บท
ตั้งค่า

6

“พาไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ อย่างอื่นค่อยว่ากัน” แต่ไม่ทันเสียแล้ว คนป่วยสิ้นใจระหว่างทาง

ค่ำวันนั้น พีรดาขอให้จัดงานศพเล็กๆ ให้นงลักษณ์ ศพคลุมผ้าแต่ไม่ให้ใครเปิดดูและยัดเงินให้สัปเหร่อ สองสามีภรรยาคิดว่านงลักษณ์ตายไปแล้วก็ถือว่าจบเรื่อง อโหสิกรรมให้

ส่วนพีรดากำลังซ่อนรอยยิ้มชั่วร้าย เธอจะได้กลับไปเป็นคุณหนูที่แสนร่ำรวยอีกครั้ง หลังจากลำบากมาหลายปี

สิริกานดาพาพีรดาเข้าไปในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ข้างกายคือปริญที่ยิ้มกว้างไม่หุบเหมือนกัน เพราะตอนนี้ครอบครัวได้อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว

พีรดาหน้าบึ้งทันทีที่เห็นแก้มหวาน เธอคิดว่าจะได้เป็นคุณหนูคนเดียวของบ้าน แต่ปรากฎว่าบิดามารดาได้รับลูกบุญธรรมอีกคนก่อนหน้าที่เธอจะกลับมา

ไม่เป็นไร เธอจะค่อยๆ จัดการนังลูกบุญธรรมนี้ให้กระเด็นออกจากบ้านเอง ต่อจากนี้ไปเธอต้องเป็นคุณหนูคนเดียวของบ้านหลังนี้

แก้มหวานยืนรออยู่ในห้องโถง มองเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้านด้วยรอยยิ้ม

“แก้มหวานจ้ะนี่คือลูกสาวแท้ๆ ของพ่อกับแม่ที่โดนขโมยไปเมื่อหลายปีก่อน ทำให้เราต้องพลัดพรากจากกัน ลูกสองคนเกิดวันเดียวกัน งั้นให้แก้มหวานเป็นพี่ ให้พีรดาเป็นน้องก็แล้วกันนะจ๊ะ”

“ค่ะคุณพ่อคุณแม่” แก้มหวานรับคำ

“หนูฝากเนื้อฝากตัวกับพี่แก้มด้วยนะคะ”

“ยินดีต้อนรับจ้ะ” แก้มหวานยิ้มรับ เธอดีใจที่จะได้มีน้องสาวอีกคน

พีรดามองแก้มหวานตั้งแต่หัวจรดเท้าในชุดเรียบร้อย สะอาด อ่อนหวาน ต่างจากตนที่ก่อนหน้านี้มอมแมมเหมือนยาจก ในใจของพีรดารู้สึกหมั่นไส้ในทันทีแต่ก็เก็บอาการเอาไว้อย่างเต็มที่

“ขอบคุณนะคะ ต่อจากนี้ไปหนูจะเป็นเด็กดีของทุกคนค่ะ” พีรดาพูดขึ้นด้วยท่าทีน่าสงสาร

สิริกานดาโอบกอดพีรดาและแก้มหวานเอาไว้พลางน้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจ

“ต่อจากนี้ไปลูกทั้งสองคนจะเป็นลูกรักของแม่ แม่จะดูแลหนูทั้งสองคนให้ดีที่สุด ไม่ให้น้อยหน้าใคร”

“ขอบคุณค่ะคุณแม่” สองสาวประสานเสียงพร้อมกัน ซบหน้ามารดาด้วยรอยยิ้มที่ต่างกัน

“ฉันนี่แหละจะกำจัดแกให้กระเด็นนังเด็กกำพร้า” พีรดาคิดในใจอย่างมีแผนร้าย

ภายในห้องรับแขก ทุกคนนั่งพูดคุยกันเพื่อปรับตัวเข้าหากัน พีรดาเล่าชีวิตที่น่าสงสารของตัวเอง พลางร้องไห้น้ำตานอง ทำเอาสิริกานดาเช็ดน้ำตาไม่หยุด

