ซีรีส์ชุดสามีเย็นชาเราหย่ากันเถอะ

42.0K · จบแล้ว
B.J.
30
บท
117
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เล่ม 1 สามีเย็นชาเราหย่ากันเถอะ เพราะถูกวางให้เป็นหมากในวังหลวง นางจึงแต่งงานกับบุรุษผู้เย็นชา ในฐานะ พระชายาที่ไม่มีใครต้องการ สามปีแห่งการอดทน สามปีแห่งการถูกเมิน ถูกเหยียบย่ำ แม้แต่ครอบครัวแท้ ๆ ก็ยังใช้ชีวิตของนางเป็นเครื่องต่อรอง เมื่อมารดาจากไป นางจึงเลือก ไม่ทนอีกต่อไป จากพระชายาที่ไร้ค่า นางลุกขึ้นค้าขาย ยืนด้วยลำแข้งของตนเอง ตัดขาดอดีต และใช้กฎหมายล้างแค้นคนที่เคยทำร้าย ส่วนเขา… รัชทายาทผู้ไม่เคยรักใคร กลับเป็นคนเดียวที่ยืนอยู่ข้างนาง ปกป้อง สนับสนุน และเลือกนางเหนือทุกอำนาจในวังหลวง เมื่อเกมการเมืองจบลง ศัตรูถูกกวาดล้าง ความรักจึงผลิบานท่ามกลางซากอำนาจ จากการแต่งงานที่ไร้หัวใจ สู่ครอบครัวที่อบอุ่นที่สุดในแผ่นดิน เล่ม 2 ข้าคือชายาบ้าขององค์ชายแปด จากหญิงบ้าไร้ค่าในสายตาโลก สู่สตรีผู้พลิกบัลลังก์มังกร เมื่อเล่ห์กล อำนาจ และความรักเดินเคียงกัน ใครกันแน่คือผู้ที่เหมาะสมจะครองแผ่นดิน นางถูกส่งมาเพื่อให้เขาตาย แต่กลับกลายเป็นสตรีที่ช่วยเขาขึ้นครองราชย์ เมื่อ "คนไม่เอาไหน" เลิกซ่อนคม และ "หญิงบ้า" เปิดเผยปัญญา แผ่นดินทั้งผืน ต้องเปลี่ยนเจ้าของ

นิยายรักโรแมนติกตลกรักหวานๆดราม่าโรแมนติกกำลังภายในเจ้าเล่ห์หักหลัง

1

เล่ม 2 สามีเย็นชาเราหย่ากันเถอะ

ยามเช้าตรู่ หมอกบางลอยคลอเหนือจวนตะวันออกของตำหนักรัชทายาท เสียงระฆังยามเช้าดังแผ่ว ๆ จากหอคอยด้านใน

ในเรือนฝ่ายใน หญิงสาวในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบ นั่งเย็บเสื้อคลุมอย่างตั้งใจ ปลายนิ้วเรียวบางถูกเข็มทิ่มตำจนแดงช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เจ้าตัวกลับไม่ปริปากบ่น นางคือ เซี่ยหลิงอวิ๋น ชายารัชทายาท

“อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว” นางพึมพำกับตนเอง พลางลูบผืนผ้าอย่างทะนุถนอม เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อคลุมฤดูหนาว นางเลือกผ้าเอง ปักลายเมฆมงคลด้วยมือ หวังเพียงให้เขาสวมใส่แล้วอุ่นขึ้นสักนิด

สามปีแล้ว ตั้งแต่วันแต่งงาน นางก็อยู่ที่จวนนี้ในฐานะพระชายา ดูแลปรนนิบัติพระสวามี แบบไม่เคยให้ขาดตกบกพร่อง แม้ว่าสามปีนั้น นางไม่เคยได้ยินคำว่า “ดีแล้ว” จากปากเขาเลยสักครั้ง

เมื่อฟ้าสว่างขึ้น เซี่ยหลิงอวิ๋นลุกขึ้น เปลี่ยนเป็นชุดเรียบร้อย ให้สาวใช้เตรียมถาดอาหารเช้า แล้วเดินไปยังห้องทรงอักษร

ภายในห้อง ร่างสูงในชุดสีดำสนิทนั่งอยู่หลังโต๊ะยาว แผ่นหลังตรงสง่า กลิ่นอายเย็นชาราวกับหิมะในฤดูหนาว

เขาคือองค์ชายรัชทายาท หยางจิ่งเซวียน

บุรุษผู้เป็นว่าที่ฮ่องเต้ในอนาคต และเป็นสามีของนางที่ไม่เคยเหลียวมอง เซี่ยหลิงอวิ๋นหยุดยืนห่างออกมา พลางก้มศีรษะอย่างเคารพ

“หม่อมฉันถวายคำนับเพคะ องค์รัชทายาท” เขาไม่ตอบ เพียงยกพู่กันขึ้น ฝนหมึกต่อไป ราวกับไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น นางคุ้นชินแล้ว

หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ วางถาดอาหารลงข้างโต๊ะ

โจ๊กขาวร้อน ๆ กับเครื่องเคียงรสอ่อน ล้วนเป็นสิ่งที่เขาเสวยมาตลอดสามปี

“วันนี้อากาศเย็น หม่อมฉันต้มโจ๊กใส่รากโสมเล็กน้อย เพคะ” ไม่มีคำตอบ

หยางจิ่งเซวียนยังคงเขียนอักษร สายตาไม่เคยยกขึ้นมามองอาหารหรือมองนาง

เซี่ยหลิงอวิ๋นเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบพู่กันสำรอง

“หมึกเริ่มจางแล้ว หม่อมฉันฝนให้ใหม่นะเพคะ” นางนั่งลงข้างโต๊ะ ฝนหมึกอย่างแผ่วเบา ระมัดระวังทุกจังหวะ มือของนางขยับใกล้เขาเพียงช่วงแขนเดียว แต่แล้ว

“ไม่จำเป็น” เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นเป็นครั้งแรกในเช้าวันนี้ เขาหยิบพู่กันจากมือของนางไปวางไว้ให้ไกล

“ต่อไปไม่ต้องมาทำเรื่องพวกนี้อีก” คำพูดนั้นเรียบเฉย แต่กลับทำให้หัวใจของนางสั่นวูบ

“เพคะ…” นางตอบเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้า

“หม่อมฉันทราบแล้ว”

นางลุกขึ้น เดินไปหยิบเสื้อคลุมที่เย็บเสร็จเมื่อคืน กางออกอย่างเรียบร้อย

“เสื้อคลุมตัวนี้ หม่อมฉันเย็บไว้ให้เพคะ อากาศเริ่มเย็น”

“ไม่ต้อง” เขาขัดทันที สายตายังคงจับอยู่ที่แผ่นกระดาษ

“ข้าไม่ต้องการ” มือของเซี่ยหลิงอวิ๋นกำเสื้อแน่น ปลายนิ้วซีดขาว แต่ยังคงโค้งตัวอย่างนอบน้อม

“เพคะ” นางไม่โต้แย้ง ไม่อ้อนวอน

ไม่ถามว่าเหตุใด เพราะสามปีที่ผ่านมา นางเรียนรู้แล้วว่า คำถามเหล่านั้น ไม่เคยมีคำตอบ ยังดีที่เขาพูดด้วยปฏิเสธออกมาตรงๆ ไม่ใช่โดนเมินให้นางเยินเคว้งคว้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนในอดีต ซึ่งนางกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งจวน

เมื่อถึงยามเสวยกลางวัน นางยังคงจัดอาหาร

ยามค่ำ นางเตรียมน้ำอุ่น แม้เขาจะไม่ให้เข้าใกล้ห้องบรรทม นางก็ยังยืนรอหน้าประตูเสมอ

สามปี นางทำหน้าที่ภรรยาอย่างสมบูรณ์ แต่กลับเหมือนเป็นเพียงเงาในจวน

คืนหนึ่ง ขณะนางเก็บเสื้อผ้าที่เขาไม่เคยสวม สายตาก็หยุดอยู่ที่รอยปักเมฆมงคลที่ขาดลุ่ย

เซี่ยหลิงอวิ๋นนั่งลงช้า ๆ หัวใจแน่นหนักอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว หรือในสายตาของเขา ข้าไม่ต่างจากข้าวของไร้ค่า นางเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

ตำหนักรัชทายาทยังคงสว่างไสว แต่หัวใจของนาง กลับมืดมนยิ่งกว่าคืนใด และในความเงียบนั้น คำถามหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ หากข้ายังทนต่อไป ข้าจะเหลืออะไรให้ตนเองอีกหรือไม่

สายฝนโปรยปรายไม่ขาด กลิ่นธูปลอยอวลปะปนกับกลิ่นไม้ชื้นในเรือนตั้งศพ

เซี่ยหลิงอวิ๋นนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโลงไม้ ชุดไว้ทุกข์สีขาวแนบกาย ดวงตาบวมแดงจนมองอะไรไม่ชัด นางก้มหน้าแนบพื้น กระแทกหน้าผากลงอย่างแผ่วเบา

“ท่านแม่…” เสียงเรียกขาดห้วง น้ำตาหยดลงบนพื้นไม้ไม่ขาดสาย

ร่างที่นอนนิ่งอยู่ในโลงคือสตรีผู้ให้กำเนิดนาง ผู้ที่เจ็บป่วยออดแอดมาหลายปี และจากไปโดยไม่ได้รอเห็นวันที่นางมีความสุขเลยสักครั้ง

ไม่มีปาฏิหาริย์ ไม่มีการยื้อชีวิต มีเพียงความเงียบงัน และหัวใจที่แตกสลาย

เซี่ยหลิงอวิ๋นนั่งอยู่เช่นนั้นทั้งคืน ไม่สนเสียงญาติฝ่ายบิดาที่กระซิบกระซาบ ไม่สนสายตาของภรรยาน้อยที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่ง นางรู้ดี หากไม่ใช่เพราะการแต่งงานกับรัชทายาท มารดาของนาง อาจไม่ได้รับการรักษาอย่างดีตลอดสามปีที่ผ่านมา ภาพในอดีตผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน

วันนั้น บิดาของนางนั่งอยู่หลังโต๊ะ สีหน้าเคร่งเครียด ข้างกายคือสตรีอีกคน ผู้เป็นภรรยาน้อย

“หลิงอวิ๋น” เขาเอ่ยเสียงหนัก

“หากเจ้าแต่งเข้าจวนรัชทายาท ข้าจะดูแลมารดาเจ้าให้ดีที่สุด โรคของมารดาของเจ้าต้องใช้ยาดีรักษาอย่างต่อเนื่อง” นางกำมือแน่น รู้ดีว่านี่ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นเงื่อนไข