปากชิม
"อืม... อร่อยมาก เมียในอนาคตของฉันเก่งที่สุดเลย"
"เล่นอะไรเป็นเด็กๆ น่ะรัช ลุกขึ้นเลย แป้งเปื้อนหมดแล้ว" พิมพ์นรีหน้าแดงพยายามดันศรษะเขาออก
"แป้งเปื้อนเหรอ ไหน..." รชตะลุกขึ้นพรวด ใบหน้าคมกริบยื่นเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วโป้งค่อย ๆ เช็ดคราบแป้งขาว ๆ ที่ติดอยู่บนแก้มเนียนของพิมพ์นรีอย่างแผ่วเบา สายตาคมทอดมองด้วยความใส่ใจลึกซึ้งโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ความหมายของมัน
จังหวะนั้นเอง คุณตาเทพและคุณยายอนงค์ของพิมพ์นรีเดินผ่านมาเห็นจังหวะที่ทั้งสองคนกำลังหน้าชิดกันพอดี ผู้ใหญ่ทั้งสองอม เพราะพิมพ์นรีไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนมาจีบเลยตลอดหลายปี พอเห็นหลานสาวสนิทสนมกับรชตะขนาดนี้ จึงคิดว่าทั้งคู่น่าจะมีหวัง ประกอบกับความเหมาะสมคู่ควร เมื่อรชตะเอ่ยปากขอแต่งงาน ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายจึงไฟเขียวผ่านฉลุยอย่างไร้ข้อกังขา
ก่อนจะถึงวันแต่งงาน รชตะอาสาพาพิมพ์นรีไปเลือกซื้อเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวเพื่อย้ายเข้าเรือนหอด้วยกัน ที่ห้างสรรพสินค้าหรู ชายหนุ่มเดินนำเข้าไปในร้านแบรนด์เนมชั้นนำอย่างคล่องแคล่ว
"เอาชุดเดรสตัวนี้ไซส์ S ครับ แล้วก็ชุดนอนผ้าซาตินตัวนั้นไซส์เดิม" รชตะสั่งพนักงานขายเสียงเรียบเนี้ยบตามสไตล์นักบริหาร
พิมพ์นรีถึงกับอึ้ง
"รัช นายรู้ไซส์เสื้อผ้าฉันด้วยเหรอ นี่ยังไม่วัดขนาดัวเลยนะ"
"โธ่พิมพ์... โตมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาล จะไม่รู้ได้ไงว่าใส่ไซส์ไหน สัดส่วนเท่าไร ฉันจำได้หมดนั่นแหละ" ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะเดินนำลิ่วเข้าไปในแผนกชุดชั้นในสตรี ทำเอาพิมพ์นรีใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
"รัช! เข้ามาทำไมตรงนี้" หญิงสาวกระซิบเสียงเขียว หน้าแดงซ่าน
"อ้าว ก็ต้องมาซื้อชุดนอนกับชุดชั้นในใหม่สิ ย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วนะ" รชตะไม่สนสายตาใคร เขาเดินเลือกอย่างจริงจัง ก่อนจะชี้ไปที่ชุดนอนผ้าซีทรูลูกไม้สีหวานและชุดชั้นในเข้าชุดกัน
"เอาเซ็ตนี้ครับไซส์เป๊ะตามที่บอกเมื่อกี้เลย"
พนักงานขายสาวๆ ถึงกับอมยิ้มแก้มปริ มองรชตะด้วยสายตาชื่นชมก่อนจะเอ่ยแซว
"แฟนใส่ใจจดจำรายละเอียดดีจังเลยนะคะ รู้ไซส์เป๊ะขนาดนี้ น่าอิจฉาที่สุดเลยค่ะ"
พิมพ์นรีอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี ได้แต่ยืนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ส่วนรชตะกลับยิ้มรับคำชมอย่างอารมณ์ดี โดยที่ชายหนุ่มไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด ว่าความใส่ใจระดับที่รู้สัดส่วนและจำรายละเอียดของพิมพ์นรีได้ทุกเม็ดขนาดนี้ มันเกินคำว่า 'เพื่อนสนิท' ไปไกลแสนไกลแล้ว
และแล้ว งานแต่งงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติตระกูลดังก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
พิมพ์นรีในชุดเจ้าสาวสายอาร์ตที่ออกแบบเอง สวยสง่าเจิดจรัสจนรชตะถึงกับตะลึงตาค้างตลอดทั้งงาน
ค่ำคืนส่งตัวเข้าหอในบ้านหลังใหม่ที่รชตะซื้อไว้ ทั้งคู่อยู่ในห้องนอนกว้างขวาง
รชตะหันมามองพิมพ์นรีที่อยู่ในชุดลำลอง ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดขึ้น
"พิมพ์... ตามที่สัญญาไว้นะ ฉันเป็นสุภาพบุรุษพอ เราจะแยกห้องนอนกัน ห้องของพิมพ์อยู่ฝั่งขวานะ ของฉันอยู่ฝั่งซ้าย มีอะไรเรียกฉันได้ตลอด"
พิมพ์นรีมองรอยยิ้มซื่อ ๆ ของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้มีสถานะเป็นสามีตีทะเบียนปลอมของเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
หญิงสาวพยักหน้ารับคำเบาๆ
"อืม... ขอบใจนะรัช ฝันดีนะ"
เมื่อประตูกั้นระหว่างสองห้องปิดลง พิมพ์นรีทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง ความเงียบเข้าจู่โจมหัวใจจนน้ำตาปริ่มขอบตา เธอรู้ดีว่านี่คือการแต่งงานหลอก ๆ แต่การที่เขาเว้นระยะห่างและทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาไว้ให้ 'กิ่งแก้ว' แฟนเก่าของเขา มันกลับตอกย้ำให้พิมพ์นรีรู้ซึ้งถึงความโดดเดี่ยวและสถานะรักข้างเดียวที่เธอต้องเผชิญต่อจากนี้ไป
ชีวิตหลังแต่งงานดำเนินไปอย่างราบรื่นกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด
พิมพ์นรีทำหน้าที่ภรรยาบังหน้าได้อย่างไร้ที่ติ ตั้งแต่เสื้อผ้าที่รีดเรียบจนแทบไร้รอยยับ อาหารแต่ละมื้อที่ล้วนเป็นเมนูโปรดของรชตะ ไปจนถึงการดูแลรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันสังเกต
ยามต้องออกงานสังคมร่วมกัน หญิงสาวในชุดราตรีที่ออกแบบขึ้นด้วยฝีมือของตัวเองมักสะกดทุกสายตาอยู่เสมอ เธอบรรเลงบทเพลงเปียโนได้อย่างงดงาม พูดคุย
เรื่องศิลปะและงานการกุศลได้อย่างหลักแหลม จนบรรดาผู้ใหญ่ในแวดวงสังคมต่างพากันเอ่ยปากชื่นชมไม่ขาดสาย
หลายคนถึงกับคุยกันว่ารชตะช่างโชคดีที่ได้ภรรยาซึ่งทั้งสวย ฉลาด วางตัวดี และเพียบพร้อมเสียทุกด้าน
คำชื่นชมเหล่านั้นทำให้ทั้งตัวชายหนุ่มและครอบครัวได้รับคำยกย่องไปเต็มๆ
แต่เมื่อประตูบ้านปิดลง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังคงหยุดอยู่ที่คำว่า "เพื่อน"
ทั้งสองยังคงแยกห้องนอนตามข้อตกลงเดิมอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครคิดก้าวข้ามเส้นที่ขีดไว้ เพราะมีเรือนหอเป็นของตัวเอง จึงไม่มีผู้ใหญ่มาจับผิดเรื่องนี้ ทำให้ทั้งสองลดความอึดอัดลงไปได้มาก
กระทั่งเย็นวันหนึ่ง...
รชตะเพิ่งกลับถึงบ้านก็เห็นพิมพ์นรีนั่งขดตัวอยู่บนโซฟา ใบหน้าหวานซีดเผือด ริมฝีปากแทบไร้สี มือเรียวทั้งสองข้างกุมหน้าท้องแน่นราวกับกำลังอดทนกับความเจ็บปวดอย่างหนัก