แก้มหวานนั่งเงียบ มองอย่างเห็นใจ พยายามบีบมือปลอบโยนอีกฝ่าย

ปริญเองนั่งฟังแล้วรู้สึกหดหู่ใจกับความยากลำบากของบุตรสาว

หลังจากพักดื่มน้ำผลไม้ สิริกานดาเอ่ยขึ้นอย่างมีความสุข

“รดาจ๊ะ แม่ให้คนเตรียมห้องเอาไว้ให้หนูแล้วนะจ๊ะ แล้วก็จะให้หนูเข้าเรียนโรงเรียนดี ๆ ด้วย”

“ขอบคุณค่ะคุณแม่ ทุกอย่างเหมือนฝันเลยค่ะ”

“ไปจ้ะ ไปดูห้องกันหน่อยว่าหนูชอบไหมไ สิริกานดาจูงมือพีรดาไปดูห้องใหม่ ก่อนเดินจากไป เธอกระตุกยิ้มก่อนหลือบไปมองแก้วหวานด้วยรอยยิ้มมาดร้ายเพียงเสี้ยววินาทีก็หายไป

พีรดายืนอยู่กลางห้องอย่างตื่นตาตื่นใจ เฟอร์นิเจอร์หรูหรานุ่มสบาสย ชุดเครื่องนอนราคาแพง กลิ่นหอมสะอาดของห้องทำให้เธอตื่นเต้นไม่น้อย เธอเอื้อมมือไปแตะหัวเตียงแล้วแสยะยิ้มเบา ๆ พีรดาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เหมือนกระซิบ

“ต่อจากนี้ไปฉันต้องได้ทุกอย่างของที่นี่”

สิริกานดาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าให้พีรดาดู

“นี่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่ซื้อให้หนูจ้ะ หนูมาดูสิจ๊ะว่าชอบไหม” พีรดาแสร้งน้ำตาคลอทันที

“ขอบคุณค่ะคุณแม่ หนูไม่เคยได้รับเสื้อผ้าชุดใหม่เลยค่ะ ชุดที่ใส่อยู่ก็เป็นของที่เขาบริจาคมาทั้งสิ้น ดังนั้นคุณแม่ให้อะไรหนูก็ชอบทั้งหมดเลยค่ะ เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจ”

สิริกานดาโอบกอดพีรดาเอาไว้อีกครั้งอย่างสงสารสุดหัวใจ แต่พีรดาหลับตาพริ้มไม่ใช่ซาบซึ้ง แต่กำลังวางแผน

“หนูพักผ่อนก่อนนะจ๊ะ”

“ค่ะคุณแม่”

หลังสิริกานดาเดินออกไป พีรดาแค่นหัวเราะในลำคอ

“นังแก้มหวานแกเสวยสุขมาหลายปี ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะเอาทุกอย่างกลับคืน” เธอเดินมองไปรอบห้อง ของใช้ราคาแพงมากมายมาทาบกับตัว ก่อนจะมองกระจก ยิ้มอย่างชั่วร้าย

“ฉันจะเอาทุกอย่างที่ควรเป็นของฉันคืนมาทั้งบ้านทั้งสมบัติและความรักของพ่อแม่” ภาพในกระจกสะท้อนเด็กสาวใบหน้าสวยแต่เต็มไปด้วยสายตาอำมหิต เธอแสยะยิ้มเบา ๆ ราวกับสัตว์นักล่าที่เพิ่งเข้าถ้ำ

สมบัติ

พีรดาใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็วางตัวเป็นลูกสาวที่น่าสงสารได้อย่างแนบเนียน พูดจาอ่อนหวาน วางตัวดี แสดงสีหน้ามีความสุขทุกครั้งที่อยู่กับบิดามารดา แต่ลึกลงไปเธอกำลังวางหมากทีละตา

เย็นวันหนึ่งขณะที่ปริญนั่งอ่านเอกสารในห้องทำงาน พีรดาก็เดินเข้ามาเคาะประตูเบา ๆ

“เข้ามา”

พีรดาเดินเข้ามานั่งลงตรงหน้า แววตาดูเศร้าลึก ๆ เหมือนมีอะไรติดค้างในใจ

“คุณพ่อคะ หนูมีเรื่องอยากขอ” ปริญวางเอกสารในมือลง

“ว่าไงลูก หนูอยากได้อะไร บอกพ่อมาได้เลย” พีรดากัดริมฝีปากเบา ๆ ทำทีลังเล ก่อนเงยหน้าขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่น

“หนูอยากตรวจดีเอ็นเอกับคุณพ่อค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel