7
ปริญชะงักไปทันที คำขอนี้ตรงใจเขาที่สุด อาจเพราะเขาปรึกษากับภรรยาแล้วว่าจะตรวจดีเอ็นเอว่าเธอคือลูกของเขาไหม อาจเพราะนงลักษณ์ไม่น่าไว้วางใจตั้งแต่ต้น
“ถ้าลูกอยากตรวจด้วยความเต็มใจพ่อก็ไม่ขัด”
พีรดาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“หนูอยากให้คุณพ่อกับคุณแม่สบายใจน่ะค่ะ ถ้าตรวจดีเอ็นเอว่าหนูเป็นลูกคุณพ่อ จะได้มั่นใจว่าหนูไม่ใช่คนแอบอ้าง” เธอก้มหน้า ทำตัวเหมือนเจ็บปวดทางใจ
“เอาสิ เพื่อความสบายใจ พ่อแล้วแต่หนู”
“หนูกลัวค่ะ กลัวว่าจะถูกทิ้งอีก หนูแค่อยากให้ทุกอย่างชัดเจน จะได้ไม่มีใครกังวลอีก”
ปริญรีบลุกขึ้นจับไหล่พีรดาเบา ๆ
“อย่าคิดมาก ทำใจให้สบาย ๆ เอาไว้ ถ้าลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่จริงๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้” พิมพ์รดาแอบยิ้มในใจ ใบหน้ากลับแสดงความซาบซึ้งสุดขีด
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ หนูรักคุณพ่อที่สุดเลยค่ะ”
เธอโผเข้ากอดปริญ และปริญก็กอดตอบอย่างอ่อนโยน
โรงพยาบาลเอกชน ห้องตรวจ DNA ปริญเดินมาพร้อมพีรดา เจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์อย่างเป็นมืออาชีพ
พีรดามองไปรอบ ๆ อย่างใจเย็น เพราะนี่คือแผนที่เตรียมไว้แล้วก่อนมาที่นี่ นงลักษณ์ได้กำชับลูกสาวไว้ชัดเจน
“ถ้าผลออกมาว่าหนูไม่ใช่ลูก คุณพ่อจะทำยังไงคะ” ปริญลูบศีรษะเด็กสาวเบา ๆ
“ต่อให้หนูไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ ก็ไม่เป็นไร” สิริกานดารีบให้กำลังใจ คำพูดนั้นทำให้พีรดายิ้มเจ้าเล่ห์ในใจ แต่ภายนอกกลับน้ำตาคลออย่างซาบซึ้ง
ไม่กี่วันต่อมา ห้องรับรองของโรงพยาบาล ปริญ สิริกานดา พีรดา และแก้มหวาน นั่งรอผลดีเอ็นเอในห้องเดียวกัน
บรรยากาศตึงเครียด สิริกานดากุมมือพีรดาเอาไว้ด้วยความสงสาร แก้มหวานก็มองน้องสาวอย่างให้กำลังใจ
เจ้าหน้าที่เดินเข้ามาพร้อมเอกสารสรุปผล ยื่นให้ปริญ เขาเปิดซองด้วยสีหน้าตึงเครียด
ก่อนจะชะงักไปหนึ่งวินาที ดวงตาเขาสั่นไหว หันไปมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ผลออกแล้ว” สิริกานดาจับมือปริญแน่นจนสั่น
“ว่าไงคะคุณ” สิริกานดาเอ่ยถามสามี
ปริญหายใจลึก ๆ
ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ชะตาชีวิตของทุกคนเปลี่ยนไปอีกครั้ง
“ผลตรวจยืนยันว่าพีรดาเป็นลูกแท้ ๆ ของผมจริง ๆ” สิริกานดาร้องไห้โฮด้วยความดีใจ โผกอดพีรดาแน่น
“ลูกของแม่ ลูกของแม่จริง ๆ ฮือ” พีรดากอดตอบพร้อมน้ำตา แต่แววตาที่มองลอดไหล่สิริกานดากลับเย็นเยียบเหมือนงูพิษ พีรดาพึมพำเบา ๆ
ในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนแล้ว ปริญมองผลตรวจแล้วถอนหายใจ ความระแวงที่เคยมีกับนงลักษณ์หายไปชั่วขณะ
“ผลตรวจออกแบบนี้แล้ว ก็คงไม่มีอะไรให้กังวลแล้วนะจ๊ะ” แก้มหวานยิ้มให้น้องสาวใหม่อย่างจริงใจ
“พ่อกับแม่จะพาหนูไปออกงานเพื่อแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักหนู”
“หนูแล้วแต่คุณพ่อคุณแม่ค่ะ”
พีรดาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านกับบิดามารดาและพี่สาวอย่างเงียบสงบ เป็นเด็กดี ทำให้ทุกคนไว้ใจ และนำเงินที่ได้ส่งให้มารดาแท้ ๆ อย่างนงลักษณ์
หลายเดือนต่อมา ณ งานเลี้ยงหรูที่จัดขึ้นในโรงแรมใหญ่ ผู้คนมากมายแต่งกายสวยงาม เดินเข้าออกอย่างสง่าภายใต้บรรยากาศหรูหราตระการตา
สิริกานดากับปริญพาลูกสาวทั้งสอง แก้มหวานและพีรดา มาร่วมงานด้วย
แก้มหวานสวมชุดเดรสสีขาวเรียบหวาน พีรดาสวมชุดสีชมพูเรียบหรูดูดี
สองบุคลิกต่างกันเพราะท่าทีของแต่ละคน ตั้งแต่เดินเข้ามา ทั้งสองได้สายตาชื่นชมจากแขกหลายคน ยิ่งทำให้เธอแอบเหลือบมองแก้มหวานด้วยความหมั่นไส้
แผนการแรกเริ่มขึ้น สิริกานดากำลังคุยกับแขกผู้ใหญ่ ปริญก็ทักทายเพื่อนนักธุรกิจ
พีรดามองซ้ายขวา ก่อนเดินเข้ามาหาแก้มหวานที่กำลังถือแก้วน้ำผลไม้อยู่เงียบ ๆ พีรดายิ้มหวานเคลือบยาพิษ
“พี่แก้มคะ คุณแม่เรียกค่ะ” แก้มหวานพยักหน้าและเดินตามไป
พอเดินมาถึงบริเวณหน้าบันไดซึ่งมีคนมากที่สุด พีรดาก็แสร้งจับมือพี่สาว แล้วก็ขัดขาแก้มหวานแรง ๆ
“ว้าย!” ร่างบางเซถลาไปข้างหน้า เสียงอุทานของผู้คนดังขึ้นทันที แต่ก่อนที่เธอจะล้มกระแทกพื้น กลับมีแขนแข็งแรงของชายหนุ่มคนหนึ่งโอบรับเธอเอาไว้ได้ทัน
“ระวังครับ”
แก้มหวานเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มหล่อคม สายตานิ่ง สุขุม นั่นทำให้หัวใจของแก้มหวานเต้นแรง
ในขณะที่ปราณเองก็จ้องหน้าเด็กสาวผู้อ่อนหวานอย่างประหลาด รู้สึกคุ้นเหมือนเคยรู้จักมานาน
แก้มหวาน หน้าแดงรีบดันร่างสูงออกอย่างสุภาพ เมื่อรู้สึกว่าเขากอดรัดเธอแน่นไปหน่อย
พีรดามองอย่างเจ็บใจที่ทำให้แก้มหวานเสียหน้าอับอายไม่ได้
“ขะ…ขอบคุณค่ะ” ปราณช่วยพยุงเธอให้ยืน มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย รู้สึกอบอุ่นแบบไม่เข้าใจสาเหตุ
“ไม่เป็นไรครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
แก้มหวานส่ายหน้าไปมา ในขณะที่พีรดายืนกัดฟันเจ็บใจอยู่ด้านหลัง ไม่คิดว่าแก้มหวานจะมีคนช่วยและเป็นหนุ่มหล่อขนาดนี้ พีรดาคิดในใจอย่างเคียดแค้น ทำไมยายนี่ถึงโชคดีขนาดนี้
ในขณะที่พีรดาเจ็บใจ เธอก็เห็นอีกเป้าหมายหนึ่ง ที่น่าสนใจ ชายหนุ่มในชุดสูทหรู ดวงตาคมกริบ มาดภูมิฐาน เดินเข้ามาในงานเขาคือ กฤตภาส คู่หมั้นของแก้มหวาน
