บท
ตั้งค่า

2

ไม่นานคนที่ติได้ทุกอย่างบนโลกก็โดนสาดน้ำเต็มหน้า เธอซึ่งอยู่โต๊ะข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้างเพราะแอบมองเขาอยู่กับเพื่อนสาวที่ไปกินข้าวด้วยกัน

“ลินแนะนำให้คุณภาคย์ไปบวชเถอะค่ะ จะได้ไม่แปดเปื้อน” สาวที่ชื่อลลินสะบัดเสียงใส่ก่อนเดินสะบัดตูดจากไปในทันที ในขณะที่ภาคย์เอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้าตัวเองเบาๆ

รพัดผู้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นหลุดขำพรวดออกมา ก่อนจะนำกลับไปเล่าให้บิดามารดาที่บ้านฟัง

“เราน่ะหยุดหัวเราะได้แล้ว ไปขำพี่เขาทำไม เขาเป็นคนสะอาด รักษาสุขภาพ ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

“โอ๊ย! คุณแม่คะ ไปเดททั้งที แทนที่จะทำให้ผู้หญิงประทับใจไปบ่นเขาเป็นหมีกินผึ้ง เหมือนพวกมนุษย์ยุคโบราณกลับชาติมาเกิด ถ้าหมอนี่ได้แต่งงานจริงๆ หนูจะจุดลูกประทัดพันนัดเลยค่ะ” คนพูดหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ก่อนจะกินคุกกี้แสนอร่อยที่เธอเพิ่งทำเมื่อตอนกลางวันอย่างมีความสุข

ภาคย์หัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะของเขาทำให้รพัดหลุดจากภวังค์ความคิดเรื่องในอดีตของเขา

เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของวานิลลาผสมแป้งขนมอบจากหญิงสาวลอยมาแตะจมูก เขาก้มลงเล็กน้อยให้ระดับสายตาใกล้เคียงกับเธอ

“ป้ายสวยดีนะครับ แต่คนเขียนสวยกว่า”

รพัดชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าคนที่ฟาดฟันกันมาแต่เด็กจะเปลี่ยนโหมดมาหยอดหน้าตาเฉย

“ฮะ... อย่ามาใช้มุกหวานเลี่ยนแบบนี้นะ พัดขนลุก” เธอถอยหนี ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย แต่เจ้าตัวยังคงเชิดหน้าทำปากเก่งราวกับไม่ได้สะเทือนกับคำชมแม้แต่นิดเดียว

ภาคย์มองอาการแก้เขินนั้นแล้วอมยิ้ม

“ไม่ได้หยอดครับ พูดความจริง แต่แหม... เห็นความมั่นใจของคุณพัดแล้ว ผมชักเป็นห่วงรสชาติอาหารร้านรพัดจริงๆ” นี่ก็เป็นอีกอย่างที่คนชอบอาหารไทยอย่างภาคย์เป็น เขาพูดเพราะทุกคำ ครับทุกครั้ง ด่าคนไม่เป็น แต่ถ้าจะเหน็บก็เจ็บมา ด่าแบบสุภาพ เรียกเธอว่าคุณทุกคำมาตลอด จนเธอรู้สึกว่าตัวเองโคตรหยาบคาย

รพัดหรี่ตามอง

“ห่วงทำไมไม่ทราบยะ!”

“ห่วงว่ามันจะเผ็ดเกินไปจนคนกินเข็ดฟัน เหมือนนิสัยเจ้าของร้านน่ะสิครับ”

“นี่คุณ!” จริงๆ เขาอายุมากกว่าเธอ เธอเรียกเขาว่าพี่ก็ได้ แต่เพราะความพูดเพราะของเขานี่แหละ ทำให้เธอต้องเรียกเขาว่าคุณมาตลอด

“ครับ”

“ยังจะมาครับอีก!”

“คุณเรียก ผมก็ตอบสิครับ คุณน้องพัด” เรียกน้องพัดยังจะใส่คำว่าคุณมาอีก เข้าใจแหละว่าบ้านเขาพูดเพราะ แต่แหม... เขาชอบทำให้เธอกลายเป็นคนหยาบคายอยู่เรื่อย

รพัดกำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าอย่างพยายามข่มอารมณ์ คิดว่าเขาชอบยั่วโมโหเธอ

“ระวังเหอะคุณภาคย์ มัวแต่มาปากดีอยู่หน้าร้านฉัน แกงมัสมั่นจะไหม้คาหม้อจนต้องตักไปแจกหมาหน้าปากซอย”

ภาคย์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาชินเสียแล้ว และกลับยิ้มหวานหยดย้อยขึ้นอีกครั้ง จนลูกค้าสาวสองสามคนที่นั่งรอโต๊ะอยู่บริเวณหน้าร้านฝั่งตรงข้ามแอบมองกันตาเยิ้ม

“ร้านผมระดับรางวัลการันตีครับ ไม่เคยปล่อยให้ไหม้ แต่ถ้าคุณน้องพัดอยากชิมความนุ่มละลายในปากที่แท้จริง เย็นนี้แวะไปโต๊ะหนึ่งได้นะ ผมแถมพิเศษให้”

รพัดมองเขาอย่างระแวง

“แถมเนื้อ”

“แถมเบอร์โทรศัพท์ผมด้วยครับ เผื่อคุณอยากสั่งเมนูพิเศษรอบดึก”

หญิงสาวอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนใบหน้าจะร้อนวูบกว่าเดิม

“กวนประสาท!”

รพัดยกมือผลักอกแกร่งของชายหนุ่มออกไปเบา ๆ ภาคย์ยอมถอยตามแรงอย่างว่าง่าย แต่สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความขบขัน หญิงสาวสะบัดผมบ๊อบแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าร้าน ก่อนตะโกนสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น

“จ้อย! ยกกระดานดำอีกแผ่นมา วันนี้จะจัดโปรฯ ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ให้ร้านโบราณฝั่งตรงข้ามเฉาตายไปเลย”

จ้อยที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ถึงกับชะโงกหน้าออกมาจากหลังเคาน์เตอร์

“ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอพี่พัด เราจะเฉาตายก่อนเขาหรือเปล่า”

รพัดหยุดกึกแล้วหันขวับ

“งั้นลดเฉพาะเมนูเปิดร้าน!”

“ค่อยยังชั่ว...”

“แล้วทำป้ายตัวใหญ่ ๆ ด้วย”

“จะเขียนว่าอะไรพี่”

รพัดเหลือบมองคนที่ยังยืนกอดอกส่งยิ้มกวนๆ อยู่หน้าร้าน “เขียนว่า ‘ร้านรพัดเปิดใหม่ ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ อร่อยจนลืมร้านฝั่งตรงข้าม’”

จ้อยมองตามสายตาเจ้านายสาวไปเห็นภาคย์ ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ตีกันตั้งแต่รั้วบ้านยันหน้าถนน นี่เราเปิดร้านอาหารหรือเปิดสนามรบกันแน่เนี่ย”

“ทำไปเถอะน่า บ่นมากจริงเชียว”

“ครับลูกพี่”

รพัดเดินปึงปังหายเข้าไปในครัว ทิ้งให้ภาคย์ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยสีหน้าอารมณ์ดี ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเหลือบมองป้ายโปรโมชันที่จ้อยกำลังเขียนอย่างขะมักเขม้น แล้วพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม

“ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์เหรอ สงสัยคงต้องแวะมากินที่ร้านรพัดทุกวันแล้วมั้งเนี่ย”

บ่ายวันถัดมา บรรยากาศกลางซอยเริ่มระอุขึ้นอีกระลอก เมื่อรถตู้ติดสติกเกอร์ชื่อช่อง ‘ลิ้นทองส่องชิม’ แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าร้านรพัด

ประตูรถเลื่อนเปิดออก ชายร่างท้วมสวมแว่นกันแดดสีชาเดินลงมาพร้อมทีมงานและตากล้องที่แบกอุปกรณ์ถ่ายทำตามมาติด ๆ

ทันทีที่เห็นว่าใครมาเยือน จ้อยก็เบิกตากว้าง รีบวิ่งพรวดจากหน้าร้านเข้าไปในครัว

“ลูกพี่ คุณกิตติ ลิ้นทอง บล็อกเกอร์สายโหดมาถึงแล้ว”

รพัดที่กำลังยืนหน้าเตาเหลือบมองลูกน้องเพียงแวบเดียว มือยังคงคนซอสในกระทะอย่างคล่องแคล่ว

“ตั้งสติไว้ไอ้จ้อย วันนี้ฉันจะเสิร์ฟริบอายสเต๊กซอสไวน์แดงผสมน้ำสต็อกตุ๋นยาจีนสูตรเด็ด รับรองคุณกิตติต้องกราบกรานในรสสัมผัส”

“ถึงกับกราบเลยเหรอลูกพี่”

“ถ้าไม่กราบ อย่างน้อยต้องวางช้อนไม่ลง”

“ถ้าเขาวางช้อนไม่ลงเพราะมือเป็นตะคริวล่ะ”

รพัดหันขวับ

“ไอ้จ้อย แกจะกวนตีนไปถึงไหน”

“ไม่กวนแล้วครับลูกพี่ ผมไปดูหน้าร้านก่อนดีกว่า”

จ้อยรีบเผ่นหนี ก่อนจะโดนทัพพีในมือเจ้านายสาวลอยมาเขกหัว จ้อยเป็นลูกไล่ของรพัดมาตั้งแต่เด็ก เรียกว่าตามติดรพัดคอยดูแลรับใช้ตามประสาลูกชายตัวน้อยของคนรับใช้ในบ้าน จ้อยจึงเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดเจ้านายสาวที่เป็นลิงทโมนตั้งแต่เด็ก โดนตีมาก็เยอะ โดนดุมาก็แยะ จึงรู้ใจกันดี

จ้อยวิ่งออกมา แต่จุดหมายคือตรอกเล็กหลังร้านรพัดซึ่งสามารถเดินทะลุไปถึงหลังร้านรสเสน่ห์ได้คนสองคนกำลังยืนหลบอยู่หลังดงกล้วยอย่างมีพิรุธ

“แป้งหอมจ๊ะ วันนี้แก้มหอมสมชื่อเสียจริง”

จ้อยยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวตรงหน้า พร้อมยัดซองขนมโตเกียวใส่มือสาวหมวยร่างเล็กในชุดผู้ช่วยเชฟสีครีม

แป้งหอม มือขวาคนสนิทของภาคย์และผู้ช่วยเชฟประจำร้านรสเสน่ห์ เธอรีบเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนตีแขนคนตรงหน้าเบา ๆ

“เบา ๆ สิพี่จ้อย เดี๋ยวคุณภาคย์ออกมาเห็น แล้วนี่มาเป็นสายลับส่งข่าวหรือมาสืบข่าวหรือมาแอบแต๊ะอั๋งแป้งกันแน่” ปากบ่น แต่แก้มกลับแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด

จ้อยยิ้มหวานให้หญิงสาวที่เขาปักใจรักหมดใจ นี่แหละอนาคตแม่ของลูกไอ้จ้อย

“โธ่... แป้งจ๋า สุภาษิตเขาว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง พี่ก็ต้องมาสืบความลับฝั่งตรงข้าม พร้อมกับเติมความหวานให้หัวใจตัวเองด้วยสิ เจ้านายสองคนนั้นน่ะปล่อยให้ฟาดฟันกันไป ส่วนเราสองคน ฟาดฟัด เอ๊ย! รักกันเงียบ ๆ ก็พอ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel