3
ปริญหน้าเครียดจัด รีบเข้าห้องควบคุมเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อภาพปรากฏทั้งคู่ถึงกับชะงัก นงลักษณ์กับพยาบาลคนหนึ่งปรากฏอยู่ในภาพ อุ้มเด็กที่เป็นลูกของพวกเขา ออกไปทางหลังตึก สิริกานดาร้องไห้จนตัวสั่น
“ทำไมต้องทำกับพวกเราแบบนี้”
ปริญเสียงสั่นด้วยความโกรธ
“ผมจะให้คนออกตามหา”
ทั้งสองไปถึงนวลจันทร์ก็ถูกวางยาน้ำลายฟูมปาก
“อย่าเพิ่งตาย บอกมาก่อนลูกอยู่ไหน บอกมา” สิริกานดาเขย่าร่างของพยาบาลสาว
“อะไรนะ คุณพูดอะไร” สิริกานดาขยับหูเข้าไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายตั้งใจฟังประโยคกระท่อนกระแท่นนั้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะสิ้นใจ
“ไม่นะ ไม่ ฟื้นขึ้นมาก่อน เธอเอาลูกฉันไปทิ้งที่ไหน ฟื้นขึ้นมาพูดกันก่อน ฮือ ๆ” สิริกานดาเขย่าร่างอีกฝ่าย พลางร้องไห้จนตัวโยน
“คุณกานดา เขาตายแล้ว” ปริญดึงร่างภรรยามาก่อน ร่างของเธอสะท้านอยู่ในอ้อมแขนของเขา ร้องไห้จนสลบไป
ในขณะเดียวกันอีกฟากหนึ่งของประเทศ นงลักษณ์อุ้มลูกสาวของตัวเองขึ้นรถกระบะของเพื่อนบ้านในชนบทห่างไกล เธอหิ้วกระเป๋าเพียงใบเดียว
“พี่ช่วยพาฉันไปที่ที่ไกลที่สุด ไม่ให้ใครหาเราเจอ”
“ได้จ้ะ เราไปกันเถอะ” อานนท์แอบรักนงลักษณ์มานาน พอมาเจอกันใหม่ก็ไม่รังเกียจที่อีกฝ่ายมีลูกแล้ว คิดแค้นไปถึงผู้ชายใจดำที่ทำให้นงลักษณ์ท้องแล้วไม่รับ
“ต่อจากนี้ไปพี่จะดูแลนงเอง” นงลักษณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่งตัวเป็นชาย ใส่วิกผม มีหนวดเครา เธอโกหกว่าผู้ชายชั่วที่ทำให้ท้องจะตามมาเอาลูก เลยต้องทำแบบนั้น คนซื่อ ๆ แบบอานนท์ที่แอบหลงรักนงลักษณ์มานานก็เชื่อสนิทใจ
“ไอ้คนสารเลวแบบนั้นน่าจับตอนจริงๆ นะพี่” อารีน้องสาวของอานนท์ที่นั่งอยู่ด้านหลังอุ้มลูกน้อยของนงลักษณ์เอาไว้เอ่ยขึ้น สองพี่น้องซื่อจนคิดว่านงลักษณ์โดนกระทำจริงๆ
เจอด่านตรวจด่านแล้วด่านเล่าก็ผ่านมาได้ เพราะอารีย์บอกว่าเด็กน้อยเป็นลูกของตน และคนที่หน้าตาแบบนงลักษณ์ก็ไม่ปรากฎ
เดินทางข้ามวันข้ามคืน ก็ถึงหมู่บ้านลับตาคนที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีกล้องวงจรปิด พื้นที่ห่างไกลความเจริญที่มีแต่ผืนป่า
“มีคนให้พี่มาช่วยดูแลสวนที่นี่ ให้เงินเดือนทุกเดือน ต่อไปพี่จะดูแลนงเอง ไม่ต้องกลัวจะลำบากอีกแล้วนะ” อานนท์พูดขึ้น
"จ้ะพี่นนท์” นงลักษณ์รับคำ เธออยากมาอยู่ในสถานที่แบบนี้แหละ จะได้ตัดขาดจากโลกภายนอก รอเวลาอีกไม่กี่ปีลูกสาวตัวน้อยของเธอก็จะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลดัง
นงลักษณ์มองท้องฟ้ายามค่ำด้วยสายตาแข็งกร้าว
เวลาผ่านไปหลายวัน ปริญและสิริกานดาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ข่าวเด็กทารกหายถูกกระจายออกไปทั่ว แต่ก็ไร้ร่องรอย ทั้งสองนั่งกอดกันอยู่ในบ้านที่เคยอบอุ่นแต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเศร้า
“ลูกเราอยู่ที่ไหนกันแน่คะคุณ ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง”
ปริญกอดภรรยาแน่น เขาเจ็บเทียบเท่ากัน แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ และในขณะที่ทั้งคู่หลับใหลด้วยความเหนื่อยล้า
แก้มหวานตัวน้อยที่ถูกทิ้งกลางถนนนั้น กำลังหลับอย่างอบอุ่นในอ้อมแขนของศรีจันทร์ โดยไม่มีใครรู้ว่าคือ ลูกที่ถูกขโมยไป
หลายปีต่อมา...
บ้านเมตตาในเช้าวันทำบุญคึกคักกว่าปกติ เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันเต็มลานบ้านด้วยความดีใจ เพราะครอบครัวของปราณ เด็กชายวัยสิบขวบจากครอบครัวใจบุญกำลังจะมาเยี่ยมอีกครั้ง
รถครอบครัวของปราณจอดหน้าบ้านเมตตา ศรีจันทร์เดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มสดใส
“มาแล้วเหรอจ๊ะคุณมาธวี คุณชานนท์ น้องปราณ วันนี้เด็ก ๆ เฝ้ารอเลยนะคะ”
ปราณยิ้มกว้าง มือถือถุงขนมและของเล่นหลายชิ้น เดินไปแจกเด็กเล็กอย่างคล่องแคล่ว แต่สายตากลับกวาดหาคนที่เขาตั้งใจอยากเจอที่สุด
เด็กผู้หญิงตัวเล็กผูกผมสองข้าง นั่งวาดรูปอยู่ใต้ต้นมะม่วง เมื่อเธอเห็นเขา แก้มหวานก็ยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นยืนโบกมือ
“พี่ปราณมาแล้ว”
ปราณเดินเข้าไปหา ยื่นขนมให้
“นี่ของแก้มหวาน ต้องกินเยอะๆ นะ จะได้โตเร็ว ๆ”
แก้มหวานรับไว้ด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาใส ๆ ของเด็กหญิงทำให้หัวใจดวงเล็ก ๆ ของปราณอบอุ่นอย่างประหลาด
อีกหลายปีต่อมา ก่อนปราณจะไปเรียนต่อต่างประเทศ
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ปราณจะได้แวะมาที่บ้านเมตตาก่อนบินไปต่างประเทศตามความต้องการของครอบครัว เขาเดินมาคนเดียว พร้อมของในมือที่สั่งทำเป็นพิเศษ
แก้มหวานนั่งแกว่งขาอยู่บนม้านั่งไม้ หน้าตาเศร้านิด ๆ เมื่อเห็นพี่ปราณเดินเข้ามา
“พี่ปราณจะไปแล้วเหรอคะ” ปราณนั่งลงข้าง ๆ สายตาอ่อนโยนขณะมองน้องน้อยที่เขาห่วงหาเป็นที่สุด เขาอยากให้บิดามารดาอุปการะเลี้ยงดูแก้วหวาน แต่ศรีจันทร์รักแก้มหวานเหมือนลูกสาวแท้ๆ จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายไปอยู่กับคนอื่น ความคิดนี้จึงต้องพับเก็บไป
“ใช่ครับ แต่พี่สัญญาว่าพี่จะกลับมา” เขาหยิบพวงกุญแจรูปหัวใจแยกเป็นสองซีกออกมา หนึ่งสีฟ้า หนึ่งสีชมพู
“นี่ของเรา แก้มหวานรับอันนี้ไปนะ” ปราณยิ้มอ่อนโยน เขายื่นหัวใจสีชมพูให้เด็กน้อย ส่วนเขาเองเก็บหัวใจสีฟ้าเอาไว้
“หัวใจสองอันนี้ต้องอยู่ด้วยกันถึงจะสมบูรณ์ พี่อยากให้แก้มหวานเก็บเอาไว้ให้ดี รอให้เราได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง” แก้มหวานมองพวงกุญแจในมือ ดวงตาเริ่มแดง
