5
หลานกุ้ยเฟยนั่งเอนหลังอย่างสบาย ปล่อยให้นางคุกเข่าเหมือนเครื่องเรือนชิ้นหนึ่ง
“คัดให้ครบหนึ่งร้อยจบ” นางเอ่ยต่ออย่างราบเรียบ
“พลาดแม้แต่ตัวเดียว ก็เพิ่มอีกหนึ่งร้อย” ข้างตั่งมีหญิงสาววัยใกล้เคียงเซี่ยหลิงอวิ๋นยืนอยู่ หน้าตาสะอาดสะอ้าน สวยหวานน่ามอง สวมชุดสีอ่อนเรียบร้อย นางคือหลานสาวของสนมเอกหลาน มีศักดิ์เป็นญาติห่าง ๆ ที่เติบโตมาในจวน ถูกชุบเลี้ยงอย่างดี
ชื่อของนางคือ หลานชิงเหยา หลานชิงเหยาเหลือบมองเซี่ยหลิงอวิ๋นเพียงครู่ สายตานั้นไม่ได้แสดงความสะใจโจ่งแจ้ง แต่มีประกาย “เหนือกว่า” แฝงอยู่บางเบา เหมือนคนที่มั่นใจว่า ตนเองควรอยู่ตรงตำแหน่งนั้นมาแต่แรก
เวลาไหลผ่านช้าอย่างทรมาน เซี่ยหลิงอวิ๋นเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาพร่ามัว เหงื่อเย็นซึมตามไรผม
นางกัดริมฝีปากแน่น พยายามประคองสติ แต่ภาพมารดาที่จากไป กลับแล่นเข้ามาในหัว
ท่านแม่ลูกไม่เหลืออะไรให้ยึดแล้ว ความคิดนั้นทำให้หัวใจวูบไหว ร่างกายที่ฝืนมาทั้งวัน ยิ่งทรุด เสียงเทียนดัง “ปะ” เหมือนสติของนางขาดผึง
เซี่ยหลิงอวิ๋นโคลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเกร็งกับพื้นหิน ก่อนร่างจะเอนลงด้านข้าง
“พระชายา!” สาวใช้ร้องเสียงหลง หลานกุ้ยเฟยไม่ลุก เพียงขมวดคิ้วรำคาญ
“ทำเป็นสำออย คุกเข่าแค่นี้ก็เป็นลม” หลานชิงเหยาก้าวออกไปหนึ่งก้าว คล้ายจะช่วย แต่ยังไม่ทันได้แตะต้องประตูตำหนักก็เปิดผาง
อากาศเย็นจากด้านนอกไหลเข้ามา พร้อมเงาร่างสูงในฉลองพระองค์สีเข้ม หยางจิ่งเซวียน รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้านิ่งสนิท ทว่าดวงตาคมกริบกวาดมองพื้นห้องอย่างรวดเร็ว จนหยุดที่ร่างของเซี่ยหลิงอวิ๋นที่นอนหมดสติอยู่ แววตาเขากระตุกวูบเดียว ก่อนจะนิ่งเข้มกว่าเดิม
“เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่หนักแน่นจนทั้งตำหนักเงียบงัน สาวใช้รีบคุกเข่ารายงาน
“เรียนองค์รัชทายาท พระชายาถูก…ถูกสั่งให้คุกเข่าคัดอักษรตั้งแต่ยามก่อน และ” ยังไม่ทันจะได้พูดจบ หยางจิ่งเซวียนก็เดินเข้าไป เขาช้อนร่างบางขึ้นมาโดยไม่ลังเล แขนแข็งแรงประคองแผ่นหลังกับข้อพับเข่า
เสื้อไว้ทุกข์สีขาวของนางแนบกับอกเขา น้ำหนักเบาจนผิดสังเกต เหมือนคนที่ไม่ค่อยได้กินอาหาร
ร่างของเซี่ยหลิงอวิ๋นเย็นและสั่นน้อย ๆ ขนตาเปียกชื้น ใบหน้าซีดจนแทบไร้สีเลือด
หยางจิ่งเซวียนชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเงยหน้ามองไปยังตั่ง หลานกุ้ยเฟยนั่งอยู่เช่นเดิม แต่สีหน้าแข็งขึ้น
