บท
ตั้งค่า

3

“ฟาดฟัดอะไรของพี่”

“ลิ้นพันนิดหน่อย เวลาอยู่ใกล้คนสวย”

“แหม... ปากหวานนักนะ มาสืบอย่างเดียวเหรอจ๊ะ ไม่มีอะไรมาบอกแป้งหอมเลยเหรอ”

“น้องแป้งหอมอยากรู้อะไร พี่จ้อยบอกหมดเลยจ้ะ”

“พี่จ้อยน่ารัก พี่จ้อยอยากรู้อะไร แป้งหอมก็จะบอกหมดเลยจ้ะ”

“เพื่ออนาคต พี่จ้อยคนนี้จะทรยศเจ้านายที่โตมาด้วยกันเพื่อแม่ของลูกจ้ะ”

“พี่จ้อยน่ะ ทรยงทรยศอะไรกันล่ะจ๊ะ”

แป้งหอมส่ายหน้าขำ ๆ ก่อนจะตีจ้อยเบา ๆ แต่ไม่นานสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง เธอขยับเข้าไปใกล้จ้อยเล็กน้อยแล้วลดเสียงลง

“พี่จ้อยจ๊ะ แป้งเพิ่งเห็นเด็กฝึกงานใหม่ร้านพี่ที่ชื่อตั้ม เดินลับ ๆ ล่อ ๆ แถวครัวฝั่งพี่ แถมเมื่อเช้าแป้งยังเห็นมันแอบไปคุยกับผู้จัดการร้านอาหารเครือยักษ์ใหญ่ตรงปากซอยด้วย พี่ระวังไว้หน่อยนะ”

รอยยิ้มทะเล้นบนหน้าจ้อยหายวับ

“เห็นกับตาเลยเหรอ”

“เต็มสองตาเลย แต่แป้งไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน”

“แล้วทำไมมันต้องไปคุยกับคนของร้านนั้นด้วย”

“นั่นแหละ แป้งถึงมาบอก”

จ้อยกำลังจะซักต่อ แต่เสียงเรียกพนักงานดังมาจากทางร้านรสเสน่ห์เสียก่อน

แป้งหอมรีบผลักอกแฟนหนุ่มเบา ๆ

“แป้งต้องรีบเข้าครัวแล้ว คุณภาคย์กำลังจะเช็กของ ไปนะพี่จ้อย”

“เจอกันหลังร้านตอนเย็นนะแป้งหอมของพี่”

“ได้จ้ะพี่จ้อย”

จ้อยส่งจูบให้แฟนสาว แป้งหอมก็คว้าจูบกลางอากาศมาจุ๊บเบาๆ ก่อนจะเก็บไว้ในใจ ทำเอาจ้อยตาลอยไปเลย

แป้งหอมรีบวิ่งกลับไปทางร้านรสเสน่ห์ ส่วนเจ้าตัวก็หมุนตัววิ่งโร่กลับเข้าครัวของรพัดเช่นกัน

ภายในครัว รพัดกำลังตักน้ำสต็อกหัวเชื้อที่เคี่ยวทิ้งไว้ข้ามคืนมาเตรียมปรุงซอส เธอตักขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแล้วแตะปลายลิ้นเพื่อเช็กรสตามความเคยชิน

เพียงชั่วพริบตา คิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่นแทบชนกัน

รพัดชิมซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ ก่อนรีบวางช้อนลง

“เค็ม! เค็มจนไตพัง ใครทำเกลือหกใส่หม้อสต็อกเนี่ย” สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนทันที

น้ำสต็อกหม้อนี้เธอเป็นคนตรวจรสด้วยตัวเองก่อนปิดครัวเมื่อคืน ไม่มีทางเค็มผิดปกติถึงขนาดนี้แน่นอน

สายตาคมกริบกวาดมองคนในครัว ก่อนหยุดอยู่ที่ตั้ม เด็กฝึกงานคนใหม่ซึ่งกำลังยืนหลบสายตาอยู่ตรงมุมห้อง ใบหน้าซีดเผือด มือไม้สั่นผิดปกติ

