4
“หนูกลัวพี่ปราณไม่กลับมา” ปราณยิ้มพร้อมยื่นมือไปลูบผมเธอเบา ๆ
“ไม่ต้องกลัวนะ โตขึ้นพี่จะกลับมาดูแลแก้มหวานเอง พี่สัญญา” เด็กหญิงพุ่งเข้ากอดพี่ชายแสนใจดีเอาไว้แน่น
“แก้มจะรอพี่ปราณนะคะ”
“พี่สัญญาครับคนดี” เขาไล้แก้มใสไปมาเบาๆ ก่อนจะเกี่ยวนิ้วก้อยสัญญา
“สัญญาแล้วนะคะ”
“สัญญาครับ ด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย” และปราณก็กอดตอบอย่างปกป้อง สายลมอุ่นพัดผ่าน หัวใจเล็ก ๆ สองดวงถูกผูกไว้ด้วยพวงกุญแจหนึ่งคู่และคำสัญญาอันบริสุทธิ์
ความเจ็บปวดจากวันที่ลูกหายไป ไม่เคยจางหายจากหัวใจของปริญและสิริกานดาเลยสักวัน
ทุกค่ำคืนสิริกานดายังคงนั่งอยู่ข้างหน้าต่างห้องเดิม มองออกไปบนถนนด้วยความหวังเล็ก ๆ ว่าสักวันลูกจะกลับมา แต่โลกความเป็นจริงโหดร้ายเกินกว่าจะให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นง่าย ๆ
ปริญเองก็ไม่มีวันล้มเลิกการตามหา แต่ก็ไม่มีข้อมูล ไม่มีร่องรอย และไม่มีแม้แต่เงาของนงลักษณ์ ธุรกรรมทางการเงิน สัญญาณโทรศัพท์หรืออะไรที่จะระบุตัวตนว่านงลักษณ์ใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนไม่มีเลย บ้านเก่าก็ไม่กลับไป ไม่ติดต่อญาติสนิทมิตรสหายที่ไหนเลยด้วย
ทุกอย่างเหมือนถูกกลืนหายไปจากโลก จนกระทั่งวันหนึ่ง สิริกานดาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวในสวนหลังบ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“เราไปทำบุญให้เด็กกำพร้ากันดีไหมคะ เผื่อผลบุญจะได้หนุนนำให้เราได้เจอกับลูกอีกครั้ง ตราบใดที่ยังไม่เจอยายหนู ฉันก็หวังว่าลูกจะยังมีชีวิตอยู่น่ะค่ะ”
“เอาสิ” เขาตามใจภรรยาเสมอ อะไรที่เธอทำแล้วมีความสุข เขาก็ไม่ขัด
ทั้งสองสามีภรรยาไปที่บ้านเด็กกำพร้าเพื่อแจกอาหารเด็กกำพร้า การได้เห็นเด็ก ๆ ทำให้สิริกานดารู้สึกมีความหวังว่าจะได้เจอลูกสาวอีกครั้ง
“เด็กคนนั้น คุณคะเด็กคนนั้น” สิริกานดาเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งก็อุทานออกมา
“ทำไมครับ”
“ทำไมถึงหน้าเหมือนคุณจัง หน้าเหมือนฉันด้วย มีความเหมือนทั้งคุณและฉัน ใช่ไหมคุณ ใช่ไหม” สิริกานดาเขย่ามือของสามีในขณะที่กำลังแจกอาหารอยู่
“ใจเย็นๆ ก่อนคุณ” เขาเองก็รู้สึกว่าเด็กน้อยน่ารักคนนั้นหน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะ
“หรือว่าลูกสาวของเราจะอยู่ที่นี่คะ”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคุณ”
“หนูชื่ออะไรจ๊ะ” สิริกานดาถามเด็กน้อย
“หนูชื่อแก้มหวานค่ะ”
“ถ้าลูกของเรายังอยู่คงอายุเท่านี้นะคะคุณ”
“คุณน้าร้องไห้ทำไมเหรอคะ” เด็กน้อยเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“น่ารักเสียจริง หนูไปเป็นลูกของฉันได้ไหม”
“หนูก็อยากเป็นลูกของคุณค่ะ” แก้มหวานยิ้มให้หญิงใจดีตรงหน้า ก่อนเสียงเรียกของเพื่อน ๆ ในบ้านจะดังขึ้น
“หนูขอตัวก่อนนะคะ ต้องไปดูน้อง ๆ ค่ะ”
“จ้ะ ไปเถอะ” สิริกานดายิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยกับสามี
“รอบหน้าเรามาที่นี่กันอีกนะคะ ฉันอยากเจอหนูแก้มหวาน”
“แล้วแต่คุณ อะไรที่ทำให้คุณสบายใจ ผมยินดีเสมอ” เพราะสุขภาพของภรรยาไม่ดีทำให้มีลูกไม่ได้อีก ความเศร้าเสียใจที่เกิดขึ้นเขาเองก็เข้าใจ
หลังจากนั้นสิริกานดาก็มีความสุขขึ้น เมื่อมาที่บ้านเมตตา เธอซื้อขนม ของเล่นและนำอาหารมาแจกที่บ้านเด็กกำพร้าบ่อยครั้ง จนสองสามีภรรยาสนิทกับเด็กน้อยแก้มหวาน
“คุณปริญ ฉันคิดมาหลายวันแล้ว ฉันอยากรับหนูแก้มหวานมาเลี้ยงค่ะ” ปริญชะงักเล็กน้อย ก่อนนั่งลงข้างภรรยา
“คุณตัดสินใจดีแล้วเหรอ”
สิริกานดายิ้มเศร้า มือน้อยสัมผัสกับต้นไม้เล็ก ๆ ที่พวกเขาปลูกในวันที่เสียลูกไป
“ใช่ค่ะ หนูแก้มหวานน่ารัก หนูน้อยน่ารักคนนั้นทำให้ฉันมีความสุข” สิริกานดาพูดออกมาแล้วเผยยิ้ม ยิ้มที่ไม่ได้มีมานานมากแล้ว
ปริญจับมือภรรยาแน่น สัมผัสได้ว่าภรรยามีความสุขขึ้น หลังจากได้พบเด็กน้อยแก้มหวาน เขาเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย
“ฉันเจรจากับคุณศรีจันทร์แล้ว สุขภาพของคุณศรีจันทร์ไม่ค่อยดี เมื่อก่อนมีคนมาขอแก้มหวานไปเลี้ยง คุณศรีจันทร์รักแก้มหวานเหมือนลูก
แท้ๆ จึงตัดใจไม่ได้ แต่ตอนนี้เธอเห็นว่าเราสองคนรักและเอ็นดูแก้มหวานจริงๆ ก็เลยยินดีค่ะ”
“งั้นผมจะดำเนินการทุกอย่างให้เรียบร้อย คุณสบายใจได้”
“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ”
สิริกานดารู้สึกมีความสุขมาก ๆ เมื่อการรับบุตรบุญธรรมผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
“ต่อไปหนูจะอยู่ที่นี่ในฐานะลูกสาวของแม่ ดีไหมจ๊ะ”
“ดีค่ะคุณแม่” แก้มหวานรับคำด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
“หนูชอบวาดรูปเหรอจ๊ะ”
“ชอบค่ะ”
“หนูวาดรูปสวยมากนะ” ทำไมเด็กคนนี้ถึงมีพรสวรรค์เหมือนเธอตอนสาว ๆ ไม่มีผิด
“ขอบคุณค่ะ”
“ต่อจากนี้ไป แม่จะสนับสนุนหนูทุกทาง ไม่ว่าหนูชอบอะไร อยากได้อะไร แม่จะให้หนูทุกอย่าง” สิริกานดาลูบผมนุ่มสลวยของเด็กน้อยมา
หลังจากนั้นเป็นต้นมา แก้มหวานก็กลายเป็นคุณหนูของตระกูลอย่างเต็มตัว สิริกานดากับปริญทุ่มเทความรักทุกอย่างให้เด็กน้อย ทำให้เธอมีความสุขที่สุด
หลายปีผ่านไป แก้มหวานในเติบโตมาเป็นเด็กร่าเริงสดใสและมีพรสวรรค์ในการวาดภาพที่ยอดเยี่ยม
“ยายแก้มเหมือนคุณตอนสาวๆ ไม่มีผิดวาดรูปสวยหาที่ติ อายุเท่านี้แต่มีพรสวรรค์ในการวาดรูปมากๆ”