“เจิ่งเอ๋อร์ แม่กำลังสั่งสอนนางอยู่ จำไม่ได้รึว่านางคือคนของฮองเฮา เจ้าจะเข้ามาขัดทำไม” คำว่า “คนของฮองเฮา” ถูกเน้นชัด ราวกับตอกย้ำว่าเซี่ยหลิงอวิ๋นไม่ใช่คนในจวนนี้ หยางจิ่งเซวียนตอบกลับอย่างเย็นเฉียบ
“ถึงอย่างไร นางก็เป็นชายาของข้า” คำพูดเรียบ ๆ แต่เฉือนหน้าอย่างชัดเจน หลานกุ้ยเฟยหรี่ตา
“ชายา ชายาที่ฮองเฮาประทานมาเพื่อจับตาดูเจ้างั้นรึ”
“พอเถิดเสด็จแม่” หยางจิ่งเซวียนตัดบท เขามองมารดาตรง ๆ
“เรื่องในตำหนักตะวันออก ข้าจัดการเองได้” แล้วเขาก็หันหลัง อุ้มเซี่ยหลิงอวิ๋นออกไปต่อหน้าทุกคน เสียงชายเสื้อสะบัดผ่านบานประตู เหมือนพายุที่กวาดความเงียบงันออกจากตำหนัก
หลานชิงเหยาหน้าซีดลง มือที่กำชายแขนเสื้อแน่นจนสั่น สายตาจ้องตามแผ่นหลังของรัชทายาทไม่วาง
หลานกุ้ยเฟยเองก็เช่นกัน แต่ความรู้สึกในใจกลับเป็น “หงุดหงิด” จนแทบกัดฟัน
นางไม่ชอบที่ลูกชายเริ่ม “สนใจ” สตรีที่ควรถูกเมินเสียมากกว่า
ทันทีที่รัชทายาทจากไป หลานกุ้ยเฟยก็ตวัดสายตามองหลานชิงเหยา
“เห็นหรือไม่” เสียงนางต่ำและคม
“ข้าเลี้ยงเจ้ามา ให้เจ้าเรียนกิริยา ให้เจ้ารู้ทุกอย่างเพื่อวันที่เจ้าจะเป็นชายาของเขา แต่ฮองเฮากลับยัดเยียดคนของนางเข้ามา” หลานชิงเหยาก้มหน้า
“เสด็จอา องค์รัชทายาทคงเพียง”
“เพียงอะไร” หลานกุ้ยเฟยหัวเราะเสียงเย็น
“เขาไม่เคยสนใจนาง แต่วันนี้กลับอุ้มออกไปเอง” คำพูดหยุดชั่วครู่ ก่อนหลานกุ้ยเฟยจะเอ่ยต่อ
“ฮองเฮาไม่มีลูก นางไม่เคยยอมรับว่าเด็กที่เกิดจากสนมจะขึ้นเป็นรัชทายาท แต่ฝ่าบาทเลือกจิ่งเซวียน เพราะเขาปรีชาสามารถกว่าใคร นางจึงหวาดระแวงและคิดโค่นเขามาโดยตลอด” ในแววตาของหลานกุ้ยเฟยมีความชิงชังชัดเจน
“นางสนับสนุน องค์ชายสิบ” เด็กคนนั้นเกิดจากสนมอีกคน ซึ่งเป็นน้องสาวของฮองเฮาเอง
“หากวันใดจิ่งเซวียนพลาด นางก็จะดันองค์ชายสิบขึ้นแทน แล้วกุมอำนาจไว้ในมือ แล้วเราก็จะโดนกวาดล้าง จะให้จิ่งเซวียนพลาดท่าเสียทีไม่ได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นจะรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้” หลานชิงเหยากัดริมฝีปาก ไม่กล้าพูด หลานกุ้ยเฟยตบพนักตั่งเบา ๆ ด้วยความอัดอั้น ชายาของลูกชายที่ไม่ได้เลือกเองก็เหมือนหอกข้างแคร่ทิ่มตำหัวใจของพระนางเรื่อยมา
“เซี่ยหลิงอวิ๋นถูกส่งเข้ามา ก็เพื่อสืบข่าวในจวน เพื่อจับจุดอ่อนจิ่งเซวียน ข้าจึงต้องกดนางไว้ ต้องทำให้นางไม่มีแรง ไม่มีช่องว่าง จะได้ไม่แผ่พิษสงออกมา” นางหลับตาลง ลมหายใจขุ่นมัว
“แต่ตอนนี้…” หลานกุ้ยเฟยลืมตาขึ้นช้า ๆ
“จิ่งเซวียนเริ่มยื่นมือไปหานางแล้ว” ความหงุดหงิดในน้ำเสียงชัดเจน เพราะกลัวว่า “คนของฮองเฮา” จะเข้ามาใกล้ลูกชายเกินไปและกลัวว่า “หลานชิงเหยา” คนของตนจะหมดโอกาส หลานกุ้ยเฟยหันไปสั่งสาวใช้