คำเตือนของจ้อยผุดขึ้นมาในหัวทันที

จ้อยรีบขยับเข้าไปใกล้เจ้านาย

“ลูกพี่ ไอ้ตั้มมัน”

รพัดมองปราดเดียวก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เวลานี้ไม่ใช่จังหวะจะเปิดศึกไต่สวน เพราะคุณกิตติกำลังนั่งรอจานหลักอยู่ด้านหน้าแล้ว

หากต้องเริ่มเคี่ยวน้ำสต็อกใหม่ทั้งหมด อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามชั่วโมง

สามชั่วโมงที่ร้านเปิดใหม่อย่างเธอไม่มีให้เสีย

“ลูกพี่ ทำไงดี คุณกิตติเริ่มเคาะช้อนแล้ว ถ้าอาหารออกช้า ร้านเราโดนสับเละแน่”

“รู้แล้ว อย่าเร่ง ฉันกำลังคิดอยู่”

รพัดกัดริมฝีปากแน่น สมองหมุนหาทางแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น ประตูหลังครัวก็ถูกผลักเปิดออก

ร่างสูงของภาคย์ก้าวเข้ามาอย่างสุขุม ในมือถือหม้อสแตนเลสใบย่อมที่มีไอร้อนลอยกรุ่น

รพัดหันขวับไปมองในทันที

“คุณเข้ามาทำไมในครัวฉัน ออกไปเลยนะ” แม้ปากจะไล่ แต่สีหน้ากลับฟ้องชัดว่ากำลังเครียดจัดจนมือเย็นเฉียบ

ภาคย์ไม่ได้สนใจคำไล่นั้นแม้แต่น้อย สายตาคมกวาดมองหม้อน้ำสต็อก ก่อนเลื่อนไปหยุดที่เด็กฝึกงานตรงมุมครัว

“พอดีแป้งหอมเพิ่งเตือนผมเรื่องเด็กในครัวคุณ ดูท่าจะจริงสินะครับ”

เพียงสบสายตาดุเย็นของภาคย์ ตั้มก็หน้าซีดกว่าเดิม จู่ ๆ ก็หมุนตัววิ่งพรวดออกทางประตูหลัง

“เฮ้ย! ไอ้ตั้ม”

จ้อยทำท่าจะวิ่งตาม แต่ภาคย์เอ่ยขึ้นเสียก่อน

“ปล่อยไปก่อนครับ คนของผมเห็นหน้ามันแล้ว กล้องหลังร้านก็น่าจะจับภาพไว้ได้ ตอนนี้ช่วยเจ้านายคุณก่อน”

“จริงด้วย” จ้อยชะงักแล้วพยักหน้ารับ พลางคิดในใจว่าภาคย์นี่พูดเพราะกับทุกคนจริงๆ แม้แต่ลูกน้องอย่างเขา เขากำลังนึกภาพว่าหากภาคย์ได้แต่งงานลงเอยกับลูกพี่ของตน จะมีสภาพเป็นยังไงนะ

โดนบิดหูแล้วก็ข่มขู่ แล้วภาคย์ก็คุกเข่าลง บีบนวดให้ลูกพี่ของเขา ก่อนจะเรียกว่า “เมียจ๋า”

แค่คิดก็มีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้ว

“ไอ้จ้อย ยืนยิ้มหัวเราะอะไรอยู่คนเดียว สมองกลับหรือไง” เสียงของลูกพี่ทำเอาจ้อยสะดุ้งโหยง

“ปะ... เปล่าครับลูกพี่” จ้อยหัวหดเมื่อเจอสายตาดุ ๆ ของเจ้านายสาว

รพัดเม้มปากแน่น ถึงอยากจะลากตัวเด็กคนนั้นกลับมาถามให้รู้เรื่อง แต่จานอาหารตรงหน้าสำคัญกว่า

ภาคย์เดินเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ ก่อนวางหม้อสแตนเลสที่ถือมาลงตรงหน้าเธอ

ทันทีที่เปิดฝา กลิ่นหอมของน้ำสต็อกกระดูกวัวที่เคี่ยวกับเครื่องเทศและสมุนไพรไทยก็ลอยขึ้นแตะจมูก น้ำสต็อกใสสะอาดแต่กลิ่นกลับเข้มข้น ลุ่มลึก และสมดุลจนรพัดจำได้ทันทีว่าเป็นสูตรของใคร

“น้ำสต็อกหัวเชื้อสูตรคุณแม่นวลแข”

ภาคย์เอ่ยเรียบ ๆ พลางสบตาเธอ

“เอาไปใช้แก้ขัดก่อนครับ”

รพัดชะงัก ต่อให้สถานการณ์กำลังเข้าตาจน แต่ศักดิ์ศรีที่ฟาดฟันกันมาตั้งแต่เด็กก็ทำให้เธอยังลังเล

“นี่คุณคิดจะวางยาแก้แค้นฉันเรื่องมัมมี่เมื่อวานหรือเปล่า”

“ถ้าผมคิดจะเอาคืนเรื่องนั้นจริง คงไม่แบกน้ำสต็อกข้ามถนนมาให้คุณหรอกครับ” ภาคย์ถอนหายใจเบา ๆ

“ใครจะไปรู้ คุณเจ้าเล่ห์จะตาย”

“เพิ่งรู้ว่าคุณน้องพัดชมผมเก่งเหมือนกัน”

“ตรงไหนเรียกชม”

ภาคย์ยกมุมปาก ก่อนโน้มหน้าลงไปใกล้จนรพัดเผลอเอนตัวหนี นัยน์ตาคมมีทั้งความเจ้าเล่ห์และความเอ็นดูปะปนกันอยู่

“ระดับผมไม่จำเป็นต้องเล่นสกปรกหรอกครับ คุณน้องพัด ผมอยากชนะคุณด้วยฝีมือ ไม่ใช่เห็นคุณพังเพราะไอ้พวกขี้ขลาด” เขาเว้นจังหวะ ก่อนยกมือแตะปลายคางมนของเธอเบา ๆ

“อีกอย่าง ถ้าเชฟคนสวยของผมต้องมาร้องไห้ออกกล้อง ผมคงทนดูไม่ได้หรอกครับ”

คำว่า ‘คุณน้องพัด’ ยังไม่เท่าไร

แต่คำว่า ‘เชฟคนสวยของผม’ นี่สิ

หัวใจของรพัดกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ความร้อนพุ่งขึ้นจากลำคอจนลามไปถึงใบหู เธอรีบปัดมือเขาออก

“ใครเป็นของคุณไม่ทราบ แล้วก็ไม่ได้ร้องไห้ย่ะ”

“ยังไม่ร้องครับ ผมถึงได้รีบมา”

“พูดมากจริง ไปยืนไกล ๆ เลย ฉันจะทำงาน”

“ครับ เชิญคุณเชฟ”

พอมีทางรอด รพัดก็ไม่มีเวลามัวต่อปากต่อคำอีก เธอรีบตักน้ำสต็อกของภาคย์ลงในกระทะทีละน้อย ปรับรสให้เข้ากับซอสไวน์แดงที่เตรียมไว้

กลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรไทยจากน้ำสต็อกผสานเข้ากับไวน์แดง เนย และน้ำจากเนื้อที่พักไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ รพัดชิมหนึ่งครั้งแล้วเติมรสอีกเพียงเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ากับตัวเอง

“ได้แล้ว” มือเรียวจัดริบอายสเต๊กลงจาน ราดซอสสีเข้มเป็นเงาอย่างพอดี แต่งจานอย่างรวดเร็วแต่ประณีต จนทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในห้านาที

“จ้อย ยกออกไปเลย”

“รับทราบครับลูกพี่” จ้อยประคองจานราวกับถือสมบัติประจำชาติ ก่อนรีบเดินออกไปเสิร์ฟ

รพัดยืนกอดอกอยู่ในครัว สีหน้าพยายามนิ่ง แต่หูตั้งรอฟังปฏิกิริยาจากด้านนอกเต็มที่

ไม่นาน เสียงปรบมือก็ดังขึ้นจากโต๊ะของคุณกิตติ ตามมาด้วยเสียงชื่นชมผ่านไลฟ์สดจนได้ยินเข้ามาถึงในครัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel